'กรณ์' ชี้ช่องโหว่ พ.ร.ก. เงินกู้ เสี่ยงโอนงบเปลี่ยนผ่านพลังงานมาแจกประชาชน

วันนี้ 31 สิงหาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ เกี่ยวกับ พรก. เงินกู้ ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักคือการเยียวยาประชาชนและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน พร้อมออกโรงเตือนรัฐบาลให้ระมัดระวังการใช้งบประมาณท่ามกลางวิกฤติหนี้สาธารณะที่จ่อชนเพดาน โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "พรก. เงินกู้ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 200,000 ล้านแรก เพื่อ ‘เยียวยาประชาชน‘ ส่วน 200,000 บ้านหลังเพื่อ ’เปลี่ยนผ่านพลังงาน’ ไปสู่การพึ่งพาการใช้นํ้ามันและแก๊สน้อยลง
แต่น้อยคนรู้ว่ามีหนึ่งมาตราในกฎหมายที่เขียนเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถโยกการใช้เงินกู้ระหว่างสองภารกิจนี้ได้โดยไม่ต้องขอสภาฯ! (มาตรา 6) และเนื่องจากการออก พรก. ทำได้ก็เพราะรัฐบาลอ้างว่ามีเหตุต้องรีบใช้เงิน จึงมีเงื่อนไขในกฎหมายว่าต้องกู้ก่อนสิ้นเดือนกันยายนปีหน้า คราวนี้ตามจริงหากรัฐบาลต้องการ ’เปลี่ยนผ่านพลังงาน‘ จริงสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือปรับกติกาให้เอกชนลงทุนในพลังงานหมุนเวียนได้โดยสะดวก และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น smart grid) ที่จะรองรับการซื้อขายไฟฟ้าที่เอกชนผลิตได้ แต่สิ่งที่รัฐบาลไม่ควรเน้น คือการ ‘ซื้อของ‘ เพราะหากเงื่อนไขการลงทุนดีพอ เอกชน (และประชาชน) ก็จะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินเองได้ แต่ผมเชื่อว่าเราจะเห็นแผนการใช้เงินเป็นเรื่อง ’ซื้อของ‘ เป็นส่วนใหญ่ เพราะง่าย และเพราะเหตุผลอื่นที่ทุกคนคงคิดเองได้
แต่แม้แต่การซื้อของก็ต้องใช้เวลา อย่างที่รัฐบาลบอกว่าจะอุดหนุนประชาชน 500,000 ถึง 1 ล้านครัวเรือนให้ติดตั้ง solar rooftop นั้น เกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะดำเนินการได้ใน 1 ปีตามอายุของพรก.

ปีที่แล้วทั้งปีมีการติดตั้ง Solar rooftop เพียง 100,000 ครัวเรือน ปีนี้มากสุด อาจจะถึง 140,000 ครัวเรือน ดังนั้นหากปีหน้าทำได้ 200,000 ครัวเรือน (ยากมาก) ก็ยังจะพลาดเป้าไปอีกไกล ตามจริงคือ inverter ไม่มีพอ และแรงงานติดตั้งก็มีจำกัด
วันนี้เห็นข่าวรัฐบาลปลาบปลื้มกับผลสำรวจว่าประชาชนชอบโครงการ ’ไทยช่วยไทย’ (ไม่แปลก เพราะ ‘ประชา‘ มักจะนิยม ’ประชานิยม‘ อยู่แล้ว) และรัฐบาลมีการพูดถึง ’รอบสาม’ โครงการนี้แล้ว
ผมจึงขอทำนายว่ามีโอกาสสูงมากที่เราจะได้เห็นรัฐบาลโอนเงินกู้ส่วนที่อ้างไว้ว่าจะใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มาแจกประชาชนแทน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่รัฐบาลเจอวิกฤติศรัทธา จากประเด็นต่างๆเช่นของแพง ราคาพืชผลตกตํ่า ฮั้ว สว. โกงข้อสอบ และอื่นๆ
ผมเคยพูดว่ายุคนี้คือยุค ’การเมืองชนะการคลัง‘ ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายในยุคที่เราขาดดุลงบประมาณ ขาดดุลการค้า และขาดดุลบัญชีเดินสะพัดพร้อมกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ขอให้รัฐบาลคิดให้ดี หนี้ของประเทศจะชนเพดานอยู่แล้ว ควรใช้เงินด้วยความระมัดระวัง"

หลังจากที่โพสต์ของ กรณ์ จาติกวณิช เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
"ฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง น่าจะเป็นความหวังเดียวของประชาชน ณ ตอนนี้ครับ"
"รอดูว่ารัฐบาลจะมีโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานว่ามีข้อกำหนดอะไรก่อนมาวิจารณ์ไม่ดีกว่าหรือครับ ทุกคนรู้รัฐบาลไม่มีเงินพอจากงบประมาณปี70 งบลงทุนก้อนนี้จะมาช่วยโครงการเร่งด่วนอะไรได้บ้าง เช่น โรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในเมืองไทยมีอยู่แล้ว รถ EV ที่ใช้สำหรับบริการสาธารณะที่ผลิตในประเทศมีหลายโรงงานเร่งเปลี่ยนผ่านให้เร็วขึ้นโดยกำหนดวัสดุในประเทศเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นก็ทำได้ รออีกไม่เกินสามเดือนน่าจะเห็นความคืบหน้าแล้วค่อยวิจารณ์ก็ยังไม่สายนะครับ"
"รัฐบาลไม่สนใจคำทักท้วงใด ๆ หรอก ต้องการเอาคะแนนจากประชาชน ระดับล่าง ซึ่งบางกลุ่มไม่ได้เสียภาษีด้วยซ้ำรอการ ลดแลก แจก แถม จากรัฐบาล แถมอาจมีเบื้องหน้าเบื้องหลังในนโยบายหรือโครงการสำคัญๆ"
"ประชานิยม=สังเภท ก็เหมาะกับ เพื่อไทย เลือกที่รักมักที่ชัง ประชาธิปัตย์=แตกแยก+แตกต่าง คนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง fa'mous รทสช เน้นแตกหัก ถ้าเกลียดมันมาก ก็เลือกเรา"
"ใครจะติดตั้ง solar roof เป็นล้านหรือแสนๆหลังในหนึ่งปีได้ .. การติด solar roof คือติดตั้งเพื่อความคุ้มทุนระยะยาว .. โครงการแบบนี้มันใช้เวลาหลายปีกว่าจะถึงเป้าหมาย มันเลยไม่ควรเป็น พรก เพราะเหตุผลนี้ตั้งแต่แรก! .. เงินคงไปลงในโครงการของหน่วยราชการ เช่นเครื่องสูบน้ำพลังงานสะอาด .. สีเขียว ลดโลกร้อน อัจฉริยะ .. มันก็จะห้อยท้ายประมาณนี้ .. สุดท้ายมันก็เอางบไปใช้อย่างไม่คุ้มค่า .. ยังไม่นับรวมถึงว่าปีต่อๆไปจะขายไฟคืนได้ราคาเท่าไหร่ .. ตัว transformer สามารถรองรับการซื้อไฟคืนได้แค่ไหน .. เดี๋ยวก็จะมีโครงการเพิ่มประสิทธิ์ภาพ เพิ่มขนาดของ transformer อีกแน่ซึ่งการไฟฟ้าเค้าน่าจะวางแผนไว้ประมาณการณ์ไว้แล้ว แต่มันใช้เวลาหลายปี!"


ขอขอบคุณข้อมูลแลพภาพจาก เฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

