จับแก๊งค้ากาม สาวไทยไปสิงคโปร์ ขายบริการข้ามชาติ

ตำรวจสอบสวนกลางขยายผลจากข้อมูลตำรวจสิงคโปร์ แกะรอยแก๊งค้าประเวณีออนไลน์ข้ามชาติ จัดหาหญิงไทยส่งค้ากามในสิงคโปร์ จนได้เบาะแสนำกำลังบุกจับ 5 ผู้ต้องหาไทย-สิงคโปร์ที่ระยอง-พิษณุโลก ยึดของกลางเป็นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ สมุดบัญชีและทรัพย์สินรวมกว่า 3.5 แสนบาท
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี ( บก.ปอท.) นำโดย ร.ต.อ.ชัยสิทธิ์ เขมกปสิทธิ รอง สว.กก.3 บก.ปอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปอท.ร่วมกันจับกุม 1. MR.LEOW อายุ 46 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5397/2569 ลงวันที่ 14 กันยายน 2569 2. น.ส.อาภาภรณ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5398/2569 ลงวันที่ 14 กันยายน 2569 3. น.ส.นันทณีย์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5399/2569 ลงวันที่ 14 กันยายน 2569 4. นายพงศกร อายุ 35 ปี (พนักงานสอบสวนเรียกมาพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา) 5.MR.AARON อายุ 42 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6157/2569 ลงวันที่ วันที่ 19 ตุลาคม 2569
ความผิดฐานร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไป เพื่อการอนาจารซึ่งหญิงแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ร่วมกันช่วยเหลือ ให้ความสะดวกหรือคุ้มครอง รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี และร่วมกันจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ ร่วมกันโฆษณา ชักชวน หรือแนะนำด้วยเอกสาร สิ่งพิมพ์ หรือกระทำให้แพร่หลายด้วยวิธีใดไปยังสาธารณะ ในลักษณะที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องหรือการติดต่อ เพื่อการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และไม่ว่าการกระทำต่างๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้น จะได้กระทำภายในหรือนอกราชอาณาจักร และสมคบโดยตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อทำความผิดฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ในจ.ระยองและจ.พิษณุโลก
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ขยายผลคดีเครือข่ายค้าประเวณีข้ามชาติ หลังได้รับการประสานข้อมูลจากหน่วยงาน Specialised Crime Branch กองสืบสวนอาชญากรรมสิงคโปร์ เกี่ยวกับเครือข่ายค้าประเวณีออนไลน์ ที่จัดหาหญิงไทยไปทำงานค้าประเวณีในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งหลบหนีมาพำนักอยู่ในประเทศไทย ตรวจสอบพบว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่าย Lover’s Fortress ซึ่งใช้เว็บไซต์ชื่อ “7th Heaven” และ “7th Heaven 2” ต่อมาที่ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า รายการเดินบัญชีมีการรับโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี จึงสืบสวนแกะรอยกระทั่งพบตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง จึงได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลและจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย
สอบปากคำ MR.LEOW ให้การรับว่า เป็นผู้จัดหาหญิงไทยไปขายบริการทางเพศในประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2562 และมีหุ้นส่วนผู้ร่วมขบวนการคือ MR.AARON โดยขณะถูกจับกุม ตนมีหญิงไทยในความดูแลประมาณ 6 คน ใช้ Telegram, LINE และ WhatsAppโปรโมต รับงานและติดต่อลูกค้า รวมถึงใช้บัญชีของน.ส.นันทณีย์ รับเงินและโอนต่อเข้าบัญชีตนเอง
ด้านน.ส.อาภาภรณ์ยอมรับว่า เป็นภรรยาของ MR.LEOW ประกอบอาชีพจัดทำร้านค้าออนไลน์ เพื่อหาลูกค้าให้หญิงไทยไปขายบริการทางเพศในประเทศสิงคโปร์ โดยตนมีหน้าที่ประสานงานกับเอเจนซี รวมถึงจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่พักให้หญิงไทย และได้รับค่าคอมมิชชันจากส่วนต่างค่าใช้จ่ายดังกล่าว
สอบปากคำน.ส.นันทณีย์ให้การรับว่า ได้ให้บัญชีของตนแก่ MR.LEOWฯ ใช้ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน แต่ไม่ทราบว่านำบัญชีไปใช้ในกิจการใด และปฏิเสธว่าไม่รู้จักและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้าประเวณีแต่อย่างใด ส่วนจากการสอบปากคำนายพงศกรฯให้การรับว่า ตนทำหน้าที่แอดมินคอยตอบลูกค้า และรับคำสั่งจาก น.ส.อาภาภรณ์ในการตัดต่อรูปภาพหญิงสาวในเครือข่าย
จากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย สามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 14 เล่ม บัตร ATM 10 ใบ เงินสด 100,000 บาท และเครื่องประดับ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดเป็นเงินมากกว่า 350,000 บาท
ต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ จนสามารถจับกุม MR.AARON หุ้นส่วน และเป็นผู้ร่วมขบวนการกับ MR.LEOW ได้เป็นรายที่ 4 ของคดี ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และเครื่องประดับ เพื่อนำไปประกอบการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยของกลางดังกล่าวเป็นรายการเพิ่มเติมจากของกลางที่ตรวจยึดได้ในการปฏิบัติการครั้งแรก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

