‘เอกนิติ’แจงสภาฯ กาง 3 หลักคิด ยกเหตุผลหากไม่กู้เงิน 4 แสนล้าน‘ธุรกิจเจ๊ง-คนตกงาน’

‘เอกนิติ’ยืนกราน‘พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน’มีความจำเป็น ยกตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ฟ้องดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเกือบ 6 แสนล้าน หากยังหยุดไม่อยู่ได้เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจแน่ ย้ำแนวทางใช้เงิน ไม่กู้มากอง แต่ใช้จ่ายตามความจำเป็นไม่มีตีเช็กเปล่า โวหากเปลี่ยนผ่านพลังงานสำเร็จ ประเทศไทยดีกว่าเดิม
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ส.ค.2569 ที่รัฐสภาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยสามัญครั้งที่สอง โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระเรื่องด่วนพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท
นายเอกนิติ นิติภัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ชี้แจงว่า การออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4แสนล้านบาท ครั้งนี้เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจจริงๆ เข้าใจดีว่า สส.ไปเอาความเห็นของคนเห็นค้านมาอภิปราย หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว คงไม่เป็นธรรม แต่เคารพความเห็นต่าง ขณะนี้ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส2 ชะลอตัว เงินเฟ้อมากขึ้น น้ำมันแพงขึ้น ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเกือบ 6แสนล้านบาท
ปัจจัยเหล่านี้เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เคยบอกประเทศไทยจะเจอวิกฤติหลายรอบ ระลอก1คือ ราคาน้ำมันแพงขึ้นจากปัจจัยภายนอกประเทศ ระลอก2คือ วิกฤติค่าครองชีพแพงขึ้น เงินเฟ้อสูงขึ้นสูงขึ้นเกือบ3% ระลอก3 กำลังซื้อลดลง แต่สินค้าแพงขึ้น วิกฤติเหล่านี้ยังไม่จบ หากปล่อยให้ลุกลามหนักขึ้นเรื่อยๆ ถ้าของแพงขึ้นหยุดไม่ได้ อาจต้องปลดคนงาน ธุรกิจเจ๊ง หากยังหยุดไม่ได้จะนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ทั่วโลกบอกประเทศไทยนำเข้าพลังงานสูงมาก ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แต่ปัญหาตะวันออกกลาง ไม่รู้จบเมื่อไร หากสงครามไม่จบ ความเปราะบางก็มากขึ้น วันนี้จึงต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เพื่อออกพ.ร.ก.กู้เงิน
นายเอกนิติ กล่าวว่า วัตถุประสงค์พ.ร.ก.กู้เงิน มี 2 อย่าง คือ
1.ช่วยประชาชน เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน มีโคงการไทยช่วยไทยพลัส ลดค่าครองชีพประชาชนที่ออกแบบมา ไม่ใช่แค่ประคองเศรษฐกิจ แต่ออกแบบช่วยพ่อค้าแม่ค้าให้ใช้เอไอเป็น เพื่อให้มีรายได้สูงขึ้น ได้เปิดตลาดกว้างขึ้นผ่านทางออนไลน์ นอกจากขายผ่านตลาดอย่างเดียว
2.ส่งเสริมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิ รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานฟอสซิสไปสู่การใช้พลังงานทางเลือก หากต้องนำเข้าพลังงานไปเรื่อยๆ อาจเจอวิกฤติเศรษฐกิจรอบ 3 หรือ 4
ทั้งนี้ พ.ร.ก.กู้เงิน มีหลักคิด 3 ด้าน คือ 1.ประคองประชาชนและเศรษฐกิจ 2.เปลี่ยนวิกฤติเป็นจังหวะเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ไม่ใช่จะเปลี่ยนทุกอย่างในพริบตา โครงการในพ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นการกระตุกให้เปลี่ยนผ่านได้เร็วขึ้น 3.ใช้จังหวะที่โลกเปลี่ยน ดึงดูดการลงทุนเอกชนเรื่องพลังงานสะอาด เพราะประเทศไทยมีจุดแข็งที่ทั่วโลกอยากมาลงทุน จึงสนับสนุนให้คนไทยเปลี่ยนมาใช้โซลาร์เซลล์ สร้างรายได้ยั่งยืน เป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าขายไฟคืนให้การไฟฟ้า
นายเอกนิติกล่าวว่า ส่วนแผนการจัดสรรงบประมาณยืนยันว่า วันนี้พ.ร.ก.กู้เงิน 4แสนล้านบาท ไม่ต่างจากพ.ร.ก.กู้เงินในอดีต และมีหลักการเหตุผลชัดเจนกว่า แก้ปัญหาสิ่งที่เคยมีปัญหาในอดีต ทำให้พ.ร.ก.นี้ โปร่งใส ชัดเจนมากขึ้น มีกระบวนการกลั่นกรองโครงการเข้มงวด โปร่งใส ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีผู้ทรงวุฒิภายในและภายนอก จะต้องเป็นโครงการที่สอดคล้องวัตถุประสงค์และแผนงาน มีความพร้อม โปร่งใส คุ้มค่า เปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ มีการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และรายงานครม. ขอย้ำเงินกู้นี้จะไม่ได้กู้มากอง แต่กู้ตามการใช้จ่ายที่จำเป็น ติดตามหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นตลอด และคำนึงถึงวินัยการคลัง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ไม่กลัวหนี้สาธารณะชนเพดาน แต่สนใจสิ่งที่จะไปลงทุนจะเป็นอย่างไร
“ยืนยันการออกพ.ร.ก.กู้เงิน มีความโปร่งใส ไม่ตีเช็กเปล่า มีระเบียบวิธีการ ไม่ต่างจากในอดีตที่ทำเพื่อความจำเป็นเร่งด่วน มีวัตถุประสงค์ชัดเจนช่วยประชาชน เปลี่ยนผ่านพลังาน ใช้วิกฤติเปลี่ยนผ่านประเทศไทยให้ดีขึ้น จำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะยังอยู่ในวิกฤติสงคราม ต้องมีเครื่องมือมาช่วย ประเทศไทยพร้อมเปลี่ยนผ่านพลังงาน เมื่อวิกฤติจบประเทศไทยจะดีกว่าเดิม” นายเอกนิติ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

