‘อภิสิทธิ์’ อัด ‘โสภณ’ ออกคำสั่งตัดอำนาจตรวจสอบ กมธ. 35 คณะ ส่อขัดรธน. เอื้อ สส.รัฐบาลลอยนวล ตรวจสอบไม่ได้

‘อภิสิทธิ์' อัด ‘ประธานสภาฯ’ ออกคำสั่งริบอำนาจตรวจสอบ ‘กมธ.35คณะ’ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ลามเอื้อ ‘สส.รัฐบาล’ ลอยนวล ตรวจสอบไม่ได้ รับกังวลสุดปม ‘สส.ภูมิใจไทย’ เดินเกมชงทุกอย่างต้องผ่านสภาฯ
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เมื่อเวลา12.00น. ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ซอยงามดูพลี เขตสาทร กทม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกระเบียบการทำงานของคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะว่า วันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) น่าจะมีการหารือกันในเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ ส่วนตัว เห็นว่า กรรมาธิการคณะของตนก็พยายามในการทำให้การกำหนดระเบียบวาระ การเชิญการประชุม การจะเชิญหน่วยงานไหนเข้ามาให้ข้อมูลนั้นก็จะพยายามให้ทุกคนในคณะกรรมาธิการได้มีส่วนร่วม แต่การไประบุว่าจะต้องเป็นมติในทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันจะเป็นปัญหาในกรณีที่เรามีรัฐบาลหรือสส. ในฝ่ายรัฐบาลที่เกิดจะไม่ยอมรับการตรวจสอบขึ้นมา เพราะกรรมาธิการทุกคณะ หรือเกือบทุกคณะสส.รัฐบาลเป็นเสียงข้างมากอยู่ในนั้นอยู่แล้ว
"สมมุติจากนี้สส.ฝ่ายรัฐบาลไม่อยากให้มีการตรวจสอบเรื่องนั้น เรื่องนี้ กรรมาธิการก็พิจารณาไม่ได้ ก็คงไม่ใช่วัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่มีกลไกเหล่านี้อยู่ ใจผม หลักคือหาความพอดี ถ้าเกรงกลัวว่าประธานคณะกรรมาธิการจะทำอะไรตามอำเภอใจ ไม่ต้องขอมติก็ได้ แต่ให้มาแจ้งที่ประชุมก็ได้ แจ้งแล้วอาจจะมีการทักท้วง หรือมีอะไรก็สามารถพูดคุยกันได้ แต่ถ้าไปตีกรอบเอาไว้แบบนี้ ถ้าถามว่ารัฐบาลไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย การตรวจสอบหรือการทำงานของสภาก็ทำต่อไม่ได้ ถือว่าผิดเจตนารมณ์ของกลไก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าขณะนี้มีความกังวลว่าการออกระเบียบดังกล่าวเป็นการมัดมือ มัดเท้าการตรวจสอบของภาคฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ ตอนนี้ที่น่ากังวลมากกว่าคือ ความพยายามในการแก้ไขข้อบังคับสภา พูดง่ายๆ คือต่อไปนี้ทุกอย่างจะถูกกำหนด ในการทำงานของสภาทั้งหมด แม้กระทั่งจำนวนประธานกรรมาธิการก็อาจจะกลายเป็นฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด ถ้ามีการแก้ข้อบังคับตามที่มีการเสนอของ สส.พรรคภูมิใจไทย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ ก็แก้ปัญหากันได้มาโดยตลอด การทำงานในระบบสภาต้องอาศัยประเพณีและวัฒนธรรมทางการเมือง และการยอมรับบทบาทของกันและกัน รัฐบาลต้องมีเสียงข้างมากในสภา รวมถึงเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ แต่หลักของการตรวจสอบคือต้องเปิดโอกาสให้เสียงข้างน้อยตรวจสอบได้ ซึ่งกรรมาธิการแต่ละชุด ตามข้อบังคับข้อกำหนดเอาไว้อยู่แล้วว่าพิจารณาเรื่องใดได้ เรื่องใดไม่ได้ อำนาจที่จะใช้ได้ตามกฎหมายก็มีกรอบอยู่ ดังนั้นไม่ควรมีข้อกังวลอะไร
"ดังนั้นจึงต้องฝากถึงรัฐบาลว่าอย่าได้ กลัวการตรวจสอบ ถ้าสิ่งที่ท่านทำอยู่ ถูกต้องโปร่งใสก็ไม่มีอะไรต้องกลัวเรื่องการตรวจสอบ ตรงกันข้าม ถ้าการตรวจสอบทำให้ท่านสามารถแสดงให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำนั้นมีเหตุมีผล มันดีอยู่แล้วก็จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลเอง แล้วถ้าการตรวจสอบโดยฝ่ายค้านหรือเสียงข้างน้อย ทำเหลวไหลฝ่ายค้านก็เสียหายเอง ตอนนั้นขอให้กลไกได้ทำงานไม่อย่างนั้นก็ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาธิปไตย" นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่าย้ำว่าตรงนี้เป็นความพยายามกินรวบ ปิดประตูการตรวจสอบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเห็นความ กังวลแสดงออกมาหลายรูปแบบเหลือเกิน แต่อย่างที่บอกว่าอย่าไปกลัวเลยเพราะถึงอย่างไรท่านก็หนีความจริงไปไม่พ้น
เมื่อถามต่อว่า ต่อเรื่องนี้จะมีการดำเนินการหรือว่ายื่นหนังสือคัดค้านอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางวิปฝ่ายค้านมีการหารือกันเมื่อช่วงเช้า แต่ตนไม่ได้เข้าร่วมการประชุม ยังไม่ทราบว่าได้ข้อสรุปอย่างไร แต่ส่วนตัวอย่างที่ตนบอก ว่าควรผ่อนลงมา การไปบังคับด้วยมติทุกอย่างจะทำให้การทำงานยากมาก แต่การมาซักซ้อมหรือมีกระบวนการหารือกันคิดว่าทำได้อยู่แล้วจริงๆ กลับมาพิการที่ตนอยู่ทุกคณะ ตอนนี้ก็มีลักษณะการเปิดโอกาสให้มีการคุยกัน ทุกคนรู้ว่าเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

