มน. ชูบทบาทมหา’ลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ‘ICRBO 2026’ ผลักดันนวัตกรรมน้ำมันรำข้าวไทยสู่สากล

ทพญ. ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านน้ำมันรำข้าว ประจำปี 2569 (International Conference on Rice Bran Oil 2026: ICRBO 2026) และเปิดเผยว่า น้ำมันรำข้าวเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และงานวิจัยมาเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร การผนึกกำลังระหว่างสมาคมน้ำมันรำข้าวนานาชาติและมหาวิทยาลัยนเรศวรในการจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง ซึ่งช่วยสร้างความเข้มแข็งและเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อสร้างประโยชน์แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างยั่งยืน
ด้าน รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยว่า มน.มุ่งมั่นให้การศึกษา งานวิจัย นวัตกรรม และความเป็นผู้ประกอบการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาของโลก การร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน ICRBO 2026 ภายใต้หัวข้อ “Current Issues on Rice Bran Oil Production, Consumption, and Perspectives” สะท้อนถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเป็น University for Entrepreneurial Society อย่างแท้จริง โดยไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ แต่ต้องการผลักดันให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือข้ามประเทศ ที่จะเปลี่ยนทรัพยากรทางการเกษตรอย่างข้าวและรำข้าว ให้กลายเป็นนวัตกรรมมูลค่าสูงที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพ โภชนาการ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ขณะที่ รศ.ดร.เหรียญทอง สิงห์จานุสงค์ นายกสมาคมน้ำมันรำข้าวนานาชาติ ปี 2569 และอาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มน. กล่าวว่า งาน ICRBO 2026 จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน โอกาสใหม่ๆที่กำลังเกิดขึ้น และทิศทางในอนาคต ตลอดจนห่วงโซ่คุณค่าของน้ำมันรำข้าว โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้สนับสนุน และภาคีเครือข่าย
ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ การบรรยายพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก การนำเสนอรายงานสถานการณ์น้ำมันรำข้าวจากประเทศสมาชิก การเสวนาในหัวข้อโอกาสทางการตลาดและการต่อยอดเชิงธุรกิจ (Marketing and Business Opportunities) รวมถึงการนำเสนอผลงานวิชาการ 7 กลุ่มเรื่อง ที่ครอบคลุมมิติสุขภาพ เทคโนโลยี กฎระเบียบข้อบังคับ และความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการวิจัย นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมน้ำมันพืชจำนวน 28 บริษัท การให้ความสนใจเข้าร่วมการประชุมจากเอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ และภูมิภาคอื่นๆกว่า 300 คน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจต่อน้ำมันรำข้าวที่เติบโตขึ้นในระดับสากล และความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

