แก้วตา เบรกดราม่า แจงปมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ เป็นไปตามกรอบเวลา หยุดปั่นกระแสความเกลียดชังรัฐบาล

นส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โพสต์แสดงความคิดเห็นหลังจากเพจเฟซบุ๊ก ประกันสังคมก้าวหน้า - Progressive Social Security ออกมาโพสต์ถึงประเด็นการรับรองผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ระบุว่า
ยังไม่ส่งคะแนน #เลือกตั้งประกันสังคม ยังไม่รับรองบอร์ดใหม่ที่ประชาชนตั้งใจเลือก แต่เสนอกฎหมายประกันสังคมเสนอกระบวนการตั้งที่ปรึกษาตัดหน้าแล้ว ประชาชนควรรู้สึกอย่างไร
โดยนส.ธิษะณา ได้โพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงและขอให้หยุดนำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าใจผิดและเกิดความเกลียดชังต่อรัฐบาล หลังเกิดกระแสวิจารณ์ดังกล่าว ระบุข้อความว่า
ดิฉันอยากเรียกร้องให้หยุดปั่นกระแสสร้างความเกลียดชังต่อรัฐบาลด้วยการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงทางกฎหมายเสียทีค่ะ
ดิฉันได้อธิบายกรอบระยะเวลาและขั้นตอนการรับรองผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างละเอียดไปแล้วในโพสต์ก่อนหน้านี้ แต่ขอชี้แจงอีกครั้งเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด
การเลือกตั้งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 และการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจากหน่วยเลือกตั้งทั้ง 5,233 แห่งเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม จากนั้นกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งระดับจังหวัดส่งรายงานผลคะแนนภายในวันที่ 19 ตุลาคม ก่อนเข้าสู่กระบวนการรวบรวมและตรวจสอบความถูกต้องระหว่างวันที่ 20–30 ตุลาคม ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เป็นกำหนดเสนอผลคะแนนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณารับรองผล หลังจากประกาศผลแล้ว ยังต้องเปิดโอกาสให้ผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้ใช้สิทธิสามารถยื่นคำคัดค้านภายใน 7 วัน ก่อนดำเนินการเสนอแต่งตั้งกรรมการตามขั้นตอน
ทั้งหมดนี้เป็นกรอบการดำเนินงานที่สำนักงานประกันสังคมประกาศไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่เพิ่งมากำหนดขึ้นภายหลัง และ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ก็ยังไม่มีข้อมูลว่ากระบวนการดังกล่าวล่าช้ากว่ากำหนดที่ประกาศไว้
ส่วนกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม ในวันนี้ ก็เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 ซึ่งไม่ได้กำหนดให้ต้องรอการรับรองบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ก่อน
ที่สำคัญ มติ ครม. ไม่ใช่การประกาศใช้กฎหมาย เพราะร่างพระราชบัญญัติยังต้องผ่านการพิจารณาและกลั่นกรองของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ตามกระบวนการนิติบัญญัติที่รัฐธรรมนูญกำหนด สมาชิกสภายังสามารถตรวจสอบ อภิปราย และเสนอแก้ไขเนื้อหาได้ตามขั้นตอน
ดิฉันไม่ได้ปฏิเสธสิทธิในการตรวจสอบรัฐบาล แต่การตรวจสอบต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย ไม่ใช่นำกระบวนการสองเรื่องที่มีอำนาจหน้าที่และกรอบเวลาต่างกันมาผูกโยงกัน แล้วสร้างข้อสรุปว่ารัฐบาลกำลังกระทำการโดยมิชอบ ทั้งที่ยังไม่มีการแสดงหลักฐานว่าขัดต่อบทบัญญัติใด
รัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ผลักดันกฎหมาย และดำเนินกระบวนการตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่เคารพผลการเลือกตั้งและรับรองผลตามขั้นตอนอย่างโปร่งใส ทั้งสองเรื่องสามารถดำเนินควบคู่กันได้
หากเห็นว่ารัฐบาลดำเนินการผิดกฎหมาย ขอให้ระบุให้ชัดเจนว่าผิดมาตราใด ขั้นตอนใด และมีหลักฐานอย่างไร ดิฉันพร้อมสนับสนุนการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
แต่ขอให้หยุดนำเสนอข้อมูลในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ
การตรวจสอบรัฐบาลเป็นสิทธิในระบอบประชาธิปไตย แต่การนำเสนอข้อมูลอย่างครบถ้วนและไม่สร้างความเข้าใจผิดก็เป็นความรับผิดชอบต่อประชาชนเช่นเดียวกันค่ะ

