ถอดรหัสคดีบาร์โค้ดเลือกตั้ง! วัส ติงสมิตร ชี้ 3 ประเด็นใหญ่ ที่สังคมต้องจับตา ก่อนศาล รธน. เคาะ 28 ก.ย.

27 สิงหาคม 2569 วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญเดินเผชิญสืบคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง: ตรวจอะไร และมีความหมายอย่างไร?
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญได้ดำเนินการ “เดินเผชิญสืบ” ในคดีที่มีการร้องเรียนว่า บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้งอาจเปิดช่องให้ตรวจสอบย้อนกลับจนระบุตัวตนและผลการลงคะแนนของผู้ลงคะแนนได้ อันอาจกระทบต่อหลัก “การลงคะแนนโดยลับ” ตามรัฐธรรมนูญ โดยศาลได้กำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 28 กันยายน 2569
ศาลไปตรวจอะไร และที่ไหน?
ศาลรัฐธรรมนูญมอบหมายให้ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และ นายนภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน ออกไปตรวจสอบพยานหลักฐานนอกที่ทำการศาล ณ สถานที่เก็บ บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร บัตรเลือกตั้งที่เหลือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตลอดจนวัสดุและอุปกรณ์การเลือกตั้ง ที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
พยานหลักฐานที่เข้าตรวจสอบ ได้แก่:
ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และ บัตรเลือกตั้งที่เหลือ
บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
วัสดุและอุปกรณ์การเลือกตั้ง ที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
การลงพื้นที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายรายละเอียดพยานหลักฐาน ซึ่งมีฝ่าย กกต. (ผู้ถูกร้อง) และ ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) เข้าร่วมตรวจสอบพร้อมกัน โดยศาลเปิดโอกาสให้ฝ่ายผู้ร้องสอบถามข้อสงสัยจากฝ่าย กกต. ได้โดยตรง
ฐานอำนาจทางกฎหมายในการเดินเผชิญสืบ
การออกตรวจพยานหลักฐานนอกสถานที่ครั้งนี้ อาศัยอำนาจตาม ข้อ 28 ของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ซึ่งระบุว่า เมื่อมีเหตุจำเป็น ศาลมีอำนาจมอบหมายให้ตุลาการ "คนหนึ่งคนใด" ดำเนินการเดินเผชิญสืบพยานหลักฐานนอกที่ทำการศาลแทนศาลได้
ดังนั้น การที่ไม่ได้มีตุลาการไปครบทั้งองค์คณะ จึงถูกต้องตามขั้นตอนทางกฎหมายทุกประการ
แยก “การเดินเผชิญสืบ” ออกจาก “การวินิจฉัยคดี”
ประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ หน้าที่และบทบาททางวิธีพิจารณาความ:
ตุลาการ 2 ท่าน มีหน้าที่รวบรวมและพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นเผชิญสืบเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคดีแทนองค์คณะ
หลัก Due Process of Law: การเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องเข้าร่วมและซักถามกันได้ ณ สถานที่จริง ถือเป็นกระบวนการไต่สวนที่คุ้มครองสิทธิของคู่ความทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม
ขั้นตอนต่อไปและจุดยืนของ กกต.
ศาลกำหนดให้คู่กรณียื่น คำแถลงปิดคดี เป็นหนังสือภายในวันที่ 11 กันยายน 2569
บทสรุป: 3 ประเด็นสำคัญที่สังคมต้องจับตา
การเดินเผชิญสืบเป็นเพียงขั้นตอนไต่สวนเพื่อรวบรวมพยานวัตถุ แต่ “หัวใจของคดี” อยู่ที่การตีความข้อกฎหมายและเทคโนโลยี ซึ่งมี 3 คำถามสำคัญ ดังนี้:
1.ทางเทคโนโลยี: บาร์โค้ดและ QR Code สามารถเชื่อมโยง “ตัวผู้ลงคะแนน” กับ “บัตรที่ลงคะแนน” ได้จริงหรือไม่?
2.ทางปฏิบัติ: ความเป็นไปได้ในการระบุตัวตนเกิดขึ้นได้จริงในกระบวนการจัดเก็บและนับคะแนน หรือเป็นเพียงทฤษฎี?
3.ทางรัฐธรรมนูญ: หากเชื่อมโยงได้ การกระทำดังกล่าวละเมิดหลัก “การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ” ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่?
ร่วมจับตากระบวนการยุติธรรมทางรัฐธรรมนูญในวันที่ 28 กันยายน 2569 ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีบนบัตรเลือกตั้งอย่างไร
วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
27/8/69
#ศาลรัฐธรรมนูญ #เดินเผชิญสืบ #คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง #เลือกตั้ง2569 #กกต #ผู้ตรวจการแผ่นดิน #กฎหมายรัฐธรรมนูญ #การลงคะแนนโดยลับ #ข่าวการเมือง #วัสติงสมิตร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

