DITP ชี้ช่องขายอุปกรณ์ ร่วมบริหารจัดการระบบ รับอินเดียเร่งลงทุนไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของอินเดีย พบมีการเติบโตอย่างมากใน 3 รัฐ คุชราต ราชสถาน และอุตตรประเทศ ส่วนรัฐอื่นๆ ก็มีการลงทุนเพิ่มขึ้น ชี้อินเดียยังมีข้อจำกัด ทั้งอุปกรณ์ ระบบการบริหารจัดการ แนะเป็นโอกาสไทยในการส่งออกไปขายและร่วมลงทุนทำธุรกิจ
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เร่งขยายตลาดสินค้าไทยและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ล่าสุดได้รับรายงานจาก นายเฉก จีนาพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ถึงผลการสำรวจการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดีย โอกาสของไทยในการขยายการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิต การเข้าไปบริหารระบบบริหารจัดการพลังงาน และการร่วมลงทุน
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานผลการสำรวจว่า ขณะนี้อินเดียเร่งขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดย 3 รัฐหลักครองสัดส่วน 66% ของกำลังการผลิตใหม่ ได้แก่ คุชราต ราชสถานและอุตตรประเทศ ขณะที่รัฐมหาราษฏระ และรัฐอานธรประเทศ มีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนรัฐทมิฬนาฑู เกรละ โอดิสา และมัธยประเทศ แม้จะเพิ่มกำลังการผลิตในสัดส่วนไม่สูง แต่มีการขยายตัวของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) อย่างต่อเนื่อง สะท้อนแนวโน้มการกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น
ทั้งนี้แม้อินเดียจะมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการเพิ่มกำลังการผลิต แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านระบบสายส่ง การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า ความสามารถในการกักเก็บพลังงาน และความสมดุลของการลงทุนระหว่างรัฐต่างๆ ส่งผลให้รัฐบาลอินเดียต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานควบคู่กับการเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะการส่งออกแผงเซลล์แสงอาทิตย์ รวมไปถึงการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบบริหารจัดการพลังงาน และบริการวิศวกรรม ซึ่งเป็นสาขาที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของโครงการพลังงานหมุนเวียน
อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการไทย ควรพิจารณาสร้างความร่วมมือกับผู้พัฒนาโครงการ ผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้ผลิตอุปกรณ์ในรัฐที่มีการลงทุนสูง ได้แก่ ชราต ราชสถาน และอุตตรประเทศ รวมทั้งติดตามโอกาสการลงทุนในรัฐ Tamil Nadu, Karnataka, Maharashtra, Andhra Pradesh, Kerala, Odisha และ Madhya Pradesh ซึ่งมีแนวโน้มขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง
“การเร่งลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนของอินเดีย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในหลายสาขา ได้แก่ ระบบกักเก็บพลังงาน อินเวอร์เตอร์ หม้อแปลงไฟฟ้า สวิตช์เกียร์ สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบ Smart Grid ระบบบริหารจัดการพลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับโครงข่ายไฟฟ้า งานวิศวกรรม การออกแบบ ก่อสร้าง การเดินระบบ และการบำรุงรักษา (EPC และ O&M) รวมไปถึงการร่วมลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการจัดตั้งกิจการร่วมทุนกับผู้ประกอบการอินเดีย” นางสาวสุนันทา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

