ศรีไพร นนทรีย์ นักเคลื่อนไหวแรงงาน แฉซ้ำพฤติกรรมสมยศ คนในขบวนรับรู้มาตลอด แต่โดนว่าให้ร้ายกันเกินไป

23 สิงหาคม 2569 ศรีไพร นนทรีย์ นักเคลื่อนไหวด้านแรงงาน กลุ่มย่านรังสิตและใกล้เคียง ซึ่งร่วมงานกับ สมยศ พฤกษาเกษมสุข มาเป็นระยะเวลานาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sriprai Nonsee ระบุว่า พอดีมีชื่อ เลยคิดว่าควรชี้แจง ในรายละเอียดไม่ได้ระบุเหตุผลที่ไม่ให้รายละเอียดเพราะเคยบอกไปแล้วว่าเป็นเพราะคนที่ถูกเขียนถึงคือคนที่ยังอยู่ในคุก หากอีกฝ่ายจะโต้กลับเรา ก็คงทำได้ยากจึงไม่ให้สัมภาษณ์
ส่วนเรื่องพฤติกรรมแย่ๆเรื่องผู้หญิง พี่พูดมาตลอดกับคนในขบวนได้รับรู้ถึงพฤติกรรม จะได้ระวัง แต่ก็ถูกมองว่าเป็นให้ร้ายกันเกินไป หลังประชุมพี่ชวนกลับบ้าน ก็หาว่าพี่เป็นก้างขวางคอ ตอนนี้เห็นพยายามฟอกขาวกัน ดูน้อยลง
ทั้งนี้ ศรีไพร นนทรีย์ ได้แชร์โพสต์ของ นายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสจาก Khaosod English ที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีคุณ A เล่าว่าถูกข่มขืนโดยนักกิจกรรมอาวุโสที่มีชื่อเสียง
เมื่อคืนผมได้อ่านบทความยาวจากคำให้สัมภาษณ์ของคุณ A (นามสมมติ) จากเพจ socialgaze. ที่อ้างว่าถูกข่มขืนโดยนักกิจกรรมอาวุโสทางแรงงานและประชาธิปไตย และมีคนจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นคุณ สมยศ พฤกษาเกษมสุข Somyot Pruksakasemsuk อดีตนักโทษ ม.112 หรือไม่ ผมจึงขอนำข่าวเก่าของข่าวสดอิงลิช ที่ผมมีโอกาสสัมภาษณ์คุณสมยศ เรื่องข้อกล่าวหาการล่วงละเมิดทางเพศ โดยสัมภาษณ์ ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเดือนกันยายน ปี 2560 ก่อนที่สมยศจะได้รับอิสรภาพในเดือนเมษายนปีถัดไป หรือปี 2561 (ในบทความมีการสัมภาษณ์คุณ Chumaporn Waaddao Jaded Chouwilai & Jittra Cotchadet ด้วย)
ขอคัดเอาส่วนที่ผมถามสมยศเรื่องข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศให้อ่านกันก่อน ว่าสมยศตอนนั้นตอบอย่างไร:
—
ในการสัมภาษณ์ภายในเรือนจำเมื่อวันอังคาร สมยศไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยตรง และตอบว่า
“การคุกคาม [ทางเพศ] หมายความว่าอย่างไร? ผมไม่รู้ว่าการคุกคามทางเพศคืออะไร ในระดับไหน และใครถูกคุกคามทางเพศ?” เขากล่าวจากด้านหลังฉากกระจกของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
เมื่อถูกถามว่าเขาเชื่อหรือไม่ว่าผู้ที่บอกว่าเป็นเหยื่อและพยานต่างโกหก สมยศ ซึ่งถูกจำคุกมา 6 ปีและมีกำหนดพ้นโทษในเดือนเมษายน กล่าวว่า
“ใครคือเหยื่อ? ถ้าไม่มีใครออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ แล้วผมจะตอบอย่างไร?”
สมยศยังกล่าวเพิ่มเติมว่า
“จะบอกว่าผมอยู่เหนือเรื่องพวกนี้ หรือเป็นเหมือนสมภารวัด ก็คงไม่ได้ ไม่ใช่ และผมก็พูดไม่ได้ว่าผมไม่เคยทำ มันไม่ชัดเจนว่าอะไรถือเป็นการคุกคามทางเพศ ผมดีใจที่เรื่องนี้กำลังถูกพูดถึง หวังว่าจะมีการพูดคุยมากขึ้น เพื่อให้ผู้คนเข้าใจว่าการคุกคามทางเพศคืออะไร ผมอาจเคยคุกคามใคร หรืออาจไม่เคยก็ได้ แต่การพูดคุยเรื่องนี้เป็นเรื่องดี”
—
ทีนี้เชิญอ่านข่าว แปลโดย AI จากภาษาอังกฤษ แต่ตรวจทานขัดเกลาโดยผม และตัดส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสมยศออก อนึ่ง บทความต้นฉบับเขียนโดย Teeranai Charivastra โดยมี Todd Ruiz เป็นบรรณาธิการ และผม (ประวิตร โรจนพฤกษ์) เป็นผู้สัมภาษณ์และเขียนสมทบ โดยเฉพาะในส่วนของการสัมภาษณ์สมยศ
—
ประวัติข้อกล่าวหาเรื่องผู้ล่วงละเมิดทางเพศย้อนหลังไปหลายปี
กรุงเทพฯ — แม้ข่าวการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นในกลุ่มนักกิจกรรมฝ่ายก้าวหน้าในช่วงที่ผ่านมา จะสร้างความตกตะลึงได้ด้วยตัวมันเอง แต่เรื่องราวยังมีอีกด้านที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญบางรายของขบวนการดังกล่าว
ผู้ที่ใกล้ชิดกับขบวนการระบุว่า พฤติกรรมล่าเหยื่อ การล่วงละเมิด และการทำให้ผู้เสียหายเงียบเสียง เกิดขึ้นมาอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษแล้ว
ชุมาพร วาดดาว ซึ่งทำงานอยู่กับองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิทธิสตรี เล่าถึงตัวอย่างของบุคคลที่มีชื่อเสียงว่าเป็นผู้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมถึงกรณีนักกิจกรรมหญิงถูกลวนลามระหว่างการเดินทางออกนอกกรุงเทพฯ โดยเธอกล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายคนในแวดวงนักกิจกรรมต่างรับรู้กันอยู่แบบ “ความลับที่ทุกคนรู้”
จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า การล่วงละเมิดทางเพศไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในแวดวงนักกิจกรรม
“มันเกิดขึ้นทุกแห่งในสังคมชายเป็นใหญ่แห่งนี้ โดยเฉพาะในสถานที่ที่ผู้คนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน” จะเด็จกล่าว
การล่วงละเมิดทางเพศไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้หญิงเช่นกัน ชุมาพรกล่าวว่า เมื่อประมาณสองปีก่อน นักกิจกรรม LGBT ชายคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าลวนลามผู้เข้าร่วมเสวนารายหนึ่งในห้องน้ำของโรงแรมที่จัดงานดังกล่าว ผู้เสียหายขอไม่ให้เปิดเผยชื่อทั้งของตนเองและผู้ถูกกล่าวหา....
ข้อกล่าวหาที่สร้างความตกตะลึงที่สุดเกี่ยวข้องกับ สมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตนักกิจกรรมแรงงานและบรรณาธิการนิตยสารฝ่ายเสื้อแดงรายนี้ถูกจำคุกมาแล้ว 6 ปี จากโทษจำคุก 7 ปีในคดีหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่รัฐและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ชื่อของสมยศกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเกินขอบเขต และเขาถูกยกเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ควรปฏิรูปหรือยกเลิกกฎหมายดังกล่าว
ชุมาพร นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี กล่าวว่า ระหว่างที่สมยศรณรงค์ร่วมกับคนงานโรงงานเพื่อเรียกร้องสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้น เขาได้ลวนลามคนงานหญิงรายหนึ่ง
เธอกล่าวว่า นักกิจกรรมที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจ แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร
ผู้เสียหายลังเลที่จะพูดออกมา เพราะไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับองค์กรที่กำลังทำงานเพื่อช่วยเหลือเธอและคนงานคนอื่น ๆ
“ในเมื่อเหยื่อต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเขา คุณคิดว่าเธอจะกล้าพูดออกมาหรือ?” ชุมาพรถาม
อย่างไรก็ตาม บุตรของสมยศกล่าวกับข่าวสดอิงลืชว่า เขาไม่เคยได้ยินข้อกล่าวหานี้มาก่อน
ในการสัมภาษณ์ภายในเรือนจำเมื่อวันอังคาร สมยศไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยตรง
“การคุกคามหมายความว่าอย่างไร? ผมไม่รู้ว่าการคุกคามทางเพศคืออะไร ในระดับไหน และใครถูกคุกคามทางเพศ?” เขากล่าวจากด้านหลังฉากกระจกของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
เมื่อถูกถามว่าเขาเชื่อหรือไม่ว่าผู้ที่บอกว่าเป็นเหยื่อและพยานต่างโกหก สมยศ ซึ่งถูกจำคุกมา 6 ปีและมีกำหนดพ้นโทษในเดือนเมษายน กล่าวว่า
“ใครคือเหยื่อ? ถ้าไม่มีใครออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ แล้วผมจะตอบอย่างไร?”
สมยศกล่าวเพิ่มเติมว่า
“จะบอกว่าผมอยู่เหนือเรื่องพวกนี้ หรือเป็นเหมือนสมภารวัด ก็คงไม่ได้ ไม่ใช่ และผมก็พูดไม่ได้ว่าผมไม่เคยทำ มันไม่ชัดเจนว่าอะไรถือเป็นการคุกคามทางเพศ ผมดีใจที่เรื่องนี้กำลังถูกพูดถึง หวังว่าจะมีการพูดคุยมากขึ้น เพื่อให้ผู้คนเข้าใจว่าการคุกคามทางเพศคืออะไร ผมอาจเคยคุกคามใคร หรืออาจไม่เคยก็ได้ แต่การพูดคุยเรื่องนี้เป็นเรื่องดี”
จิตรา คชเดช อดีตนักกิจกรรมแรงงานซึ่งเคยทำงานร่วมกับสมยศมาหลายปี กล่าวว่า มีข่าวลือเกี่ยวกับพฤติกรรมล่าเหยื่อของสมยศอยู่มาก แต่เธอระบุว่าไม่เคยพูดคุยกับผู้ที่ถูกกล่าวหาที่ว่าเป็นเหยื่อโดยตรง
“ฉันเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับสมยศหลายเรื่อง เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง จากคนอื่น ๆ เช่น เคยได้ยินว่าเขาไปงานสัมมนาแล้วไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่ห้องของเธอ”
จิตรากล่าวว่า แม้จะมีเรื่องเล่าจำนวนมาก แต่เท่าที่เธอทราบ ไม่มีใครแจ้งความหรือเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะ
ชุมาพรและจิตรา ต่างแนะนำให้สอบถามอดีตนักกิจกรรมแรงงานอีกคนหนึ่ง คือ ศรีไพร นนทรีย์ ซึ่งได้รับการกล่าวว่าเป็นเพื่อนสนิทของสมยศ
เมื่อผู้สื่อข่าวติดต่อไปหา ศรีไพรถามว่าผู้สื่อข่าวกำลังสอบถามเธอเพื่อทำข่าวหรือไม่ ก่อนจะปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม
อดีตนักกิจกรรมอาวุโสรายหนึ่งกล่าวว่า สมยศมักเข้าหาผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายโดยอาศัยชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของเขาในฐานะนักต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
บุคคลดังกล่าวระบุว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเหยื่อรวมถึงนักกิจกรรมรุ่นเยาว์และสมาชิกชุมชนที่สมยศควรจะเข้าไปช่วยเหลือ
“เขาเลือกคนที่อยู่ในสถานะรองกว่า” อดีตนักกิจกรรมรายดังกล่าวกล่าว โดยขอสงวนชื่อ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งกับสมยศและผู้สนับสนุนของเขา
อดีตนักกิจกรรมรายนี้ยังกล่าวว่า สมยศยังคงมีพฤติกรรมดังกล่าวต่อเนื่องหลังจากเข้าร่วมขบวนการเสื้อแดงในปี 2552
ชุมาพรกล่าวว่า มีรูปแบบที่นักกิจกรรมบางคนใช้สถานะและชื่อเสียงของตัวเองเพื่อเอาเปรียบผู้ตกเป็นเหยื่อ
“เมื่อคุณเป็นนักกิจกรรม คุณมีชื่อเสียง คุณมีคุณค่า คุณมีอำนาจ” ชุมาพรกล่าว
การรายงานเพิ่มเติมโดย: ประวิตร โรจนพฤกษ์
หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ: หลังบทความนี้เผยแพร่ จิตรา คชเดช ได้ติดต่อกลับมาเพื่อย้ำว่า คำกล่าวของเธอเกี่ยวกับพฤติกรรมของสมยศนั้นมาจากข้อมูลที่ได้รับฟังมาจากบุคคลอื่น ไม่ใช่ประสบการณ์หรือการพบเห็นด้วยตนเองโดยตรง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

