นายกฯญุี่ปุ่น ประกาศสงครามกับเอไอ ทุ่มงบ 10,000 ล้านเยน ตั้งทีมสกัดภัยทางไซเบอร์

7 พฤศจิกายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายนว่า รัฐบาลได้ร่วมกันจัดทำแพ็กเกจมาตรการรับมือฉุกเฉิน หลังสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัย การเสริมความเข้มแข็งของกระบวนการสืบสวนสอบสวน ตลอดจนการช่วยเหลือผู้เสียหายและป้องกันไม่ให้ความเสียหายขยายวงกว้าง
สำหรับงบประมาณเริ่มต้น 10,000 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 2,000 ล้านบาท มาจากงบประมาณที่รัฐบาลมีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะสูงกว่านี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาจัดหาเงินทุนเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการได้ครบถ้วน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันภัยไซเบอร์ และเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบและสืบสวนเหตุโจมตี เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้านสื่อญี่ปุ่น รายงานว่า หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการจัดตั้งทีมกู้ภัยไซเบอร์ ซึ่งจะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเข้าช่วยเหลือองค์กรที่ถูกโจมตีอย่างรุนแรงหรือมีความจำเป็นเร่งด่วน โดยรัฐบาลเตรียมตั้งสำนักงานเลขานุการภายในปีงบประมาณปัจจุบัน เพื่อประสานงานและจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าให้ความช่วยเหลือ
โดยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องระดมศักยภาพทั้งหมดของรัฐบาล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์ให้ทันกับความรวดเร็วของภัยคุกคามในยุคเอไอ พร้อมเตือนว่า แม้ในขณะนี้ยังคงเกิดเหตุบุกรุกระบบและข้อมูลรั่วไหลขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน
ก่อนหน้านี้หน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ของ GMO Internet Group บริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เครื่องมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ใช้เอไอ ของจีน ซึ่งมีชื่อว่า Artex ถูกนำไปใช้ในการโจมตีระบบของบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา โดย GMO Internet Group เองก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยเช่นกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

