ซอกซอนตะลอนไป : อินเดียเรียกคืนความเป็นอินเดีย (ตอน4)

ไฟแค้นของชาวอินเดียที่สุมทรวงมานาน พลุ่งพล่าน และ พุ่งขึ้นหลังจากอินเดียประกาศอิสรภาพจากอังกฤษเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ปี 1947
เป็นความโกรธแค้นทั้งต่อชาวมุสลิม และ ชาวอังกฤษ ผู้ปกครองเก่าที่สูบเลือดสูบเนื้อชาวอินเดียไปเป็นจำนวนมหาศาล
ทันที่ที่อังกฤษถูกบีบให้ต้องออกจากอินเดีย ศัตรูคนใหม่ของอินเดียก็เกิดขึ้น เกิดจากเนื้อในตนของอินเดีย ที่แยกออกไปเป็นประเทศปากีสถานตะวันตก และ ปากีสถานตะวันออก
กระแสชาตินิยมของชาวอินเดียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่างต้องการที่จะเรียกคืนความเป็นชาติอินเดีย หรือ ฮินดูสถานให้กลับคืนมา

(ประตู อินเดีย - ภาพจากวิกิพีเดีย)
บริเวณใกล้ๆกับ ประตูอินเดีย(INDIA GATE) มีปะรำอันหนึ่งที่มีรูปสลักของพระเจ้าจอร์จ ที่ 5 แห่งอังกฤษวางอยู่ตั้งแต่ปี 1936 เรื่อยมา หลังจากอินเดียประกาศอิสรภาพในปี 1947 ก็มีความพยายามเอารูปสลักของพระเจ้าจอร์จ ที่ 5 ลงมาจากแท่นปะรำ
แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะรัฐบาลอินเดียตั้งแต่ปี 1947 เป็นของพรรคคองเกรส ของตระกูลคานธี และ เนห์รู ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลอังกฤษ
แรงกดดันของประชาชนในเรื่องนี้ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเดือนสิงหาคม ปี 1968 นางอินทิรา คานธีก็ต้องย้ายรูปสลักนั้นลง แต่ปัญหาไม่จบแค่นั้น เพราะไม่สามารถตกลงกันได้ว่า จะเอารูปสลักของใครขึ้นไปไว้แทน

(สุภาษ จันทระ โพส ผู้ได้รับการยอย่องจากประชาชนในยุคนี้ว่า เป็นนักกู้ชาติอินเดียตัวจริง-ภาพจากวิกิพีเดีย)
ฝ่ายของพรรคคองเกรส และ นางอินทิรา ต้องการจะให้เอารูปสลักของมหาตะมะ คานธีขึ้นไปวาง แต่นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพของอินเดียอีกสายหนึ่งบอกว่า ควรจะเป็น สุภาษ จันทระ โพส (SUBHAS CHANDRA BOSE) หรือ ที่เรียกขานกันด้วยความเคารพว่า เนตาจี (NETAJI)
ทั้งมหาตะมะ คานธี และ เนตาจี มีความขัดแย้งกันรุนแรง จนทำให้เนตาจีต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ โอกาสหน้า ผมจะนำเรื่องราวของทั้งสองท่านมาเล่าให้ฟัง และ เรื่องราวอีกมุมหนึ่งของ คานธีด้วย

(นายกนเรนทรา โมดี ทำพิธีเปิดอนุสรณ์สถานของ เนตาจี ที่ประตูอินเดีย-ภาพจากวิกิพีเดีย)
จนถึงเดือนกันยายน ปี 2022 นายกนเรนทรา โมดี ก็ทำพิธีเปิดตัวอนุสาวรีย์ ของ เนตาจี ทำด้วยหินแกรนิตสีดำ วางอยู่ภายใต้ปะรำที่ครั้งหนึ่งเคยวางรูปสลักของพระเจ้าจอร์จ ที่ 5
เป็นการทวงคืนความเป็นอินเดียกลับมาอีกก้าวหนึ่ง
ต่อมาก็ถึงชื่อเมืองที่อังกฤษได้แก้ไขตามใจปากชาวอังกฤษไปก่อนหน้านั้น ค่อยๆทะยอยถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นอินเดียทันทีที่อินเดียได้รับอิสรภาพ และเรื่อยมาเป็นลำดับ ผมจะยกตัวอย่างที่สำคัญครับ เช่น เมืองคาวนปูร์(CAWNPORE) เปลี่ยนชื่อเป็น กานปูร์(KANPUR)ในปี 1948 ,
ปี 1950 อินเดียเปลียนชื่อที่อังกฤษเคยเรียก THE UNITED PROVINCES มาเป็นรัฐอุตตระประเทศ(UTTAR PRADESH) , เมือง เบนาเรส(BENARES) เปลี่ยนมาเป็น วารานาสี(VARANASI) หรือที่คนไทยเรียกว่า พาราณสี ในปี 1956 , เมืองปูนา(POONA) เปลี่ยนมาเป็น ปูเน(PUNE) ในปี 1978
เปลี่ยนชื่อ มัดดราส(MADRAS)มาเป็น เชนไน(CHENNAI)ในปี 1996 , เปลี่ยนชื่อ กัลกัตตา(CALCUTTA) มาเป็น กอลกัตตา(KOLKATA)ในปี 2001 และเปลี่ยนชื่อ แบงกาลอร์(BANGALORE) มาเป็น เบงกาลูรู(BENGALURU) ในปี 2014
และกำลังวางแผนจะเปลี่ยนชื่อของเมืองหลวง นิว เดลี(NEW DELHI) ให้เป็นชื่อ เมือง อินทรปรัสถ์ (INDRAPRASTHA) ตามตำนานมหากาพย์ มหาภารตะ ครับ
สนใจร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืน ซึ่งผมจะเป็นผู้บรรยายชม เหลือเพียงกรุ๊ปเดือนมีนาคม 2570 เพียงกรุ๊ปเดียวเท่านั้น สามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498
พบกันใหม่สัปดาห์หน้า
โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

