เตือนผู้ส่งออกอาหารรับมือ ‘แฮกเกอร์’ถล่มระบบตู้แช่แข็งทั่วยุโรป

นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมฯได้ติดตามการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบควบคุมตู้แช่เย็นและแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วยุโรปอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ในยุโรป เพื่อติดตามผลกระทบต่อคำสั่งซื้อและการส่งออกสินค้าอาหารไทย โดยสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกอันดับ 4 ของไทย ช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2569 ไทยส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปมูลค่า 24,127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 23.4%
สำหรับสถานการณ์ดังกล่าวเกิดจากกลุ่มแฮกเกอร์เจาะระบบควบคุมระยะไกล (IoT) ของตู้แช่สินค้า โดยสั่งเปลี่ยนโหมดแช่แข็งเป็นโหมดละลายน้ำแข็ง พร้อมเร่งปรับอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อาหารสดและอาหารแช่แข็งได้รับความเสียหาย ล่าสุดการโจมตีขยายวงจากประเทศฝรั่งเศส ไปอีก 11 ประเทศ โดยมุ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อสินค้าอาหารจากไทย
นายวราวุฒิ กล่าวว่า อาหารทะเลแช่แข็งและไก่แปรรูปแช่แข็งเป็นกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบสูง เพราะต้องพึ่งพาระบบห่วงโซ่ความเย็น หากระบบตู้แช่ปลายทางหยุดชะงัก อาจทำให้การสั่งซื้อสินค้าเพื่อเติมสต๊อก (Restock) ชะลอตัวลง ขณะที่อาหารแช่เย็น ผักและผลไม้สด อาจเสี่ยงต่อการชะลอรับมอบหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ หากระบบความเย็นยังไม่พร้อม โดยขณะนี้ สคต.ในยุโรปยังไม่ได้รับรายงานการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าไทย
“ส่วนอาหารสำเร็จรูปกระป๋องและผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องจัดเก็บในระบบทำความเย็น คาดว่าจะได้รับผลกระทบจำกัด และอาจมีโอกาสเพิ่มช่องทางจำหน่ายในช่วงที่ซูเปอร์มาร์เก็ตต้องปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่จัดเก็บและจำหน่ายสินค้า” นายวราวุฒิ กล่าว
นายวราวุฒิ กล่าวอีกว่า ผู้ส่งออกไทยควรเตรียมพร้อมด้านกำลังผลิต วัตถุดิบ และการขนส่ง เพราะภายหลังซูเปอร์มาร์เก็ตกลับมาดำเนินงานได้ อาจสั่งซื้ออาหารแช่แข็งล็อตใหม่เพื่อเติมสต๊อกสินค้า นอกจากนี้ควรเร่งยกระดับระบบจัดการห่วงโซ่ความเย็นให้สามารถรับมือความเสี่ยงทางไซเบอร์ รวมถึงประกันภัยขนส่งที่ครอบคลุมความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าในตลาดยุโรป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

