เติร์ด-กันตพัฒน์ เนรมิตประติมากรรมลูกโป่ง 'คชบุษบก–กนกมยุรา' ผงาดเวที Korea Balloon Festival 2026

“คชบุษบก–กนกมยุรา” ผลงาน “เติร์ด–กันตพัฒน์” ถ่ายทอดอัตลักษณ์ศิลปะไทยใน Korea Balloon Festival 2026
ศิลปะไทยที่คุ้นตาในสถาปัตยกรรม เครื่องประดับ และลวดลายดั้งเดิม ถูกนำมาถ่ายทอดในรูปแบบใหม่ผ่านลูกโป่งหลายพันลูกในผลงาน “คชบุษบก–กนกมยุรา” ผลงานของ “เติร์ด” กันตพัฒน์ โรจนสมิทธ์ นิสิตคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาการตลาด หลักสูตรนานาชาติ และผู้ได้รับการรับรอง Master Balloon Professional (MBP) คนไทยคนแรกและคนเดียว ซึ่งนำผลงานเข้าร่วม Korea Balloon Festival 2026 ณ ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

หัวใจของผลงานเริ่มต้นจาก “ช้างไทย” สัตว์ประจำชาติที่กันตพัฒน์เลือกนำมาเป็นตัวแทนในการบอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทย ก่อนพัฒนาเป็นประติมากรรมลูกโป่งช้างไทยสีขาวขนาดใหญ่ ทรงเครื่องคชาภรณ์และแบกบุษบกสีทองไว้บนหลัง ภายใต้ชื่อ “คชบุษบก”
สีของผลงานได้รับการกำหนดขึ้นอย่างมีความหมาย โดยใช้สีขาว แดง และน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของธงไตรรงค์เป็นแกนหลัก ก่อนเสริมด้วยสีทองเพื่อสะท้อนถึงความรุ่งเรืองและความมั่งคั่งทางศิลปวัฒนธรรมของไทย สีเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏเพียงบนตัวช้าง แต่ถูกกระจายอยู่ตามองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อเชื่อมทั้งผลงานให้เป็นภาพเดียวกัน


รายละเอียดของเครื่องคชาภรณ์ถูกถ่ายทอดผ่านลูกโป่ง ตั้งแต่ “ผ้าเยียรบับ” ที่คลุมบริเวณหลังช้าง การตกแต่งส่วนศีรษะและผ้าปกกระพอง พู่หูช้าง ไปจนถึงเครื่องประดับบริเวณข้อเท้า โดยเฉพาะผ้าเยียรบับที่ใช้ลูกโป่งสีแดงและน้ำเงินสร้างเป็นโครงสร้างคล้ายผืนผ้า ก่อนประดับด้วยลวดลายสีทอง เป็นการเปลี่ยนคุณลักษณะของสิ่งทอที่อ่อนนุ่มให้กลายเป็นประติมากรรมสามมิติจากลูกโป่ง โดยยังคงกลิ่นอายของงานประดับแบบไทยไว้
เหนือหลังช้างคือ “บุษบก” สีทอง ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางทางสายตาของผลงาน บุษบกเป็นรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและงานศิลป์ไทยที่สะท้อนองค์ความรู้ของช่างไทย ทั้งเรื่องสัดส่วน ความสมมาตร การซ้อนชั้น และการนำสายตาจากฐานขึ้นสู่ยอด กันตพัฒน์นำหลักการเหล่านี้มาถอดรูปและสร้างขึ้นใหม่ด้วยลูกโป่ง ตั้งแต่ฐาน เสา ไปจนถึงเรือนยอดที่ค่อย ๆ ลดหลั่นขึ้นสู่ส่วนยอด

ภายในบุษบกมี “พานเพลิง” เป็นหัวใจสำคัญอีกส่วนหนึ่ง เปลวเพลิงสีทอง ส้ม และแดงถูกกำหนดให้สื่อถึงสติปัญญา ความรุ่งเรือง และความสว่างไสว เปลี่ยนพื้นที่ภายในบุษบกจากเพียงส่วนประกอบทางโครงสร้างให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีความหมายในตัวเอง
นอกเหนือจากองค์ประกอบขนาดใหญ่ กันตพัฒน์ยังให้ความสำคัญกับลวดลายที่ผู้คนอาจพบเห็นอยู่เป็นประจำโดยไม่ทันสังเกต หนึ่งในนั้นคือ “ลายประจำยาม” ลายพื้นฐานของศิลปะไทยที่ปรากฏอยู่ในงานประดับหลากหลายแขนง ด้วยโครงสร้างที่แผ่ออกอย่างสมมาตรในสี่ทิศ ลวดลายดังกล่าวจึงถูกนำมาประยุกต์และสร้างซ้ำด้วยลูกโป่งสีทองหลายขนาด เพื่อสร้างจังหวะ ความสมดุล และเชื่อมภาษาของลายไทยเข้ากับประติมากรรมร่วมสมัย
การนำลายประจำยามมาใช้ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญของผลงานว่า การแสดงความเป็นไทยไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่เพียงสัญลักษณ์ขนาดใหญ่ที่ผู้ชมจดจำได้ทันที หากสามารถซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ตั้งแต่ลวดลาย สี สัดส่วน ไปจนถึงวิธีจัดองค์ประกอบ ทำให้ผู้ชมต่างชาติสามารถเริ่มต้นจากความน่าสนใจของ Balloon Art ก่อนค่อย ๆ ทำความรู้จักกับศิลปวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังแต่ละส่วน

เรื่องราวยังต่อเนื่องไปยัง “กนกมยุรา” นกยูงไทยสีขาวและทองที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบคู่กับคชบุษบก ชื่อ “กนกมยุรา” มาจากการนำ “กนก” ซึ่งเป็นหนึ่งในภาษาสำคัญของลวดลายไทย มาผสานกับ “มยุรา” หรือนกยูง ตัวนกได้รับการออกแบบให้มีลักษณะของนกยูงไทย ทั้งรูปทรงศีรษะและหงอนที่พุ่งเอนไปด้านหน้า พร้อมหางที่รำแพนออกอย่างสง่างาม โดยนำจังหวะของลายกนกมาประยุกต์เข้ากับขนหาง เพื่อสื่อถึงความมั่นใจ ความสง่างาม และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
เมื่อ “คชบุษบก” และ “กนกมยุรา” ถูกนำมาจัดวางร่วมกัน จึงเกิดเป็น “คชบุษบก–กนกมยุรา” ชื่อที่มีสัมผัสคล้องจองและเชื่อมองค์ประกอบทั้งสองเข้าด้วยกัน ก่อนเติมเต็มพื้นที่ด้วยดอกบัวและองค์ประกอบจากธรรมชาติ เพื่อสร้างภาพรวมเสมือนฉากหนึ่งของศิลปวัฒนธรรมไทยที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยลูกโป่ง
ผลงานดังกล่าวถูกนำไปจัดแสดงท่ามกลางผลงานของศิลปินจากเกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน จีน เวียดนาม มองโกเลีย ญี่ปุ่น และไทย ภายใน Korea Balloon Festival 2026 โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานทั้งในด้านขนาดของผลงาน เทคนิคการสร้าง และรายละเอียดของศิลปะไทยที่ถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบ
สำหรับกันตพัฒน์ การเดินทางครั้งนี้ยังเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับศิลปินต่างชาติในพื้นที่ทำงานเดียวกัน เทคนิคบางอย่างที่ตนถนัดถูกแบ่งปันให้กับศิลปินคนอื่น ขณะเดียวกันก็ได้รับความรู้และวิธีการใหม่กลับมาจากผู้ร่วมงาน แม้แต่ความแตกต่างด้านภาษาก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค เมื่อการสาธิตด้วยมือ การทดลองทำร่วมกัน และเทคโนโลยีแปลภาษาเข้ามาช่วยเชื่อมการสื่อสารระหว่างกัน

จากช้างไทย บุษบก คชาภรณ์ ลายประจำยาม ลายกนก ไปจนถึงนกยูงไทย “คชบุษบก–กนกมยุรา” จึงเป็นความพยายามนำรายละเอียดของศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนานมาถ่ายทอดด้วยภาษาของ Balloon Art และนำเสนอในบริบทนานาชาติ เพื่อให้ความเป็นไทยไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ถูกเก็บรักษาไว้ในรูปแบบเดิม แต่สามารถถูกเรียนรู้ ต่อยอด และเล่าเรื่องผ่านวัสดุร่วมสมัยให้ผู้ชมต่างวัฒนธรรมได้สัมผัสในอีกมุมหนึ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

