ส.อ.ท.แนะช่องรุกอียิปต์ เน้นลงทุนสาขาที่สร้างมูลค่าเพิ่ม

ดร.ชโย ตรังอดิศัยกุล กรรมการบริหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสภาธุรกิจไทย-อียิปต์ เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ได้เข้าร่วมการประชุมเตรียมการคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission) ไทย-อียิปต์ โดยมี นางอุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา เป็นประธาน ณ กระทรวงการต่างประเทศ โดยการประชุมมีเป้าหมายเตรียมประเด็นหลักสำหรับการประชุม Joint Commission ไทย-อียิปต์ ครั้งที่ 3 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ในช่วงการเยือนไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ โดย ส.อ.ท. ได้นำมุมมองและข้อเสนอของภาคเอกชนเข้าร่วมผลักดัน
โดยในปี 2568 ไทยและอียิปต์มีมูลค่าการค้ารวม 974.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยเกินดุลการค้า 654.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์ยาง แม้การค้าไทย-อียิปต์มีศักยภาพเติบโต แต่ผู้ประกอบการไทยต้องรับมือกับความท้าทายใหม่ ทั้งความผันผวนของค่าเงิน ขั้นตอนนำเข้าที่ซับซ้อน และนโยบายส่งเสริมการผลิตภายในประเทศของอียิปต์ ซึ่งอาจกดดันความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดระยะต่อไป
“ผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของค่าเงิน ที่ทำให้ราคาสินค้าไทยในตลาดอียิปต์สูงขึ้น รวมถึงกระบวนการนำเข้าที่มีความซับซ้อน และนโยบายส่งเสริมการผลิตภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า ซึ่งอาจกระทบต่อโอกาสทางการตลาดของสินค้าสำคัญอย่าง ยานยนต์ ชิ้นส่วน และยางรถยนต์ ในอนาคต”ดร.ชโย กล่าว
ทั้งนี้ ส.อ.ท. จึงเห็นว่าการสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระยะต่อไป ควรขยับจากการพึ่งพาการส่งออกสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การลงทุนและบริการ เพื่อให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในตลาดอียิปต์ได้ลึกขึ้น โดย ส.อ.ท. ได้เสนอให้หารือกับฝ่ายอียิปต์เพื่อส่งเสริมการลงทุนในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ บริการทางการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธุรกิจโรงแรมและที่พัก โดยแนวทางดังกล่าวจะช่วยกระจายโอกาสจากการค้าสินค้าไปสู่การลงทุน การบริการ และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ประเทศ และเพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดอียิปต์ได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงภาคเอกชนไทยกับภาครัฐและพันธมิตรในอียิปต์ เพื่อผลักดันข้อเสนอที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ และเปลี่ยนความท้าทายด้านการค้าให้เป็นโอกาสใหม่ในการขยายธุรกิจไทยสู่ตลาดตะวันออกกลาง และแอฟริกา
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP) กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ปี 2569 เศรษฐกิจอียิปต์กำลังก้าวข้ามจากยุคแห่งการฟื้นฟู เข้าสู่ยุคแห่งการเติบโตเชิงโครงสร้าง ภายหลังจากที่รัฐบาลอียิปต์ประสบความสำเร็จในการปฏิรูปเศรษฐกิจมหภาค และการแก้ไขวิกฤตการณ์ขาดแคลนเงินตราต่างประเทศในช่วงปี 2567-2568 ส่งผลให้ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจหลักมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศที่พุ่งสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่ลดต่ำลงสู่ระดับที่บริหารจัดการได้ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ฟื้นคืนกลับมา โดยเฉพาะจากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการเมืองใหม่และเขตเศรษฐกิจพิเศษ
สำหรับในปี 2569 อียิปต์ไม่ได้เป็นเพียงคู่ค้าดั้งเดิมของไทยในแอฟริกาตอนเหนือ แต่กำลังยกระดับสถานะสู่การเป็น “ประตูยุทธศาสตร์” ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของไทยเข้าสู่ตลาดแอฟริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง ผ่านเครือข่ายข้อตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุม เจาะลึกถึงโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ โดยเน้นที่สินค้าศักยภาพของไทย ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหารแปรรูป วัสดุก่อสร้าง และเคมีภัณฑ์ พร้อมทั้งนำเสนอทิศทางการลงทุนของบริษัทชั้นนำจากไทย และบทบาทเชิงรุกของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงไคโร ในการผลักดันการค้า 2 ฝ่ายให้บรรลุเป้าหมายใหม่ ท่ามกลางกฎระเบียบทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลและความยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

