กมธ.ศาสนา ยกคณะลงพื้นที่อุบลฯ ปลุก บ้าน-วัด-โรงเรียน ฝ่าคลื่นดิจิทัล แนะใช้เทคโนโลยีทันโลก เดินคู่หลักธรรม โปร่งใส

23 สิงหาคม 2569 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กมธ.การศาสนาฯ ได้จัดสัมมนาเรื่อง “สานพลังบวร สู่การบริหารจัดการวัดในยุคดิจิทัล” ที่สำนักสงฆ์อุทยานธรรมทดหลวง ต.ตาเกา อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้มี พระครูสุทธิพัฒนกิจ เจ้าคณะอำเภอน้ำขุ่น พระครูโอภาสศาสนการ เจ้าคณะตำบลตาเกา พระครูวชิรปัญญาวิสุทธิ์ เจ้าคณะตำบลไพบูลย์ พระอาจารย์อภิรักษ์ สิริภัทโท ประธานสำนักสงฆ์อุทยานธรรมทดหลวง ตลอดจน นายอำนวย ทองรินทร์ ปลัดอาวุโสอำเภอน้ำขุ่น พร้อมคณะสงฆ์ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม
นางธิวัลรัตน์ กล่าวต่อว่า วงสัมมนาเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันหลักของคนไทย ทั้ง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะบทบาทของ “วัด” ที่วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ แหล่งเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงเป็นพื้นที่สร้างความสามัคคีและความเข้มแข็งให้กับชุมชน ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต การสื่อสาร และการเรียนรู้ วัดและองค์กรพระพุทธศาสนาจึงต้องปรับตัว นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งการบริหารจัดการ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การประชาสัมพันธ์กิจกรรม การจัดการองค์ความรู้ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
นางธิวัลรัตน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลต้องไม่ทิ้งรากเหง้าและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา แต่ต้องเดินควบคู่กับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วม เพื่อให้เทคโนโลยีเป็น “เครื่องมือ” ยกระดับกิจการพระพุทธศาสนา ไม่ใช่เข้ามาเปลี่ยนแปลงคุณค่าและอัตลักษณ์ของวัด
สำหรับแนวคิด “บวร” หรือ บ้าน-วัด-โรงเรียน ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชน โดย “บ้าน” เป็นพลังของประชาชน “วัด” เป็นศูนย์กลางด้านจิตใจและศีลธรรม ขณะที่ “โรงเรียน” เป็นแหล่งสร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพคน หากทั้ง 3 ส่วนผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถสร้างชุมชนเข้มแข็ง พร้อมขับเคลื่อนพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการสัมมนา คณะสงฆ์และชาวบ้านได้หยิบปัญหาคาราคาซังขึ้นมาสอบถามกลางวง ถึงความคืบหน้าการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อสร้างและตั้งวัดของสำนักสงฆ์อุทยานธรรมทดหลวง หลังยื่นคำขอมาเป็นเวลานาน แต่กระบวนการยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ชี้แจงข้อสงสัย พร้อมถวายความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และรับปัญหาดังกล่าวไปพิจารณา โดยระบุว่า ปัญหาการขอสร้างและตั้งวัดในพื้นที่ของรัฐมีความซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมธนารักษ์ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงจำเป็นต้องนำทุกฝ่ายมาร่วมศึกษาและหาแนวทางคลี่คลายปัญหา
“การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยคณะกรรมาธิการฯ จะนำหลัก บวร มาเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาและประสานทุกภาคส่วน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาการตั้งและสร้างวัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป” ประธาน กมธ.การศาสนาฯ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









