สุชาติ สั่ง ฉก.คุมมลพิษ ลุยต้นตอขยะอิเล็กทรอนิกส์-วัตถุอันตราย บุกชลบุรีพบ 3 บริษัทไร้ใบอนุญาต อายัดเครื่องจักร-ขยายผล

4 พฤศจิกายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขานรับข้อสั่งการรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายอย่างจริงจัง ภายใต้กลไกคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในส่วนการตรวจสอบและกำกับดูแลสถานประกอบกิจการโรงงาน ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ (ฉก.ควบคุมมลพิษ) เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก ตรวจสอบและขยายผลการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย เพื่อสกัดกั้นปัญหามลพิษตั้งแต่ต้นทางและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน
ฉก.ควบคุมมลพิษ นำโดย นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ประธานคณะทำงาน พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ที่ปรึกษา รมว.ทส.และ ดร.จำลอง ช่วยรอด รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ที่ปรึกษา รมว.ทส.พร้อมเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) สนธิกำลังร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เทศบาลตำบลธาตุทอง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบสถานประกอบการในตำบลธาตุทอง จังหวัดชลบุรี ตามหมายค้น
ผลการตรวจสอบพบว่า มีบริษัทตั้งอยู่ในพื้นที่รวม 4 บริษัท โดยบริษัท ฮวนย้า อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด มีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้อง ส่วนอีก 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท รุ่ยเฟิง จำกัด , บริษัท สโตนเทค จำกัด และบริษัท อี่หมิง จำกัด พบการนำเข้าแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์มาประกอบโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัท รุ่ยเฟิง จำกัด และบริษัท สโตนเทค จำกัด มีผู้ถือหุ้นต่างด้าว 100 เปอร์เซ็นต์
สำหรับการดำเนินการตามกฎหมาย เทศบาลตำบลธาตุทองได้แจ้งความกล่าวโทษกรณีขัดคำสั่งเจ้าพนักงานและประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ขณะที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีได้แจ้งความกล่าวโทษกรณีตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 พร้อมอายัดเครื่องจักรทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายจำนวน 15 คน แบ่งเป็นสัญชาติเมียนมา 8 คน และสัญชาติลาว 7 คน ซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณบ้านพักคนงานด้านนอกสถานประกอบการ
นายสุชาติ ได้กำชับให้ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าตรวจสอบและขยายผลถึงต้นตอการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการติดตามและจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงของเสียอันตรายที่อาจก่อให้เกิดมลพิษ พร้อมประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ย้ำการทำงานต้องบูรณาการทุกภาคส่วน ไม่ปล่อยให้การประกอบกิจการที่ไม่ถูกต้องกลายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมเดินหน้าปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอย่างเต็มกำลัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง








