ชลน่าน ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน หยอดหวานมาเพราะ อภิสิทธิ์ ยก ปชป. อัจฉริยะเปลี่ยนหมาเป็นแมว 'มาร์ค'โต้กลับต้องอยู่กับความจริง

"ชลน่าน" ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ยันพรรคไม่ห้าม-นายกไม่ตำหนิ ชี้ กลไกตรวจสอบอ่อนแอพาเมืองไทยเข้าสู่วิกฤตศรัทธา เตือนการเมืองยุคใหม่ ระวัง "โจรสมองเพชร" วางกลยุทธ์ลึกยึดฐานเสียง มองทุกอย่างต้องตรวจสอบถ่วงดุลได้ หยอด บอกมาเพราะ "อภิสิทธิ์" ก่อนเหน็บ การเมือง ความเชื่อคือความจริง ยก "ปชป." อัจฉริยะเปลี่ยนหมาเป็นแมว ขณะ "อภิสิทธิ์" โต้กลับต้องอยู่กับความจริง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 หัวข้อ "การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ" โดยในช่วงเช้า เป็นเวทีของอดีตผู้นำฝ่ายค้าน ฯ 3 คน มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหร้า พรรคประชาธิปัตย์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต สส.พรรคเพื่อไทย นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตสส.พรรคก้าวไกล ร่วมเสวนา
นพ.ชลน่าน กล่าวตอนหนึ่งว่า ยืนยันว่าการเข้าร่วมเสวนาผู้นำฝ่ายค้านเพราะตนเคยเป็นฝ่ายค้าน และแจ้งทางพรรคเพื่อไทยแล้วไม่ได้คัดค้านอะไร อีกทั้งการขึ้นเวทีนี้ไม่ได้กระทบกับการเป็นะรรคร่วมรัฐบาลของเพื่อไทย เพราะตนให้มาให้ความคิดเห็นส่วนตัว เพื่อให้คนที่มีหน้าที่โดยตรงหรือองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเอาความคิดเห็นเราไปทำต่อ
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า รัฐบาลเป็นองคาพยพหนึ่งในมิติทางการเมือง ในฝ่ายบริหาร ชัดเจนว่าระบบการเมืองเป็นระบบแบ่งแยกอำนาจ ทุกอำนาจเป็นอิสระต่อกัน แต่ต้องตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ระบอบนี้ถึงจะไปรอด ข้อกังวลที่ห่วงใยที่สุดคือ ถ้าเราไม่ทำให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุล ให้กลไกเข้าสู่อำนาจรัฐ การใช้อำนาจรัฐ การตรวจสอบอำนาจรัฐ เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย เราอาจจะไม่มีระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

"ระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่ถูกทำให้อ่อนแอทำให้ไร้ประสิทธิภาพ ตรวจสอบถ่วงดุลเพื่อผลประโยชน์เฉพาะคนบางกลุ่ม ยิ่งไปเติมวิกฤตความเชื่อมั่น วิกฤตศรัทธา และอาจถูกนำไปอ้างเพื่อเปลี่ยนระบบ ฉะนั้นเราจะแก้จุดใดจุดหนึ่งไม่ได้ต้องไปทั้งระบบ " นพ.ชลน่านกล่าว
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ระบบการตรวจสอบทุกอย่างให้ไปอยู่ในตัวบทกฎหมาย สุดท้ายมีการตัดสินด้วยกระบวนการยุติธรรม เรามีหน้าที่อะไรก็ต้องทำไปตามนั้น กกต. มีหน้าที่ไปหาเหตุอันควรเชื่อได้ว่า และหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า แต่สิ่งที่ปรากฏในบ้านเมืองขณะนี้จะเพียงพอหรือไม่กับคำว่าอันควร วิญญูชนพึงคิดได้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ระบบการตรวจสอบสมดุล เกิดความเชื่อมั่น ลดภาวะวิกฤตลง ก็ให้เป็นไปตามระบบ และดำเนินไปตามกฎหมายในสิ่งที่ควรจะเป็น สำหรับผลประโยชน์โดยรวมของประเทศชาติและประชาชน
"การเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจและการตรวจสอบอำนาจ มันเป็นเรื่องที่เป็นวิกฤตทั้ง 3 ระบบ ไม่แปลกที่ทุกคน จะมุ่งตรงไปที่การเข้าสู่อำนาจของทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น สส. สว. องค์กรอิสระหรือองค์กรตุลาการ แม้เราจะไม่มีหน้าที่โดยตรงแต่ก็อยู่บนเงื่อนไขว่าต้องตรวจสอบถ่วงดุลได้" นพ.ชลน่าน กล่าว
นพ.ชลน่าน ยังกล่าวว่า ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ มีความอัจฉริยะในการนำเสนอคือโน้มน้าวชักจูงให้เกิดความเชื่อมั่นให้ได้ เพราะมิติทางการเมืองความเชื่อคือความจริงทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องจริง นายอภิสิทธิ์สามารถอภิปรายในสภาบอกว่านี่คือแมว ทั้ง ๆ ที่เป็นหมา แต่ทำให้ทุกคนเชื่อว่านี่เป็นแมวได้และคนก็เชื่อว่าเป็นแมว เพราะฉะนั้นในมิติทางการเมืองความเชื่อคือความจริง และในระบบประชาธิปไตยต้องตัดสินด้วยเสียงข้างมาก แต่ในยุคนี้ถ้าไม่มาช่วยกันแก้ นโยบายผลงานการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนก็จะมีค่าเท่ากับศูนย์ ดังนั้นตนอยากสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเมือง เพราะนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ตำหนิตนที่มาพูดบนเวทีนี้ก็ถือว่าเปิดกว้างให้มีกลไกตรวจสอบถ่วงดุล ถ้าเราช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นได้ ก็จะเป็นกฎหมายที่ทำให้ระบบการเมืองเราก้าวหน้าต่อไป การเข้าสู่อำนาจขณะนี้สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือผู้มอบอำนาจโดยไม่รู้สึกตัว ว่าอำนาจที่มอบให้นั้นเกิดจากอำนาจที่แท้จริงของเขาหรือไม่ และยังไม่รู้ว่าไม่ชอบ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องช่วยกันคือการเข้าสู่ระบบอำนาจต้องมีความชอบธรรมด้วย ถ้าการเข้าสู่อำนาจถูกชี้นำให้เป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อให้เป็นตามที่เขาวางไว้ โอกาสที่จะมีส่วนร่วมของประชาชนก็ค่อนข้างยากและบุคคลที่จะมาเป็นผู้ตรวจสอบถ่วงดุลก็ขอฝากไว้ด้วย
"คุณขนกระสุนไปเป็นร้อย กับอีกกลุ่มหนึ่งขนไปแค่ 30 แต่มีกระบวนการจัดการ การบริหารที่ดีเยี่ยม 30 ชนะ การสร้างบริบททางการเมือง สร้างสภาพแวดล้อมไม่ใช่เฉพาะวันเลือกตั้ง เขาปูมาเรื่อยๆ ไม่ใช้เงินสักบาทเพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ร้อยนึงเขาก็เลือก เพราะบริบทการเมืองมันเอื้อมาแล้ว เพราะฉะนั้นการจัดการสำคัญที่สุดบริหารฐานคะแนน อย่างที่ทุกคนเห็นทำไมเขาถึงสร้างกลุ่มตัวแทนเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นเพราะความชาญฉลาดผมยอมรับนับถือความชาญฉลาดนี้ ถ้าเป็นโจรเรียกว่าโจรสมองเพชรน่ากลัวมาก สมองเพชรถ้าใช้ประโยชน์ในทางที่ดีกับประเทศชาติบ้านเมือง มันจะเจริญรุ่งเรืองมาก บ้านเมืองก็จะอยู่อย่างมีความสุข" นพ.ชลน่านมกล่าว
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ยังขอใช้สิทธิ์พาดพิง พร้อมหันไปแตะมือนพ.ชลน่าน และกล่าวว่า ต้องพูดไว้ล่วงหน้าเพราะหาตัวยาก ต.ค.นี้พรรคประชาธิปัตย์จะจัด homecoming รวบรวมศิษย์เก่า ที่เคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตสมาชิก จึงขอเชิญล่วงหน้า เนื่องจากครบโอกาสที่พรรคครบ 80 ปีแต่ตนยังเป็นหัวหน้าพรรคที่อายุน้อยกว่าพรรค และขอชี้แจงคนเข้าใจผิดว่าพรรคประชาธิปัตย์พูดแมวเป็นมา พูดหมาเป็นแมว คือจริง ๆ ฝ่ายค้านในอดีต ต้องยอมรับว่าเครื่องไม้เครื่องมือในการสื่อสารอยู่ในมือรัฐบาล เพราะฉะนั้นง่ายที่สุดคือฝ่ายรัฐบาล ก็บอกว่าแมวเป็นหมา หน้าที่เราก็คือใช้ความสามารถ ให้ถึงที่สุดในเวทีสภาให้คนเห็น จริงๆ แล้วมันคือแมว
ก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะหัวเราะ และกล่าวต่อว่า "คุณหมอคงไม่ลืมว่า สัจจัง เว อมตา วาจา เราต้องอยู่บนความจริงครับ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

