สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งรุนแรงที่สุด ขู่ทั่วโลกห้ามทำธุรกิจกับอิหร่าน ไม่เว้น 'จีน'

25 สิงหาคม 2569 จากกรณีที่ นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะจัดการแถลงข่าวในวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะเปิดเผยมาตรการที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นต่อประเทศที่เผชิญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 โดยเขาได้ออกมากล่าวว่า "รุ่งอรุณเริ่มต้นวันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการโจมตีทางการเงินครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาต่อศัตรู"
ความคืบหน้าล่าสุด สหรัฐฯ ได้ออกประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านขั้นทุติยภูมิ (Secondary Sanctions) โดยนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงข่าวว่า สหรัฐฯ หวังให้มาตรการนี้ "ตัดทุกเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ" ที่ค้ำจุนเหนือประเทศอิหร่าน

นายสกอตต์ เบสเซนต์ ออกแถลงการณ์ มาตรการที่เขาอธิบายว่าเป็นการ ดีเดย์ ทางเศรษฐกิจ หรือ economic D-Day ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อมอบคำเตือนครั้งสุดท้ายแก่ประเทศต่างๆ ให้ตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน มิเช่นนั้น บริษัทและองค์กรสำคัญของพวกเขาอาจถูกตัดขาดจากระบบการเงินที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์
โดยเขาได้กล่าวว่า "เรากำลังเปิดฉากบุกโจมตีทางเศรษฐกิจต่อเครือข่ายทางการเงินของอิหร่านทั่วโลก เป้าหมายของเราคือการตัดทุกเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจที่ค้ำจุนระบอบทรราชนี้ จนกว่ารัฐบาลเตหะรานจะอยู่อย่างโดดเดี่ยว"
ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการกดดันให้อิหร่านยุติการโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย และ ในทะเลแดงผ่านกองกำลังตัวแทนอย่างกลุ่มฮูตี หลังเตหะรานดำเนินการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ซึ่งทำให้สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

อิหร่านอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรหลายชั้นจากสหรัฐฯ และนานาชาติ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจ แต่ก็ยังไม่สามารถยับยั้งผู้นำอิหร่านได้ และอิหร่านออกมายืนยันว่า มาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ นี้ จะให้ผลในทางตรงกันข้าม
ก่อนหน้านี้ นายสกอตต์ เบสเซนต์ เคยเรียกร้องความร่วมมือจากจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านมาหลายปี แม้ว่ามาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ ที่เริ่มบังคับใช้อีกครั้งเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม จะส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากอิหร่านไปยังจีนลดลงก็ตาม
ด้านผู้เชี่ยวชาญ ได้ออกแสดงความคิดเห็นว่า รัฐบาลวอชิงตันยังคงระมัดระวังการตอบโต้จากจีนหากมีการคว่ำบาตรธนาคารของจีน ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะพบปะกันในเดือนหน้า เพราะการส่งออกแร่ธาตุหายากของจีนถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง
ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามเกี่ยวกับธนาคารของจีน รมว.คลังสหรัฐฯ ตอบว่า "เราต้องการทำความเข้าใจให้ชัดเจนในวันนี้ว่า ไม่มีใครอยู่เหนือน้ำมือของมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ"
กระทรวงการต่างประเทศของจีน ออกแถลงการณ์ทันทีว่า มาตรการคว่ำบาตรและการใช้วิธีกดดันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา และปักกิ่งจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
กระทรวงการคลังสหรัฐฯได้แกะรอยเครือข่ายผู้ให้การสนับสนุน และช่องทางการเงินที่อิหร่านใช้ในการลักลอบขนส่งน้ำมันและหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรไว้หมดแล้ว และวอชิงตันจะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อเล่นงานทุกแหล่งที่มาของรายได้ที่ผิดกฎหมายของอิหร่าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

