คลินิกสิ่งแวดล้อม:30 ตุลาคม 2569

คลินิกสิ่งแวดล้อม
รุกที่ป่ากับข้อหาในคดีฟอกเงิน
ในคดีที่เกี่ยวกับการบุกรุกป่า รวมถึงข้อหาที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติถือว่าเป็นความผิดมูลฐานในคดีฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ “ความผิดมูลฐาน” หมายความว่า ... (15) ความผิดเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า...
ซึ่งในคดีซึ่งเป็นความผิดมูลฐานดังกล่าวได้แก่ความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562) พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2559, 2563) พระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เป็นพระราชบัญญัติหรือกฎหมายที่มีโทษทางอาญาและเป็นกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ซึ่งความผิดมูลฐานในคดีฟอกเงินนั้นมีทั้งกรณีที่เป็นข้อหาฟอกเงินที่เป็นโทษทางอาญาและการยึดทรัพย์ที่เป็นมาตรการทางแพ่ง
โดยในความผิดอาญานั้นเป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 60 ผู้ใดกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนในมาตรการทางแพ่งนั้นสามารถดำเนินการยึดและอายัด ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับข้อหาซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน ความพิเศษของคดีแพ่งนั้นสามารถดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์ก่อนที่คดีอาญาซึ่งเป็นคดีมูลฐานจะถึงที่สุด
ซึ่งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นกรณีบุกรุกที่ป่าหรือข้อหาอื่นที่เป็นความผิดในคดีมูลฐาน มีโอกาสที่จะถูกยึดและอายัดทรัพย์สินที่ต้องสงสัยว่ามาจากการกระทำความผิดได้ รวมถึงสามารถขยายผล เส้นทางการเงินไปยึดทรัพย์บุคคลที่อยู่ใกล้ชิดได้
ส่วนข้อต่อสู้ที่ผู้ถูกยึดและอายัดทรัพย์สิน นิยมใช้ในการต่อสู้คดีและคัดค้านการอายัดนั้นได้แก่ ตนมิได้กระทำความผิดมูลฐาน มีที่มาของทรัพย์สินที่แน่นอนจากการประกอบอาชีพ รวมถึงทรัพย์สินได้มาก่อนข้อกล่าวหาในการกระทำความผิดคดีมูลฐานเป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

