ลิเวอร์พูลvsอาร์เซนอล : กับบิ๊กแมทช์ที่แอนฟิลด์

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์เดย์ที่ 9 ประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2026 มีลงสนาม 2 คู่ ออกสตาร์ทในเวลา 23.30น. เริ่มด้วยเกมบิ๊กแมตช์ ซูเปอร์ซันเดย์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะเปิดแอนฟิลด์ รับการมาเยือนแชมป์เก่า “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล
๐ เกมปรีวิว :
ลิเวอร์พูล ปรับทัพถึง 7 ตำแหน่งจากเกมคาราบาว ลีก คัพ รอบ 4 ที่เปิดบ้านเสมอกับ “สิงห์บลูส์” เชลซี 1-1 ก่อนจะดวลจุดโทษเอาชนะไปได้ 6-5 ได้พักตัวหลักและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ทำให้ตอนนี้ไม่แพ้ใครมา 5 เกมชนะ หากไม่นับจุดโทษคือ ชนะ 4 เสมอ 1 เกมนี้ได้รับข่าวดีเมื่อ อันโดนี่ อิราโอล่า ยืนยันว่า โดมินิค โซโบสไล และบิคตอร์ มูนญอซ มีโอกาสกลับมาเป็นตัวเลือกในเกมนี้
อย่างไรก็ดี เฌเรมี่ ฟริมปง, อูโก้ เอกิติเก้, คอนอร์ แบร๊ดลีย์ และโจวานนี่ เลโอนี่ ยังบาดเจ็บ ที่เหลือไม่มีอะไรต้องกังวล ยึดระบบ 4-2-3-1 แกนหลักที่ได้พักจะกลับมาเป็นตัวจริงทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ อลิสซอน เบ็คเกอร์ เป็นนายด่านสุดท้าย เฌเรมี่ ฌักเกต์ และมิลอส เคอร์เคซ ประจำการแบ็กโฟร์ ตรงกลางมี อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ คุมเกมกับ ไรอัน กราเฟนแบร์ช ส่วนเกมรุกวาง บรัดเลย์ บาร์โกล่า ประสานงานกับ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โคดี้ กัคโป และอเล็กซานเดอร์ อิซัค
ทางฝั่ง อาร์เซน่อล เพิ่งตกรอบบอลถ้วยคาราบาว ลีก คัพ แบบช็อกแฟนบอล หลังโรเตชั่นทีมบุกไปเสมอกับ ฟลีตวู้ด ทาวน์ ทีมจากลีกทู 1-1 ก่อนจะดวลเป้าพ่าย 3-5 หยุดเส้นทางไว้ที่รอบ 4 ผู้จัดการทีม มิเกล อาร์เตต้า ไม่ตำหนิลูกทีม โอดน่าเสียดายที่สร้างโอกาสหลายครั้ง แต่จบสกอร์ไม่คม อย่างไรก็ตามผลงานในลีกยังยอดเยี่ยม ชนะมา 3 เกมติด หลังพักเบรกทีมชาติ เบี้องต้นเกมนี้ต้องลุ้นว่า โนนี่ มาดูเอเก้ ที่เจ็บข้อเท้าจะฟิตทันไหม
ข่าวดีคือ เดแคลน ไรซ์, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ และคริสตอส โซลิส ลงซ้อมได้ตามปกติ ส่วน บูกาโย่ ซาก้า, วิลเลี่ยม ซาลิบา ยังไม่พร้อม ในรายของดาวรุ่งอย่าง แม็กซ์ ดาวแมน โดนใบแดงเมื่อกลางสัปดาห์อุทธรณ์ไม่ผ่าน คาดว่า เดแคลน ไรซ์ จะพร้อมสตาร์ทตัวจริงคุมแดนกลางกับ บรูโน่ กีมาไรส์ ส่วนเกมรุกหากไม่มี มาดูเอเก้ ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องดัน ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี่ ขึ้นไปเล่นปีก หรือใช้ โซลิส ที่เพิ่งกลับมาซ้อม ประสานงานเกมรุกกับ มาร์ติน โอเดการ์ด และเอเบเรซี่ เอเซ่ โดยมี ไค ฮาแวร์ตซ์ ยืนเป็นหน้าเป้า

๐ อิราโอล่า “ทิศทางที่เราต้องการ” :
อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือ “หงส์แดง” กล่าวว่า เรายังมีเวลาอีกสองวันในการประเมินความพร้อมของสถานการณ์ทีม และย้ำอีกครั้งว่า เรากำลังอยู่ในช่วงที่กำลังปรับปรุง เรากำลังพัฒนาทีม ดังนั้นการประเมินทีมในตอนนี้ เราควรรอจนกว่า ลิเวอร์พูล จะลงเล่นพบกับคู่แข่้งครบทุกทีมเสียก่อน
“ผมยินดีที่แฟนบอลจะมีความฝันหรือความคาดหวัง แต่ตัวผมเองคิดว่า ยังเร็วเกินไปที่จะมองดูตารางคะแนนแล้วคิดไปไกล ผมคาดว่าจะเป็นเกมที่หนักหนาสาหัสมาก ซึ่งเป็นทีมที่รู้จักกันและกันเป็นอย่างดี ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดออกมา โดยมีบรรยากาศที่แอนฟิลด์ คอยหนุนหลังในวันอาทิตย์นี้”
“เมื่อผลงานที่ดีของผมในการคุม บอร์นมัธ พบกับ อาร์เซนอล แน่นอนว่า มันไม่ได้หมายความว่าแนวทางเดียวกันจะใช้ได้ผลกับลิเวอร์พูล เพราะนี่คือทีมที่ต่างออกไป กลุ่มผู้เล่นที่ต่างออกไปและมีเครื่องมือที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุผลบางประการ”
“การดวลแข้งกัน การแย่งบอลกลางอากาศ และลูกตั้งเตะ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทีมที่เป็นแชมป์”
การคว้าชัยชนะ 5 นัดติดต่อกันเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่มีเพียง 2 นัด เท่านั้นที่เกิดขึ้นในลีก ลิเวอร์พูลยังคงต้องพัฒนาต่อไป แม้ว่าการได้เรียนรู้และปรับปรุงไปพร้อมๆ กับการคว้าชัยชนะจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าเสมอก็ตาม
“พลังของแอนฟิลด์สำคัญยิ่ง ผมเชื่อว่าแฟนบอลจะตอบสนองเมื่อเห็นทีมทุ่มเทเต็มที่และทุกคนแสดงศักยภาพออกมาอย่างสุดความสามารถ เขาชื่นชมบรรยากาศในเกมที่พบกับเชลซี แฟนบอลช่วยทีมได้มหาศาลจริง ๆ”
“แนวรับที่แข็งแกร่งของอาร์เซนอล เรารู้ดี เรารู้ว่าพวกเขาดีขนาดไหน ดังนั้นทุกโอกาสล้วนมีค่า และสิ่งที่เกิดขึ้นในกรอบเขตโทษทั้งสองฝั่งจะเป็นตัวตัดสินเกม ด้วยโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่ยิบ อิราโอลา กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการตัดสินใจให้ถูกต้อง และรู้ว่าเมื่อใดควรหรือไม่ควร”
“การหมุนเวียนผู้เล่นเพื่อเติมความสดใหม่คือสิ่งที่เราต้องทำ ขณะที่ผลการแข่งขันจะออกมาดี มันไม่ได้ความว่าจะถูกต้องทั้งหมด
“ตอนนี้เพิ่งจะเดือนตุลาคมเท่านั้น เราต้องโฟกัสไปทีละนัด ผมมักจะบอกเสมอว่า เมื่อเราลงเล่นครบทุกทีมแล้วนั่นแหละ ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่พอจะเริ่มดูตารางคะแนนได้ ตอนนี้เรากำลังพัฒนาและก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ”
“”เรายังต้องปรับปรุงในหลายๆ ด้าน แต่ทิศทางนี้คือสิ่งที่เราต้องการ”

๐ อาร์เตต้า : “เราจะหยุดไว้ที่14ปี”
มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ได้กล่าวถึงเคสของกับ แม็กซ์ ดาวแมน ดาวรุ่งวัย 16 ปี ที่ถูกไล่ออกจากเกมลีกคัพ และไม่สามารถเล่นเกมนี้ได้ เนื่องจากอุทธรณ์ไม่ผ่าน ต้องติดโทษแบน 3 เกม ว่า “ที่นี่ไม่ใช่ดิสนีย์แลนด์” พร้อมยืนยันว่าเขาตั้งใจจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับดาวรุ่งรายนี้เช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมชุดใหญ่
“ผมยังไม่ได้ดูว่าปฏิกิริยาตอบกลับต่อสิ่งที่ผมทำไปนั้นเป็นอย่างไร จะเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบก็ตาม แต่คุณต้องเข้าใจบริบทและความสัมพันธ์ที่ผมมีกับเขา รวมถึงสิ่งที่เราได้พูดคุยกันก่อนที่จะลงสนาม เรื่องนี้มันก็แล้วแต่คนจะมอง คุณอาจจะตีความไปในทางอื่นก็ได้ ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเห็นปฏิกิริยาที่พ่อหรือแม่ของผมแสดงต่อตัวผมในบางสถานการณ์ คุณอาจจะพูดว่า ‘ฉันไม่ชอบปฏิกิริยาแบบนั้นเลย’ แต่สำหรับผมแล้ว นั่นคือปฏิกิริยาที่เหมาะสมที่สุดในแบบฉบับของตัวผมเอง”
ในกรณีของ โนนี มาดูเอเก้ นั้น อาร์เตต้า กล่าวว่า เรายังไม่ทราบแน่ชัด เรามีโปรแกรมฝึกซ้อมกันอีก ซึ่งเราจะได้เห็นกันว่าเขาจะสามารถซ้อมได้เต็มรูปแบบหรือไม่ จากนั้นเราถึงจะรู้ว่าเขาพร้อมลงสนามหรือเปล่า
“อาการบาดเจ็บของ บูกาโย ซากา เขาจำเป็นต้องเข้ารับการสแกนอีกครั้งเพื่อดูขอบเขตของอาการบาดเจ็บ ว่าเส้นเอ็นได้รับผลกระทบหรือไม่และรุนแรงเพียงใด หลังจากนั้นเราถึงจะทราบรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น ส่วนกรณีของ เดแคลน ไรซ์, ริคคาร์โด คาลาฟิออรี และ คริสตอส โซลิส ทั้งหมดลงฝึกซ้อมได้แล้ว ส่วนเรื่องของ ดาวแมน ย้ำอีกทีว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เราจำเป็นต้องกล้าพูดสิ่งที่คิดต่อกัน เพราะเขาเพิ่งอายุ 16 ปี เราจึงต้องคอยปกป้องเขาเป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องตรงไปตรงมากับเขาด้วยว่าเราคาดหวังอะไรจากเขา ทั้งในแง่ของการปฏิบัติต่อทีม เพื่อนร่วมทีม และสโมสร”
“นี่คือสภาพแวดล้อมจริง นี่คือความเป็นจริง เราไม่ได้อยู่ในดิสนีย์แลนด์ แต่เราอยู่ในพรีเมียร์ลีก เราดูแลเขาเป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ตั้งความคาดหวังไว้สูงเช่นกัน เพราะเขาต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าเขาสมควรได้รับโอกาสลงสนาม”
“เกมกับ ลิเวอร์พูล จะเป็น “เกมใหญ่” และ เราตั้งตารอเกมนี้อย่างแน่นอน เราไม่ได้บุกไปชนะที่นั่นมา 14 ปีแล้ว ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำมันให้สำเร็จ แน่นอนว่า เราจะต้องรับมือกับอเล็กซานเดอร์ อิซัก โดยต้องพยายามให้เขาอยู่ห่างจากหน้าประตูให้มากที่สุด แต่ไม่ใช่แค่กับเขาคนเดียว แต่รวมถึงการประสานงานทั้งหมดของพวกเขาด้วย”
อาร์เตต้า ยังกล่าวถึงการได้เผชิญหน้ากับอันโดนี อิราโอลา อีกครั้ง พร้อมกับเจอกันครั้งแรกในฐานะที่เพื่อนรักเป็นกุนซือลิเวอร์พูล ว่า ถือเป็น “เกียรติ” และเป็น “เรื่องน่ายินดี” เป็นอย่างยิ่ง
….คู่นี้เคยมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันมากมายสมัยยังเด็ก

๐ เรื่องของเพื่อนรัก :
อิราโอล่า เป็นเพื่อนสนิทกับ มิเกล อาร์เตต้า ที่อายุมากกว่าเขาแค่ 2 เดือนเศษ ๆ เท่านั้น แถมยังเคยเดินทางไกลค่อนโลกไปเตะบอลด้วยกัน อาทิ เม็กซิโก มาแล้ว
อิราโอล่า กับ อาร์เตต้า เริ่มต้นขึ้นเล่นฟุตบอลในท้องถิ่นกับ “อันติกัวโก” สโมสรฟุตบอลเยาวชนสมัครเล่น เมืองซานเซบาสเตียน ด้วยกัน ในเวลาไล่เลี่ยกันก็คือ ปี 1991
อิราโอล่า เล่นตำแหน่งแบ๊กขวา มีเพื่อนร่วมทีมชื่อว่า มิเกล อาร์เตต้า เล่นมิดฟิลด์
รวมไปถึง ชาบี อลอนโซ่, มิเกล อลอนโซ่ และอาริตซ์ อาดูริซ
กระทั่งปี 1997 ทั้งคู่แยกจากกัน โดย อาร์เตต้า ไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในคาตาลุนญ่า ด้วยวัย 15 ปี แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการขึ้นชุดใหญ่ แล้วถูกส่งตัวไปยัง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฐานะตัวยืม แล้วก็ย้ายไป เรนเจอร์ส ปี 2002 และกลับมาแคว้ันบาสก์ กับ เรอัล โซเซียดัด ปี 2004 ส่วนทางกับ ชาบี อลอนโซ่ ที่ออกจากทีมในซัมเมอร์นั้นเพื่อไป ลิเวอร์พูล
อาร์เตต้า ถูกยืมตัวมาอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ในต้นปี 2005 ก่อนจะมาอยู่ถาวรในซัมเมอร์นั้น และใช้ชีวิตอยู่ถึงปี 2011 กระทั่งมาปิดท้ายอาชีพนักเตะกับ อาร์เซนอล ปี 2011-1016
ฝั่งของ อิราโอล่า หลังจากใช้ชีวิต 8 ปี กับ อันติกัวโก ก็มาอยู่กับ แอธเลติก บิลเบา ทีมดังของแคว้น ด้วยวัย 17 ปี และไปเทิร์นโปรกับ บาสโคเนีย ลงเล่นไป 1 ซีซั่น จากนั้นมาอยู่กับ บิลเบา แอธเลติก หรือ ทีมสำรองของ แอธ.บิลเบา อีก 2 ซีซั่น และลงสนาม 3 ปีนี้ไปถึง 110 นัด ได้มาเล่นกับ แอธ.บิลเบา ด้วยวัย 20 ปี และเป็นตัวจริงทันทีในซีซั่น 2003-04
ไม่น่าเชื่อว่า จากจุดสตาร์ทตรงนั้น อิราโอล่า จะลงเล่นให้ บิลเบา ยาวนานถึง 12 ปี จนถึงปี 2014-15 รวม 510 นัด ยิงได้ 38 ประตู โดยอยู่ภายใต้การโค้ชของ 2 ยอดกุนซืออย่าง เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ และมาร์เซโล่ บิเอลซ่า
จากนั้นเขาออกจากแคว้นบาสก์บ้านเกิด ในวัย 33 ปี เพื่อไปเก็บเงินเก็บทองที่อเมริกา กับ นิวยอร์ก ซิตี้ เอฟซี ในเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา โดยเล่นร่วมกับสองตำแหน่งระดับโลกอย่าง อันเดรีย ปิร์โล่ จอมคลาสสิกระดับแชมป์โลกชาวอิตาลี และแฟรงค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ ตำนานแห่งเชลซี
ทั้งสองคนอายุเท่ากันคือ 44 ปี และเลิกเล่นพร้อมกันด้วยเมื่อปี 2016

สถิติ-ทิศทาง :
การพบกันของทั้งสองทีม 246 เกมในทุกรายการ ลิเวอร์พูล ชนะ 96 เสมอ 67 และอาร์เซน่อล ชนะ 83 โดย 4 เกมหลังสุดที่ดวลกัน ลิเวอร์พูล ไม่แพ้เลย ชนะ 1 และเสมอ 3 แถม อาร์เซนอล ไม่ชนะที่แอนฟิลด์มานานถึง 13 ปีหลังสุด
“หงส์แดง” เพิ่งคว้าชัยชนะในลีกที่แอนฟิลด์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเอาชนะไบรท์ตันไปได้ อีกทั้งยังพกความมั่นใจต่อเนื่องมาจากชัยชนะเหนือเชลซีในศึกคาราบาวคัพ (ชนะจุดโทษ 6-5 หลังเสมอกันในเวลา 1-1) ก่อนจะเข้าสู่เกมสำคัญในวันอาทิตย์นี้
ในขณะที่ อาร์เซนอล หวังว่าการตกรอบลีกคัพด้วยน้ำมือของ ฟลีตวูด ทาวน์ ทีมจากลีกระดับ 4 จะไม่ส่งผลกระทบต่อการป้องกันแชมป์ของพวกเขา โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทัพ “ปืนใหญ่” เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ไปได้อย่างสบาย อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอล มีสถิติที่ย่ำแย่มากยามมาเยือนแอนฟิลด์ ซึ่ง มิเกล อาร์เตต้า หวังที่จะแก้ไขสถิติดังกล่าวให้ดีขึ้น
ลิเวอร์พูล เริ่มสร้างโมเมนตัมที่ดีภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ อันโดนี อิราโอลา ที่สำคัญคือ นักเตะค่าตัวแพงหลายคนของสโมสรเริ่มโชว์ฟอร์มเก่งออกมาแล้ว โดยเฉพาะกองหน้าดาวเด่นอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ซึ่งปัจจุบันทำไปแล้ว 6 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ (เป็นรองเพียงแค่ เออร์ลิง ฮาแลนด์ เท่านั้น) โดยเขาสามารถทำประตูได้ติดต่อกันถึง 3 นัดหลังสุดในลีกสูงสุด
ในฤดูกาลนี้ รูปแบบการเล่นของเขาเน้นไปที่การป้วนเปี้ยนอยู่ในกรอบเขตโทษมากขึ้น และเขายังแสดงให้เห็นถึงความเฉียบขาดในการจบสกอร์เมื่อได้รับโอกาส ไม่ได้ด้อยไปกว่า ฮาลันด์ สักเท่าไหร่นัก
ลิเวอร์พูล มักจะทำผลงานได้ดีเสมอเมื่อต้องรับการมาเยือนของอาร์เซนอล โดยการพบกันในพรีเมียร์ลีก 13 นัดหลังสุดที่เมอร์ซีย์ไซด์ ทีมเจ้าบ้านคว้าชัยชนะไปได้ถึง 8 นัด และเสมออีก 5 นัด ครั้งล่าสุดที่ “ปืนใหญ่” บุกมาคว้าชัยชนะในลีกสูงสุดที่สนามแห่งนี้ต้องย้อนไปเมื่อปี 2012 จากประตูของลูคัส โพดอลสกี และซานติ กาซอร์ลา
มิเกล อาร์เตตา น่าจะพอใจกับสิ่งที่ได้เห็นในเกมที่เอาชนะเอฟเวอร์ตันไปได้ 2-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ต้องผ่านเกมอันหนักหน่วงที่เสมอกับ บาเยิร์น มิวนิก 2-2 มาก่อนหน้านั้นเพียง 3 วัน
ชัยชนะเหนือ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ทำให้แฟนบอลได้เห็นภาพของอาร์เซนอลในแบบที่คุ้นตาเหมือนฤดูกาลที่แล้ว โดยพวกเขาได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 7 ซึ่งถือเป็นประตูจากลูกตั้งเตะ (ที่ไม่ใช่ลูกจุดโทษ) ครั้งแรกของทีมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ อีกทั้งยังไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ลุ้นทำประตูเลยแม้แต่น้อย
เอซรี คอนซา และกาเบรียล สองปราการหลังตัวกลางเป็นผู้ทำประตูในเกมนี้ ทั้งคู่กำลังประสานงานกันได้อย่างแข็งแกร่งในแนวรับ โดยในช่วง 2 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ทีมแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในเกมรับจนสามารถเก็บคลีนชีตได้ทั้งสองนัด
หากไม่นับฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ในเกมเยือนที่พ่ายให้กับไบรท์ตันไป 3-0 อาร์เซนอลก็ยังคงรักษามาตรฐานเกมรับอันยอดเยี่ยมเอาไว้ได้อีกครั้ง
ปัจจุบันพวกเขาเป็นทีมที่มีสถิติเกมรับดีที่สุดในลีก โดยเสียประตูน้อยที่สุด และเมื่อดูจากสถิติเชิงลึกต่างๆ ก็พบว่าอาร์เซนอลทำผลงานได้น่าประทับใจที่สุดในลีกจากการลงเล่นไปแล้ว 8 นัด แต่ต้องไม่ลืมว่า ลิเวอร์พูล คือทีมที่ยังไม่เสียประตูเลยจากลูกตั้งเตะ
เขี้ยวเจองา………..
ชัยชนะหรือคะแนนในเกมนี้ ย้ำกันอีกทีว่าไม่ใช่เกมชี้ชะตาแชมป์แต่อย่างใด แต่เป็นเกมใหญ่ที่น่าจับตามอง
ลิเวอร์พูล เองจะได้กำหนดทิศทางที่น่าสนใจในซีซั่นนี้ได้ ว่า จะไปถึงขนาดไหน
ส่วน อาร์เซนอล พลาดไม่ได้จริง ๆ ในฐานะตัวเต็ง และแชมป์เก่า
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม :
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : อลิสซอน เบ็คเกอร์, โรนัลด์ อเราโฮ, เฌเรมี่ ฌักเกต์, เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค, มิลอส เคอร์เกซ, อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์, ไรอัน กราเฟนแบร์ช, บรัดเลย์ บาร์โกล่า, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โคดี้ กัคโป และอเล็กซานเดอร์ อิซัค
อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : ดาบิด ราย่า, เยอร์เรี่ยน ทิมเบอร์, เอซรี่ คอนซ่า, กาเบรียล มากัลเญส, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่, บรูโน่ กีมาไรส์, เดแคลน ไรซ์, เอเบเรซี่ เอเซ่, มาร์ติน โอเดการ์ด, ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี่ และไค ฮาแวร์ตซ์
สกอร์ที่คาด: ลิเวอร์พูล 1-1 อาร์เซน่อล
บีแหลมสิงห์™️✍🏻
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

