ทหารเขมรเหิม! ปีนหน้าผาหมายยึด เนิน 642 เจอไทยยิงกระสุนจริงไล่ ตัดเชือกทิ้ง ขึงลวดหนามสกัด

จากกรณีก่อนหน้านี้ที่กัมพูชาได้เปิดยิงไทยตามแนวชายแดนจากกรณีข้อพิพาทเรื่องชายแดนในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะลงนามในถ้อยแถลงร่วมการหยุดยิงในเวลาต่อมา
ล่าสุดวานนี้ 2 พฤศจิกายน 2569 วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 11 นาที 40 วินาที พร้อมข้อความตัวอักษร รายงานถึงความตีหน้ามึนของทหารเขมรปีนหน้าผา หมายยึด เนิน 642 แต่เจอทหารไทย ยิงไล่ ผ่านเฟซบุ๊ก WassanaDeepbluesea ด้วยข้อความทั้งหมดว่า "เหิม! ทหารเขมร ปีนหน้าผา หมายยึดเนิน642 เจอทหารไทย ยิงไล่ ทั้งๆที่รู้ว่า เขตแดนไทย ลืมหมดสิ้น มีค-เมย.2527 ทหารไทย เคยสละชีพ รบทหารเวียดนาม ที่บุกยึดเขมร แล้วจะมายึดไทย มาตอนนี้ ตค.2569 ทหารเขมร กลับมาบุก หมายยึดเนิน642

ทัพภาค2 เผย ทหารไทย ยึดเบ็ดเสร็จ เนิน642-ช่องพระพะลัย ศรีสะเกษ พร้อม ตั้งฐานปฏิบัติการ “พนมกรรณ์ตุง ”หลัง ทหารเขมร พยายามไต่เชือก ปีนหน้าผาขึ้นมา ก่อนโดน ทหารไทยยิง ไล่ ตัดเชือกทิ้ง พร้อมแจ้ง ผบ.หน่วยทหารเขมร อย่ามาอีก จะยิงจริง!!“แม่ทัพเติ่ง” ลุยตรวจพื้นที่ด้วยตนเอง ขอให้มั่นใจ แม้ไม่ออกสื่อ แต่ลงพื้นที่ตรวจชายแดนตลอด ทหารไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
มีรายงานว่า พลโท วีระยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่2/ผบ.ศปก.ทัพภาค 2 ลงพื้นที่ขายแดน ด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา โดยขึ้นไปพื้นที่เนิน 642 ช่องพระพะลัย ศรีสะเกษ และตรวจแนวหน้าผา โดยใช้เวลากว่า 2 ชม. ตั้งแต่มีรายงานว่า ทหารกัมพูชา มีความพยายามในการปีนขึ้นมา บริเวณยอดหน้าผาด้วยการผูกเชือกกับต้นไม้ แล้วดึงตัวเองขึ้นมา
โดยได้สั่งการให้ทหารไทย ตัดเชือกนั้นทิ้ง และทำการวางลวดหนามตลอดแนวหน้าผา พร้อม นำกำลังทหารไปวางในจุดยุทธศาสตร์ตรงนั้นแล้ว โดยขึงแนวลวดหนามบริเวณยอดหน้าผา ทั้งฝั่งทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ทหารกัมพูชาจะไม่มีสิทธิ์แม้ที่จะปีนขึ้นมาอีก
โดยผบ.หน่วยในพื้นที่ได้แจ้ง ทางกัมพูชา ไปแล้วว่าไม่ให้ขึ้นมา หากมีการขึ้นมา อีกจะทำการยิงเตือนขึ้นฟ้า และหากมีการเข้ามาใกล้ตรงแนวลวดหนามจะทำการยิงด้วยกระสุนจริง และพบว่า ต่อมาสัปดาห์ก่อน ทหารเขมร ยังมีความพยายามจะเข้ามาใกล้แนวลวดหนาม จึงโดนทหารไทยเรา ยิงด้วยกระสุนจริง ทหารเขมร ก็เลยรีบลงเขาไป
ทั้งนีั กองทัพภาค2 จึงขอให้ประชาชนสบายใจได้ ว่า แม่ทัพภาค2 ยังคงลงพื้นที่ ตรวจแนวชายแดนไม่ได้ว่างเว้น แต่ไม่ออกสื่อ เท่านั้น แล้วทหารไทยก็ยังเฝ้าชายแดน และตระเวนดูทุกจุดที่เสี่ยงต่อการทหารกัมพูชาจะล้ำแดนหรือปีนขึ้นมาเช่นนี้อยู่ตลอด
ทุกวันนี้ อาจจะไม่ค่อยเห็นข่าว แม่ทัพเติ่ง เพราะ อยากทำงานแบบไม่ออกสื่อเพราะยิ่งออกสื่อฝ่ายเขมรก็จะรู้ แต่ แม่ทัพเติ่ง ยังคงออกตรวจสอบ การสร้างถนน และเดินในเส้นทางในป่าลึก เดินไปตรวจถึงแนวลวดหนาม เดินไปดูบังเกอร์ เชคเรื่องสัญญาณโทรศัพท์ ระบบไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภค อาวุธยิงชนิดต่างๆ ที่ จุดตรวจการณ์ อยู่เสมอ ขอให้ประชาชนมั่นใจ ในการดูแลรักษาอธิปไตย"

หลังจากที่โพสต์ของ วาสนา นาน่วม เผยแพร่ลงมาในโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"มีหน้าผาเป็นพรมแดนธรรมชาติแล้วมันยังจะพยายามปีนขึ้นมาอีก"
"ช่วยเขรมช่วยหมูหมาจรจัดยังดีกว่า"
"เดินสายไฟหรือวางตอปิโดบังกะโลเลย"
"เนิน642 ปี พ ศ2527 ก็ เคยรบกับเวียนนาม"
"ช่องพระพะลัย เลยมอควันดำไปจะเป็นช่องทางความกว้างราว800 เมตรขนาบด้วยภูเขา 2 ลูกคือด้านขวาคือพนมปรวง ด้านซ้ายคือพนมพะโน ก่อนถึงบ้าน 50 ระมัดระวังด้วยกับระเบิดเยอะมาก( ไม่รู้มันฝังหาพ่อมันรึไงพวก เขมร )"
"เอาหินมากลิ้งเล่นครับ"
"จุดอันตรายขั้นสูงสุดของอำเภอขุนหาญถ้ามันยึดครองได้ปี27 ทหารหลักจากค่ายสรรพสิทธิประสงค์และกรม23 และวีรกรรมเสือดำจากปักธงชัยคือผู้ที่ต่อกรขับไล่เวียตนามออกจากแผ่นดินไทยคือเนิน642 ทั้งบาดเจ็บทั้งเสียชีวิตมากมายขอให้ทหารรุ่นน้องที่ประจำการรักษาช่องพระพะลัยในปัจจุบันจงรักษาไว้ให้มั่นเพื่อประชาชนคนขุนหาญได้ปลอดภัย"
"มันจะเล่นเราทีเผลอ"
"มันปีนขึ้นมาทำให้ยิงสวนลงไปล่ะปล่อยให้มันปีนอยู่ได้"




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก WassanaDeepbluesea
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

