รัสเซีย ใช้แผน Double-Tap ส่งโดรนขยี้ซ้ำห้างในยูเครน ดับ-เจ็บระนาว

22 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุโดรนรัสเซียหลายลำโจมตีศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในเมืองครีวี ริห์ ทางตอนกลางของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 130 คน
โอเล็กซานเดอร์ ฮันชา ผู้ว่าการภูมิภาค เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 130 คน ในจำนวนผู้บาดเจ็บมีเด็กอย่างน้อย 22 คน ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 29 คนอยู่ในอาการสาหัส ซึ่งรวมถึงเด็ก 5 คน พร้อมเผยภาพที่แสดงให้เห็นกลุ่มควันดำขนาดใหญ่พวยพุ่งออกมาจากอาคารขนาดใหญ่หลังเกิดเหตุ เบื้องต้นยังมีผู้สูญหายอีก 9 คน รวมเด็ก 2 คน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเคลียร์ซากของศูนย์การค้าเพื่อค้นหาผู้ประสบเหตุ
ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองครีวี ริห์ ประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่เหยียดหยามและโหดร้ายอย่างที่สุด เขากล่าวหาว่า หลังโดรนรัสเซียลูกแรกโจมตีศูนย์การค้าไปแล้วประมาณ 30 นาที มีโดรนลูกที่สองเข้าโจมตีพื้นที่เดิมอีกครั้ง โดยการโจมตีครั้งที่สองมีจุดประสงค์เพื่อมุ่งเป้าไปยังเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่เดินทางเข้าพื้นที่หลังการโจมตีครั้งแรก
การโจมตีลักษณะดังกล่าวมักถูกเรียกว่า Double-Tap Strike หรือ การโจมตีซ้ำพื้นที่เดิมภายในช่วงเวลาสั้นๆ หลังการโจมตีครั้งแรก ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ข้อกล่าวหาเรื่องเจตนาโจมตีเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินดังกล่าวมาจากฝ่ายยูเครน
โดยประธานาธิบดียูเครน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเทเลแกรมว่า การโจมตีลักษณะนี้ไม่ต่างจากการก่อการร้าย พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเอาผิดรัสเซีย และยืนยันว่าจะตอบโต้กลับแน่นอน
ต่อมาสื่อรัฐบาลยูเครน รายงานว่า เกิดเหตุโดรนรัสเซียโจมตีในแคว้นมิโคลาอิฟ ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย ในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวมีเด็ก 3 คน ขณะที่ผู้หญิงอีก 1 คนได้รับบาดเจ็บ
ซึ่งเหตุโจมตีทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในช่วงที่รัสเซียเพิ่มความรุนแรงของปฏิบัติการทางอากาศต่อยูเครน ขณะที่สงครามภาคพื้นดินกำลังดำเนินเข้าใกล้ระยะเวลา 4 ปีครึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม มีผู้เสียชีวิต 17 ราย จากเหตุขีปนาวุธทิ้งตัวของรัสเซียโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน
ด้านยูเครนก็เพิ่มปฏิบัติการโจมตีภายในรัสเซียเช่นกัน โดยมุ่งเป้าไปยังโรงงานและคลังน้ำมัน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยทางรัฐบาลระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดขีดความสามารถของรัสเซียในการจัดหาเชื้อเพลิงและทรัพยากรที่จำเป็นต่อการทำสงคราม

