‘ส่งออก’เดือน ส.ค.69 โต 24.3% ลุ้นทั้งปีขยายตัวแตะ 15%

25 กันยายน 2569 นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2569 มีมูลค่า 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,157,667 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 ที่ร้อยละ 24.3 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 19.5 ขณะที่การส่งออก 8 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 18.9 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 18.6
โดยได้รับแรงจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง AI ในต่างประเทศ ซึ่งหนุนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การส่งออกผลไม้ไปจีนกลับมาขยายตัวโดดเด่น โดยเฉพาะทุเรียนสดและมังคุดสด จากผลผลิตภาคใต้ที่ออกสู่ตลาด ด้านตลาดส่งออก ภาพรวมขยายตัวในระดับสูงทั้งตลาดหลักและตลาดรอง
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่ง รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ
มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนสิงหาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 24.3 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 37,101.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 25.1 ดุลการค้า ขาดดุล 2,482.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวมการส่งออก 8 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 266,149.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.9 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 303,986.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 36.1 ดุลการค้า ขาดดุล 37,837.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนสิงหาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 1,157,667 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 29.7 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,255,876 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 30.4 ดุลการค้า ขาดดุล 98,209 ล้านบาท ภาพรวมการส่งออก 8 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 8,506,873 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 14.7 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 9,841,648 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 31.4 ดุลการค้า ขาดดุล 1,334,775 ล้านบาท
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กลับมาขยายตัวในรอบ 4 เดือน และมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 27.1 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 29 เดือน
ทั้งนี้ การส่งออกไปตลาดสำคัญยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ทั้งในตลาดหลักและตลาดรอง สอดคล้องกับดัชนี PMI ภาคการผลิตโลกเดือนสิงหาคมที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน พร้อมคำสั่งซื้อใหม่สำหรับการส่งออก (New Export Orders) ที่กลับมาขยายตัว โดยสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยียังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI ที่เติบโตต่อเนื่องทั่วโลก รวมทั้งยังคงมีการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ขณะที่การส่งออกไปตะวันออกกลางและเอเชียใต้ยังคงหดตัวต่อเนื่อง
ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้ (1) ตลาดหลัก ขยายตัวร้อยละ 25.4 โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ร้อยละ 48.7 จีน ร้อยละ 15.5 ญี่ปุ่น ร้อยละ 19.6 สหภาพยุโรป (27) ร้อยละ 23.1 อาเซียน (5) ร้อยละ 19.3 และ CLMV ร้อยละ 0.3 (2) ตลารอง ขยายตัวร้อยละ 17.8 โดยขยายตัวในทวีปออสเตรเลีย ร้อยละ 81.0 ลาตินอเมริกา ร้อยละ 8.8 และรัสเซียและกลุ่ม CIS ร้อยละ 1.9 ขณะที่หดตัวในตลาดทวีปแอฟริกา ร้อยละ 8.8 เอเชียใต้ ร้อยละ 11.4 ตะวันออกกลาง ร้อยละ 7.8 และสหราชอาณาจักร ร้อยละ 8.9 และ (3) ตลาดอื่น ๆ ขยายตัวร้อยละ 66.0
นางสาวณัฐิยา กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และความชัดเจนด้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และค่าขนส่ง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการค้าโลกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เป้าการส่งออกทั้งปี ยังคงอยู่ในกรอบเดิม 5-11% ค่ากลาง 8% ซึ่งจะประเมินอีกครั้ง แต่ดูตัวเลขถึงตอนนี้ ทั้งปีน่าจะเกิน 11% เพราะผ่านมา 8 เดือนทำได้ 18.9% โอกาสที่จะขยายตัว 15% เป็นไปได้ โดยมีมูลค่า 391,267.4 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจากนี้ อีก 4 เดือน ต้องส่งออกให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 31,000 ล้านดอลลาร์
ส่วนการส่งออกปี 2570 มองว่า มีแนวโน้มที่จะขยายตัวติดลบ เพราะฐานการส่งออกปีนี้สูง แนวโน้มเศรษฐกิจโลกไม่ดี ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น สงครามยืดเยื้อและอาจขยายวงกว้างขึ้น สต๊อกสินค้าที่เคยสั่งซื้อในปีนี้ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ความต้องการนำเข้าลดลง การวางโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center เริ่มอยู่ตัว และสหรัฐฯ จะมีปัญหาทางการเงิน ค่าเงิน หนี้สิน เพิ่มขึ้นมาก ทำให้ต้องบริหารการขาดดุลการค้าและเพิ่มการกีดกันการนำเข้าสินค้าอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

