จี้รัฐปรับโครงสร้างภาษีรถ สร้างความเป็นธรรมผู้ผลิตในประเทศ

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในเดือนกรกฎาคม 2569 มีการผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 117,383 คัน เพิ่มขึ้น 6.12% จากเดือนกรกฎาคม 2568 โดยมีการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 13,422 คัน เพิ่มขึ้น 271% ผลิต PHEV 1,661 คัน เพิ่มขึ้น 295.48% ผลิต HEV 24,173 คัน เพิ่มขึ้น 95.35% จากการขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และการส่งออกไปประเทศคู่ค้า
ในขณะที่ยอดผลิตรถยนต์นั่งสันดาปภายใน ผลิตได้เพียง 8,251 คัน ลดลงถึง 62.49% ส่วนการผลิตรถกระบะ ยังคงลดลงตามยอดขายในประเทศที่ลดลง แต่ผลิตรถกระบะไฟฟ้าได้ 346 คัน เพิ่มขึ้น 686.36% เพื่อขายในประเทศและส่งออก รถบรรทุกผลิตได้ 1,550 คัน เพิ่มขึ้น 108.05% จากการกลับมาผลิตได้ตามปกติเพราะย้ายโรงงานผลิตเสร็จแล้ว ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 มีจำนวน 834,595 คัน ลดลง 0.09% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ทั้งนี้เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นการผลิตเพื่อส่งออก 72,679 คัน คิดเป็น 61.95% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 1.92% จากเดือนกรกฎาคม 2568 ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 ผลิตเพื่อการส่งออกทั้งสิ้น 521,840 คัน คิดเป็น 62.53% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 4.97% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่เดือนกรกฎาคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 44,704 คัน คิดเป็น 38.05% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 22.42% จากเดือนกรกฎาคม 2568 ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 312,755 เพิ่มขึ้น 9.27% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ เดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 59,196 คัน เพิ่มขึ้น 0.80% จากเดือนมิถุนายน 2569 และเพิ่มขึ้น 20.07% จากเดือนกรกฎาคม 2568 ยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายได้ 20,989 คัน เพิ่มขึ้น 122.08% คิดเป็นสัดส่วน 35.46% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่รถยนต์นั่งสันดาปภายใน ขายได้เพียง 7,654 คัน ลดลง 34.58% คิดเป็นสัดส่วน 12.76% ของยอดขายทั้งหมด เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้นมาก รถกระบะบรรทุกยังคงขายได้ลดลง 16.22% จากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ที่มีรายงานว่าสินเชื่อรถยนต์หดตัว 7.8% โดยในช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 รถยนต์มียอดขายรวม 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลมากๆ จากยอดขายรถยนต์ในข่วง 7 เดือนแรกปี 2569 ที่มีจำนวน 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% นั้น เป็นการขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าถึง 125,411 คัน เพิ่มขึ้น 97.39% แต่ยอดผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าในประเทศมีเพียง 46,924 คัน เท่ากับ 37.42% ของยอกขาย เป็นการขายของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าถึง 62.58% จึงมีการเรียกร้องให้มีการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างรถยนต์นำเข้ากับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ที่มีการใช้แรงงานและชิ้นส่วนไทยที่ทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโต แต่กลับต้องเสียเปรียบรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่ากังวลใจมากอีกเรื่องหนึ่งคือ ยอดขายรถกระบะที่ยังคงขายลดลง เหลือเพียง 1 หมื่นกว่าคัน จากที่เคยขาย 3 หมื่นกว่าคัน ซึ่งลดลงถึงกว่า 60% เพราะความเข้มงวดของสถาบันการเงิน โดยรถกระบะเป็นสินค้าหลักของไทยและมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงถึง 90% การหดตัวของตลาดจึงกระทบเป็นวงกว้างถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชน ทำให้บางรายต้องปิดกิจการหรือย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่น
สำหรับการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 74,169 คัน เพิ่มขึ้น 2.39% จากเดือนกรกฎาคม 2568 โดยตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนียยังเป็นตลาดใหญ่สุด มีส่วนแบ่งตลาด 30.25% ซึ่งเพิ่มขึ้น 29.16% จากเดือนกรกฎาคม 2568 รองลงมาคือตลาดเอเชีย ที่มีส่วนแบ่งตลาด 28.92% เพิ่มขึ้น 14.79% ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ที่มีส่วนแบ่งตลาด 9.74 เพิ่มขึ้น 3.55% ตะวันออกกลาง มีส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 20.40% ปี 2569 เหลือ 14.56% ปี 2569 เพราะส่งออกลดลง 33.56% ทั้งนี้ช่วง 7 เดือนแกปี 2569 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปได้ 495,313 คัน ลดลง 6.86% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ส่วนมูลค่าการส่งออกรถยนต์ในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 52,238.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.49% จากเดือนกรกฎาคม 2568 และมูลค่าการส่งออกรถยนต์ช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 341,426.66 ล้านบาท ลดลง 5.48% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

