โฆษก ปชป. ดันพ.ร.บ.ป้องกันนักโทษออกมาทำผิดซ้ำ ตัดอำนาจนักการเมืองออกพ.ร.ฎ ช่วยคนใกล้ชิด

โฆษก ปชป. ดันพ.ร.บ.ป้องกันนักโทษออกมาทำผิดซ้ำ การอภัยโทษต้องไม่รวมพ่อค้ายารายใหญ่-คดีอุกฉกรรจ์ ตัดอำนาจนักการเมืองออกพ.ร.ฎ ช่วยคนใกล้ชิด จี้สอบเส้นทางเงินโยงเครือข่ายช่วยเหลือ ให้คะแนนความประพฤติหวังเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมสะสมโบนัสวันสู่อิสระภาพ ชี้พิรุธ เล่าต๋า พ้นคุก รับโทษแค่ 9 ปี ชี้หากนับตามเกณฑ์ทำตัวดี-อภัยโทษแล้วยังต้องรับโทษต่อ 45 ปี
เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง (พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง) ว่า ปัจจุบันพรรคประชาธิปัตย์ได้พูดถึงพ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง เน้นกรณีคนที่ทำผิดซ้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอีกหลายๆ คดี โดยมองว่าการลดโทษให้ผู้กระทำผิดยังมีช่องว่างในส่วนของคนที่กระทำความผิดครั้งแรก ซึ่งยังไม่มีการควบคุมโดยพ.ร.บ.ที่จะนำเสนอนี้
แต่จากปัญหาของนายเล่าต๋า แสนลี่ ทำให้เราได้เห็นภาพกว้างของผู้ทำผิดครั้งแรก ซึ่งนายเล่าต๋าเป็นราชายาเสพติดที่มีอิทธิพล มีเครือข่ายกว้าง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ นำไปสู่กระบวนการยุติธรรมที่พิพากษาโดยศาลให้จำคุกตลอดชีวิต แต่สุดท้ายติดคุกเพียง 8-9 ปีก็ได้ออกมา
คำถามคือวันนี้คนที่พิพากษาคือศาลหรือกระทรวงยุติธรรม หรือนักการเมือง เพราะนายเล่าต๋าได้รับการอภัยโทษทั้งหมด 6 ครั้งในระยะเวลาประมาณ 7 ปีจากจำคุกตลอดชีวิตหรือเปรียบเทียบประมาณ 50 ปี แต่จำคุกจริงประมาณ 9 ปี ซึ่งต่างกันมาก คำถามคือการที่นายเล่าต๋าได้รับการปล่อยตัวเร็วขนาดนี้ เพราะอะไร
อย่างแรกคือกระบวนการเลื่อนชั้นนักโทษ โดยในเรือนจำจะมีนักโทษทั้งหมด 6 ชั้น คือชั้นเยี่ยม ชั้นดีมาก ชั้นดี ชั้นกลาง ชั้นต้องปรับปรุง และชั้นต้องปรับปรุงมาก หากเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมอย่างกรณีของนายเล่าต๋านั้น 1 เดือน จะมีการสะสมวันโบนัสลำวันจำคุกได้ 5 วัน ลดหลั่นกันตามชั้นของนักโทษ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ นักโทษในเรือนจำอย่างประพฤติดีอยากพัฒนาตัวเองและอยากได้รับการลดวันจำคุก
2. กระบวนการอภัยโทษ ที่บอกว่ากระบวนการของกรมราชทัณฑ์ที่ทำตามระเบียบ แต่จริงๆ แล้วยังมีกระบวนการออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษโดยนักการเมือง คือรมว.ยุติธรรม ที่สามารถแก้ไขรายชื่อได้ ออกบัญชีแนบท้าย สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ได้และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อออกเป็นพระราชกฤษฎีกาต่อไป กรณีนี้เป็นปัญหาทั่วโลก แต่สหรัฐเมริกา และแคนดามองว่าเป็นปัญหาจึงแก้ไขกฎหมาย TRUS Intensensing หรือ TIS กำหนดเพดานขั้นต่ำให้นักโทษต้องรับโทษ 85% ของบทลงโทษ
ดังนั้นประเทศไทยต้องถอยกลับมามองว่าจะทำอย่างไรให้คดีอุกชกรรจ์ร้ายแรง คดียาเสพติดโดยเฉพาะรายใหญ่ต้องรับโทษจริง ไม่ควรอ้างความชราภาพทำให้ไม่ต้องรับโทษ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้คนแก่ออกไปค้ายาเสพติด เพราะเหตุผลลดโทษให้คนแก่ไม่ต้งอติดคุก เพราะมองถึงศักยภาพในการก่อคดีที่ต้องใช้พละกำลัง ซึ่งคดียาเสพติดไม่ได้ใช้พละกำลังเลย แต่ใช้อิทธิพล ใช้เครือข่าย ใช้อำนาจมืด ดังนั้นความชราภาพไม่ได้ป้องกันไม่ให้คนแก่ก่ออาชญากรรมยาเสพติดซ้ำได้
นายพงศกร กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์มองเห็นปัญหานี้และไม่อยากให้สังคมเกิดค่านิยมส่งเสริมให้คนแก่ไปค้ายาเพราะติดคุกไม่นานก็ออกมาใช้เงินที่ซุกซ่อนไว้อย่างสุขสบาย จึงขอเสนอใหมีการออกพ.ร.บ.บังคับโทษตามจริงตามคำพิพากษาเหมือนอเมริกาฯ หรือแคนาดา หรือจะแก้ไขกฎกระทรวง เรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราชทัณฑ์ซึ่งเราจะดำเนินการต่อแน่นอน เราต้องการลดภาพรวมถึงข้อเท็จจริงที่บอกว่า ตำรวจเสี่ยงตายจับ ศาลลงดาบพิพากษา แต่สุดท้ายนักการเมืองไขประตูปล่อย เราต้องไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องให้ประเทศไทยมีแต่ความยุติธรรมไม่ใช่ให้นักการเมืองปล่อยทุกคนที่เป็นพวกของเขา
เมื่อถามว่ารัฐบาลควรจะผลักดันเรื่องนี้อย่างไรบ้าง เนื่องจากทางกรมราชทัณฑ์ก็ออกมายอมรับว่ามีช่องว่าง ตรงนี้จริงๆ นายพงศกร กล่าวว่า อย่างแรกไม่ควรออกพระราชกฤษฎีกาลดโทษให้ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ เพราะทุกวันนี้จะเห็นว่าผู้เสพหรือผู้ค้ารายเล็กจะติดคุกนานกว่ารายใหญ่หลายราย ไม่ใช่แค่นายเล่าต๋า สองคือต้องทบทวนกระบวนการเลื่อนชั้นนักโทษ ซึ่งต้องยอมรับว่าผู้มีอิทธิพล หรือผู้ค้ายารายใหญ่มีเงินมาก ดังนั้นต้องตรวจสอบเส้นทางทางการเงินว่า ทำไมคนเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักโทษชั้นเยี่ยมหมดเลย ดังนั้นกรมราชฑัณฑ์ใช้หลักเกณฑ์อะไรพิจารณา และรู้จริงขนาดไหนเพราะคนที่ประเมิมนคือเจ้าหน้าที่ด้านในคุกซึ่งไม่มีใครเห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน ดังนั้นต้องดูดีๆ พิจารณาจากอะไร เที่ยงธรรมหรือไม่
“กรณีของนายเล่าต๋าหากสมมุติว่าเขาเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมสะสมจำนวนวันลดการติดคุกได้ทั้งหมด 10 ปี สมมุตินับตั้งแต่วันแรก ก็สะสมได้เฉลี่ย แค่ 400 กว่าวัน หรือสามารถออกจากคุกได้เร็วกว่าประมาณปีกว่าๆ แต่วันนี้เขาติดคุกแค่ 9 ปีจากการจำคุกตลอดชีวิต ที่เปรียบเทียบว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 50 ปีดังนั้นเขาจึงควรติดคุก 49 ปีแต่ปัญหาหลักคือการขออภัยโทษที่เสนอโดยนักการเมือง” นายพงศกร กล่าว
เมื่อถามต่อว่ารมว.ยุติธรรม ระบุว่าเกณฑ์ที่ใช้ในการปรับโทษ หรือ ลดโทษให้กับ นายเล่าต๋า มีการบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2563 นายพงศกร กล่าวว่า นายเล่าตามีการขออภัยโทษตั้งแต่ปี 2562 ดังนั้นอย่าให้มีบัญชีแนบท้ายที่เสนอให้คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้รับการอภัยโทษ ดังนั้นวันนี้เราไม่อยากพึ่งพาความคิดหรือดุลยพินิจของนักการเมือง เพราะสมมุติว่าเปลี่ยนกระทรวงแล้วปรับครม.ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ จึงควรใช้กระบวนการทางกฎหมาย หรืออิงตามกฎหมายของสหรัฐฯ กรณีคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง คดีค้ายาเสพติดที่เป็นรายใหญ่ แม้จะทำตัวดี หรือขออภัยโทษ แต่สุดท้ายห้ามรับโทษต่ำกว่า 85% ของบทลงโทษ
ดังนั้นถ้าอิงตามคำตัดสินของนายเล่าต๋าติดคุกตลอดชีวิตหรือราวๆ 50 ปีก็จะเท่ากับว่าต้องติดคุกจริงประมาณ 45 ปี ก็จะลดเรื่องอิทธิพลที่จะใช้กระทำความผิดได้ลดเรื่องของการส่งเสริมให้คนแก่ค้ายาได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

