ม็อบรถบรรทุกยื่น10ข้อ จี้ตรึงดีเซล ลิตรละ35บาทนาน1ปี ให้เวลา2ด.ขู่ยกระดับ

ม็อบรถบรรทุกยื่น10ข้อ
จี้ตรึงดีเซล
ลิตรละ35บาทนาน1ปี
ให้เวลา2ด.ขู่ยกระดับ
ม็อบรถบรรทุก บุกกระทรวงพลังงาน จี้ปรับลดราคาดีเซล 35 บาท/ลิตร 1 ปี ลั่นถ้าไม่แก้ปัญหาพร้อมยกระดับการชุมนุม ส่วนอรรถวิชช์ ให้กำลัง รมว.พลังงาน แก้ไขปัญหา ดันดีเซล-เบนซิน ไม่เกิน 35 บาท/ลิตร ด้านเอกนัฏ ส่งทีมสุดซอยรับเรื่อง เผยเห็นใจภาคขนส่ง ยันเร่งแก้ปัญหา รับฟังทุกข้อเสนอ
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่ง โดยสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่าย 13 สมาคม ร่วมชุมนุม “รวมพลังคนขนส่ง หยุดปล้นประชาชน” บริเวณด้านหน้ากระทรวงพลังงาน เพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหาราคาน้ำมัน โดยนำรถบรรทุก ติดป้ายข้อความ พร้อมตั้งเวทีไฮด์ปาร์ค หมุนเวียนวิทยากร ขึ้นปราศรัย
ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สหพันธ์ฯ และสมาคมเครือข่าย รวมถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตพลังงาน รู้สึกน้อยใจที่รัฐบาลแอบขึ้นราคาน้ำมันดีเซล จนได้รับความเดือดร้อน ก่อนหน้านี้เคยยื่นหนังสือเรียกร้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ไปแล้ว 6 ข้อ ครั้งนี้จึงยื่นข้อเรียกร้องเพิ่มอีก 4 ข้อ รวม 10 ข้อ ได้แก่ 1.ขอให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซล B7 ไว้ที่ 35 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนภาคขนส่ง 2.เสนอให้รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ เพื่อกำจัดค่าใช้จ่ายแอบแฝง เช่น ค่าพร้อมจ่าย และค่า FT ที่สร้างภาระเอาเปรียบประชาชน
3.ขอให้ยกเลิกการใช้ราคาอ้างอิงที่สมมุติขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ราคาพลังงานสูงกว่าความเป็นจริง 4.ปรับราคาแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกและตั้งรับไม่ทันเหมือนในอดีตที่ปรับขึ้นครั้งเดียวถึง 6 บาท 5.ให้รัฐบาลปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันทุกชนิดให้เหลือเพียง 5 สตางค์ต่อลิตร เช่นเดียวกับรัฐบาลในอดีตที่เคยทำได้ เพื่อลดภาระราคาน้ำมันหน้าปั๊ม 6.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สนพ., กพช., และ กพค.) ควบคุมค่าการกลั่น (Gross Refining Margin) เนื่องจากสถิติที่ผ่านมาพบว่ามีอัตราสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 7.ควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมาย โดยให้กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานรัฐใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ เช่น พ.ร.บ.และพระราชกฤษฎีกา ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อประกาศให้ราคาน้ำมันเป็นสินค้าควบคุมอย่างจริงจัง
8.เรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีน้ำมันสูญหายกว่า 700 ล้านลิตรในพื้นที่ต่างๆ เช่น อ่างทอง สุราษฎร์ธานี สมุทรปราการ และบางปะกง พร้อมติดตามหาผู้รับผิดชอบ 9.ตรวจสอบบทบาทของ กกพ.ให้มีความโปร่งใสและคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง และ 10.ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีคลังน้ำมันสำรองของชาติที่เป็นของรัฐเองเพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานในยามเกิดวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลกพร้อมเน้นย้ำให้ตามหาไอ้โม่ง ที่กักตุนน้ำมัน และทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบแสนกว่าล้านบาท
การยื่นหนังสือร้องเรียนคราวนี้ จะให้เวลานายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ส่งเรื่องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาพลังงาน รวม 2 เดือน (พฤศจิกายน-ธันวาคม) โดยสิ่งที่ต้องการคือมาตรการช่วยเรื่องน้ำมันเพื่อส่วนรวม ให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่ภาคขนส่งหรือโลจิสติกส์ ยืนยันว่าถ้ารัฐบาลเสนอนโยบายช่วยเฉพาะกลุ่มขนส่ง เราขอไม่เอา ท้ายที่สุดหากไม่มีความคืบหน้าใดๆ จะยกระดับการชุมนุมนำรถบรรทุก 500-1,000 คัน เข้ามา กทม.เพื่อเรียกร้องต่อไป
“นายเอกนัฏ เป็นคนรุ่นใหม่ มีอนาคตทางการเมืองอีกไกล แต่ตอนนี้เห็นว่ายังขาดความกล้าที่จะสู้กับกลุ่มทุนพลังงาน มีทีมงานสุดซอย แต่ตอนนี้เดินมาแค่ครึ่งซอย ส่วนที่มีการส่งเสริมเรื่องปรับลดภาษีสรรพสามิต B20 กับ E20 มองว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดอย่าง B20 มีการใช้ทั้งประเทศ ไม่เกิน3,000,000 ลิตร รัฐบาลก็พยายามจะกระตุ้นให้ใช้ 9,000,000-10,000,000 ลิตร ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องยาก อีกทั้งส่วนลดเหล่านี้ ถูกนำไปสมทบกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สุดท้ายประชาชนแทบไม่ได้อะไรเลย ไม่ตอบโจทย์การใช้งาน เหมือนเป็นการเกาไม่ถูกที่คัน”ดร.ทองอยู่ กล่าว
ด้าน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า พร้อมสนับสนุน รมว.พลังงาน เดินหน้าแก้ปัญหาต่อให้สำเร็จ โดยควรยกเลิกอ้างอิงราคาสิงคโปร์ ให้ประชาชนและภาคขนส่ง ได้ใช้น้ำมันในราคาที่สมเหตุสมผล โดยกำหนดเพดานราคาดีเซล และเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 ไม่เกินลิตรละ 35 บาท
ส่วนปัญหาของภาคขนส่งนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า การลดราคาดีเซล B20 ยังไม่ตอบโจทย์ เพราะน้ำมันหลักที่รถบรรทุกใช้คือดีเซล B7 ซึ่งระบุว่าราคาสูงถึงลิตรละ 42.54 บาทแล้ว หากปล่อยให้ต้นทุนสูงต่อเนื่องผู้ประกอบการบางรายอาจเดินรถต่อไม่ไหว สินค้าแพง กระทบค่าครองชีพของประชาชน จึงเสนอให้ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยเฉพาะส่วนของโรงกลั่น เพราะทำกำไรสูงต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี ถึงเวลาต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนไทย ช่วยให้ราคาน้ำมันปลายทางลดลง ภาคขนส่งเดินต่อได้
นายอรรถวิชช์กล่าวอีกว่า ต้องการให้กำลังใจ ทั้งผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญปัญหา และ รมว.พลังงาน ที่กำลังเดินหน้าแก้ไข ขอให้ผลักดันต่อจนเห็นผล เพราะสิ่งที่ประชาชนรอคอย คือราคาน้ำมันที่ลดลงและภาระค่าครองชีพที่เบาลง
ขณะที่ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการ รมว.พลังงาน พร้อมด้วยนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทน รมว.พลังงาน รับมอบหนังสือจาก ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ และแกนนำการเคลื่อนไหวภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อรับข้อเรียกร้อง โดย น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุว่าเข้าใจถึงภาระที่พี่น้องภาคการขนส่งต้องเผชิญ ท่ามกลางวิกฤตการสู้รบในต่างประเทศที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 เดือน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ทางกระทรวงพลังงาน ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยจะนำเรื่องร้องเรียนเสนอ รมว.พลังงาน พิจารณาโดยเร็วที่สุด และคาดว่าจะสามารถเชิญตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการ เข้าพบ รมว.พลังงาน ได้ภายในสัปดาห์นี้ หรือสัปดาห์หน้า
น.ส.ฐิติภัสร์กล่าวถึงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กักตุนน้ำมัน ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ว่าได้รับหนังสือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ว่าได้ส่งฟ้องผู้ต้องหา 24 ราย รวมถึงผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7 และจะเชิญทางดีเอสไอ มาหารือร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันว่าได้ติดตามดำเนินคดี
ส่วนนายพงศ์พล กล่าวว่ารมว.พลังงาน ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างแล้วบางส่วน ตัดต้นทุนทิพย์ ที่มีมากว่า 22 ปี ช่วยลดภาระให้พี่น้องประชาชนได้ถึง 10,800 ล้านบาทต่อปี การนำผลประโยชน์ส่วนเกินของโรงกลั่น มาลดราคาหน้าโรงกลั่นแล้วเกือบ 32,000 ล้านบาท และจะติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาลดค่าน้ำมันให้ประชาชน รวมทั้งส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทั้ง B20 และ E20 เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบ
นายพงศ์พลกล่าวถึงข้อเสนอการลดภาษีสรรพสามิต นั้น อาจจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาระผูกพันในอนาคต แต่ยืนยันว่าจะพยายามดูแลโครงสร้างราคาให้ดีที่สุด ยืนยันว่าพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอด้วยความจริงใจ และเห็นใจ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้พยายามแก้ปัญหาที่ต้นตอ โดยข้อเสนอ 10 ข้อจากสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ บางข้อก็ดำเนินการไปแล้ว ยืนยันจะเร่งหาทางออกที่เหมาะสมในการประคับประคองให้ทุกภาคส่วนสามารถก้าวผ่านวิกฤตราคาพลังงานไปด้วยกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

