ทรัมป์ขู่ถล่มเศรษฐกิจ จัดการปท.ช่วยอิหร่าน

ทรัมป์ขู่ถล่มเศรษฐกิจ
จัดการปท.ช่วยอิหร่าน
“ทรัมป์” ขู่ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ต่อประเทศที่เปิดทางให้สถาบันการเงิน ธุรกิจ หรือหน่วยงานรัฐช่วยเหลืออิหร่าน พร้อมเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อเตหะราน “ให้หนักหน่วงถึงที่สุด” หลังเจราจาสะดุด “ฮอร์มุซ” ยังวิกฤต เรือไม่กล้าผ่าน เตรียมใจน้ำมันจ่อพุ่ง100ดอลลาร์
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดก็ตามที่สนับสนุนอิหร่าน หรือให้ “ความช่วยเหลือในรูปแบบใดก็ตาม แก่รัฐบาลเตหะราน
โดย ทรัมป์ กล่าวว่า ประเทศใดที่เปิดทางให้สถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ สนามบิน หรือหน่วยงานรัฐบาล ให้ความช่วยเหลือแก่อิหร่าน จะต้องเผชิญ “ผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าจะใช้มาตรการใดเป็นการเฉพาะ และไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศใด แต่ระบุว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมรู้ตัวดี
ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐจะเริ่มปฏิบัติการทางเศรษฐกิจซึ่ง “รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยใช้กับประเทศใดก็ตามบนโลก” และสหรัฐจะเอาผิดประเทศที่เปิดทางให้มีการลักลอบขนน้ำมัน การทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงิน การโอนเงินสด และการดำเนินงานผ่านบริษัทบังหน้าเพื่อช่วยเหลืออิหร่าน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า สหรัฐจะเพิ่มแรงกดดันทางการเงินต่ออิหร่าน ขณะที่การเจรจาเพื่อยุติสงครามยังคงหยุดชะงัก หลังบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่ทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน ผ่านพ้นกำหนด 60 วัน ไปตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา การปรับเปลี่ยนท่าทีของทรัมป์เปิดขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า สถานการณ์เกี่ยวกับอิหร่าน “กำลังไปได้ดี” และการเจรจากับรัฐบาลเตหะรานอาจกลับมาเปิดขึ้นอีกครั้ง สักวันหนึ่ง
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า อิหร่านยังเผชิญทางตันด้านการทูต หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีการเจรจาและยังไม่มีการกำหนดวันเจรจารอบใหม่กับอิหร่าน ขณะที่เตหะรานยืนยันว่าจะไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลงชั่วคราวที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้การเดินเรือผ่านเส้นทางพลังงานสำคัญของโลกชะลอตัวลงอย่างหนัก และราคาน้ำมันขยับขึ้นต่อเนื่อง
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเกิดขึ้นในขณะนี้ และไม่มีการกำหนดการเจรจารอบใหม่ ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดและสามารถเดินเรือได้ โดยระบุว่าไม่มีทุ่นระเบิดทางทะเลที่ขวางเส้นทาง และกองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงดำเนินมาตรการปิดกั้นทางทะเลต่ออิหร่านอย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านให้ข้อมูลตรงกันข้าม โดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ผู้เจรจาของอิหร่าน ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิด จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อิหร่านระบุไว้ในข้อตกลงชั่วคราวเดือนมิถุนายน
เงื่อนไขสำคัญของอิหร่านได้แก่ การยุติการปิดล้อมท่าเรือ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมัน การปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัด และการยุติภัยคุกคามหรือปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านฮอร์มุซ “เปิดหรือปิด” แต่เรือแทบไม่กล้าผ่าน แม้คำกล่าวของสหรัฐฯ และอิหร่านจะขัดแย้งกัน แต่ข้อมูลการเดินเรือสะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ข้อมูลจากKpler ที่ Reuters รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านช่องแคบเพียง 6ลำ ลดลงจาก 9 ลำในวันก่อนหน้า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมา โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่มากเพียงบางส่วนที่ยังสามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้
ก่อนเกิดสงคราม เส้นทางดังกล่าวมีเรือผ่านมากกว่า 130 ลำต่อวัน ขณะที่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรือสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านเพียง 5 ลำในวันเสาร์ และไม่มีเรือผ่านในวันอาทิตย์ ตามข้อมูลการติดตามเรือของ Kpler ที่ Reuters รายงาน ดังนั้น แม้ในทางเทคนิคจะยังมีเรือบางลำสามารถผ่านช่องแคบได้ แต่ในทางเศรษฐกิจ ฮอร์มุซกำลังเผชิญภาวะหยุดชะงักอย่างรุนแรง
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เพราะก่อนเกิดสงครามมีน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ประมาณ หนึ่งในห้าของโลก ที่ต้องผ่านเส้นทางนี้
เมื่อการเดินเรือชะลอตัว บริษัทเดินเรือและเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากเลือกหลีกเลี่ยงเส้นทาง เนื่องจากความเสี่ยงจากการโจมตีและสถานการณ์ทางทหาร ทำให้ต้นทุนประกันภัยและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ โดยเฉพาะในเอเชีย ต้องเผชิญความไม่แน่นอนด้านปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ตลาด
ด้านราคาน้ำมันดิบBrent ปิดที่ประมาณ91.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่ WTI ปิดที่ประมาณ 85.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น1.1% ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม
นักวิเคราะห์เริ่มเตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อและการขนส่งผ่านฮอร์มุซยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ราคาน้ำมันอาจมีโอกาสขยับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้อีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

