สันติสุข ข้องใจ คนปล่อยข่าวปลอมซ้ำซาก ไม่ลบ ไม่ขอโทษ ไม่อาย ไม่ใช่อาการ สมองตอแ-ล แล้วคืออะไร!?
8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20:31 น.

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2569 นายสันติสุข มะโรงศรี พิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "เผยแพร่ข่าวปลอมซ้ำซาก แล้วไม่อาย ไม่ลบ ไม่ขอโทษ ไม่ใช่อาการ “สมองตอแหล”
แล้วคืออะไร?
....
น่าอนาถใจมาก... เมื่อบุคคลที่มีพฤติกรรมแพร่ข่าวปลอมบ่อยครั้ง (ล่าสุด คือสลิปปลอม) ยังมั่นหน้า เที่ยวแสดงการสั่งสอนบุคคลอื่นหน้าตาเฉย !!!
แถมพาดพิง Top News อีก
น่าสงสัยว่า... บุคคลใดๆ ชอบปล่อยเฟกนิวส์ซ้ำซาก โดยไม่รู้สึกอับอาย ไม่รู้สึกละอาย จัดเป็นผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต หรือไม่?
ปรึกษาพี่ AI บอกว่า
“..การปล่อยข่าวปลอม (Fake News) ซ้ำซาก ไม่ได้จัดเป็นโรคทางจิตเวชโดยตรงตามเกณฑ์การวินิจฉัยทางการแพทย์
แต่มักเกิดจากแรงจูงใจด้านผลประโยชน์ อคติทางความคิด หรือบุคลิกภาพที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีพฤติกรรมนี้อาจสัมพันธ์กับภาวะทางจิตวิทยาบางอย่างได้เช่นกัน
นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสื่ออธิบายสาเหตุที่คนกลุ่มนี้ยังคงสร้างหรือแชร์ข่าวปลอมซ้ำๆ แม้จะถูกจับได้แล้วไว้ดังนี้
แรงจูงใจด้านผลประโยชน์และชื่อเสียง - หลายคนทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ เพิ่มยอดผู้ติดตาม สร้างรายได้จากโฆษณา หรือใช้ทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและธุรกิจ
บุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือหลงตัวเอง - ผู้ที่มีลักษณะบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง หรือขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มักไม่รู้สึกผิดเมื่อโกหก และพร้อมจะบิดเบือนความจริงเพื่อรักษาภาพลักษณ์หรือผลประโยชน์ของตนเอง (ซึ่งในภาษาทั่วไปมักถูกมองว่า "หน้าด้าน" หรือไม่เกรงกลัวความอับอาย)
ภาวะโกหกจนเป็นนิสัย - แม้ไม่ใช่ชื่อโรคโดยตรง แต่เป็นอาการที่พบได้ในกลุ่มความผิดปกติทางบุคลิกภาพบางชนิด ทำให้เจ้าตัวแต่งเรื่องโกหกซ้ำซากจนบางครั้งเชื่อในเรื่องที่ตัวเองแต่งขึ้นจริงๆ
อคติยืนยันความคิดตนเอง - บางคนไม่ได้มีเจตนาร้ายตั้งแต่แรก แต่เลือกรับและส่งต่อเฉพาะข้อมูลที่ตรงกับความเชื่อหรืออคติของตนโดยไม่ตรวจสอบความจริง…”
"สมองตอแหล"
คำว่า "สมองตอแหล" เป็นคำเปรียบเปรยที่เคยมีแพทย์ นำมาใช้อธิบายภาวะทางการแพทย์ที่เรียกว่า "Confabulation" (ภาวะสร้างความทรงจำเท็จหรือการแต่งเรื่องโดยไม่รู้ตัว)
ภาวะนี้ ไม่ใช่การตั้งใจโกหกเพื่อหลอกลวงผู้อื่น แต่เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของสมองที่พยายามปะติดปะต่อข้อมูลที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์ขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ
ผู้ที่มีภาวะนี้ ไม่ได้มีเจตนาโกหก และพูดเล่าเรื่องที่ไม่เป็นความจริงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติและมั่นใจ เพราะสมองของเขาประมวลผลว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง เช่น ผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตลอดทั้งวัน แต่กลับเล่าให้ญาติฟังเป็นฉากๆ ว่าเมื่อเช้าเพิ่งออกไปเดินตลาดมา
การโกหกทั่วไปเกิดจากความตั้งใจและรู้ตัวดีว่ากำลังบิดเบือนความจริง เพื่อผลประโยชน์ หรือเอาตัวรอด ส่วนภาวะ Confabulation เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวและไม่มีเจตนาหลอกลวง
คนที่โกหกมักจะหาข้อแก้ตัวหรือเปลี่ยนเรื่องเมื่อถูกจับได้
แต่ผู้ป่วยภาวะ Confabulation มักจะยืนยันในสิ่งที่ตนพูดอย่างหนักแน่น หรือสร้างเรื่องใหม่มาอธิบายเพิ่มเติมทันทีเพื่อเชื่อมโยงให้สมเหตุสมผลในความคิดของตัวเอง
น่าสงสัยว่า คนที่เสพติดการเผยแพร่เฟกนิวส์ ไม่ละอายเมื่อถูกจับได้ ไม่ลบ ไม่ขอโทษอะไรเลย
หากไม่ใช่ “สมองตอแหล” แล้วเป็นเพราะอะไร ? "
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

