ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย ประสบความสำเร็จจัดการแสดง"Korean Sound"ฉลองการเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ
ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทยได้จัดการแสดง "Korean Sound" โดยวงดุริยางค์แห่งชาติเกาหลี ณ ห้องอเนกประสงค์ของศูนย์วัฒนธรรมฯ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 18.00 น. การแสดงนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ '2026 Touring K-Arts' ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และมูลนิธิเกาหลีเพื่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ (KOFICE) โดยมีศิลปินรุ่นใหม่สังกัดในโครงการพัฒนายุวศิลปิน จากวงดุริยางค์แห่งชาติฯ 11 คน และจากคณะชางกึกละครร้องเพลงแห่งชาติเกาหลี 1 คน มาร่วมแสดงการขับร้องและบรรเลงเครื่องดนตรีเกาหลีดั้งเดิมอันหลากหลาย เช่น คายากึม, คอมุนโก, แทกึม, พีรี, แฮกึม และแทอาแจง
การแสดง "Korean Sound" ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการแสดงครั้งแรกเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ (Pre-Opening) หลังจากที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ ได้ย้ายที่ทำการไปยังย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ภายในงานมีบุคคลสำคัญจากทั้งภาครัฐ แวดวงวิชาการ วัฒนธรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 160 ท่าน นำโดย ฯพณฯ นายปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กรุงเทพมหานคร ศูนย์วัฒนธรรมตุรกี อินเดีย และฝรั่งเศสประจำประเทศไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คณะนักแสดงได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยบทเพลงที่หลากหลาย ซึ่งครอบคลุมทั้งเพลงชองอัก (Jeongak - ดนตรีราชสำนักดั้งเดิมของเกาหลี) และเพลงแต่งใหม่ร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น 'ยางชองโดดือรี', ฉาก 'ชวาอูนาโจล' หนึ่งในตอนของพันโซรี เรื่องซูกุงกา, 'ซูรยูฮวาแก' และ 'สีสันแห่งกาลเวลา' นอกจากนี้ ในบทเพลงสุดท้าย 'Together Arirang' ได้มีการนำเพลงพื้นบ้านของไทยอย่าง 'ลาวดวงเดือน' และเพลงพื้นบ้านของเกาหลีอย่าง 'อารีรัง' มาบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีเกาหลีดั้งเดิม พร้อมกับการขับร้องพันโซรี ซึ่งถ่ายทอดความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและเกาหลีผ่านเสียงดนตรีได้อย่างลึกซึ้ง
นางซอนจู ลี ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี กล่าวว่า "เราจัดการแสดงครั้งนี้ขึ้นเนื่องจากความมุ่งมั่นและแนวทางของศิลปินรุ่นใหม่ที่พยายามนำเสนอ กุกอัก (Gugak) ซึ่งเป็นรากฐานของดนตรีเกาหลี ให้ผู้ชมทั่วโลกในปัจจุบันสามารถเพลิดเพลินไปด้วยกันได้นั้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย" และยังกล่าวเสริมว่า "เราจะเดินหน้าสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนระหว่างศิลปินเยาวชนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีแห่งใหม่นี้ เป็นแหล่งบ่มเพาะที่คนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศสามารถสื่อสารและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันผ่านวัฒนธรรม"
ทั้งนี้ ศูนย์วัฒนธรรมฯ มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยปัจจุบันได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการ “การประดับตกแต่ง: ประดับความหมายแห่งชีวิต” ซึ่งนำเสนอวัฒนธรรมการประดับตกแต่งของเกาหลีผ่านเครื่องประดับและงานหัตถกรรมดั้งเดิม ณ ห้องวัฒนธรรม ชั้น 1 ตลอดจนการฉายภาพยนตร์เกาหลี หลักสูตรภาษาเกาหลีและอาหารเกาหลี รวมถึงกิจกรรมทัศนศึกษา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

