คมนาคมจ่อชง ครม.สัญจร ไฟเขียวรถไฟทางคู่ 3 เส้นทางใต้ หวังเชื่อมระบบรางจีน-ลาวสู่มาเลย์

พิพัฒน์ เผย คมนาคม ชง 3โครงการ รถไฟทั้งคู่ภาคใต้เข้าครม. สัญจร ชี้สายอีสาน-เหนือ รอศึกษา เชื่อหากสำเร็จเชื่อมระบบรางจีน-ลาว ถึงภาคใต้ไทย ได้ประโยชน์สูงสุด
เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ศูนย์ประชุมนานา ชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. สัญจร จ.สงขลา กระทรวงคมนาคมจะมีการเสนอโครงการรถไฟทางคู่ 3 โครงการ ในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ 1.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 2.ช่วงสุราษฎร์ธานี- ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา และ 3.ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ซึ่ง 3 เส้นทางดังกล่าวนี้ มีความพร้อม
ส่วนภาคอื่นได้ให้กลับไปศึกษาใหม่ในสายภาคอีสานกับภาคเหนือ ซึ่งสภาพัฒน์ฯ ทักท้วงว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
เมื่อถามว่าหาก ครม.สัญจรครั้งนี้อนุมัติจะมีความคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจในภาคใต้อย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สามเส้นทางดังกล่าวจะต่อเนื่องกับที่นายกรัฐมนตรีได้มีการพูดมาโดยตลอดเกี่ยวกับ Missing Link ซึ่งหากโครงการไม่สมบูรณ์เราก็จะนำทางรถไฟนี้มาเชื่อมโยงให้ครบลูปให้ได้ เพราะฉะนั้นต่อไปในอนาคตภาคใต้จะมีท่าเรือหรือไม่มีท่าเรือ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การขนส่งจากจีนตอนใต้ผ่าน สปป.ลาว ต้องลงถึงภาคใต้ให้ได้ และที่สำคัญการขนส่งทุเรียนเพื่อนำไปขายจีนตอนใต้ ก็จะสามารถขนส่งผ่านเส้นทางรถไฟดังกล่าวโดยไม่เสียเวลา ซึ่งคิดว่านี่เป็นประโยชน์สูงสุดในการขนส่งสินค้าเพื่อไปสู่มหาสมุทรอินเดีย เพราะขณะนี้เราไม่มีท่าเรือฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ตะวัตออกกลาง หรือยุโรป ฉะนั้น เราก็จะใช้เส้นทางการขนส่งรถไฟ เพื่อไปสู่รัฐปีนัง ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นระบบการขนส่งที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ และคิดว่านี่เป็นสิ่งที่เราได้ประโยชน์อย่างแน่นอน
เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ศูนย์ประชุมนานา ชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา กระทรวงคมนาคมจะมีการเสนอโครงการรถไฟทางคู่ 3 โครงการ ในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ 1.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 2.ช่วงสุราษฎร์ธานี- ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา และ 3.ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ซึ่ง 3 เส้นทางดังกล่าวนี้ มีความพร้อม
ส่วนภาคอื่นได้ให้กลับไปศึกษาใหม่ในสายภาคอีสานกับภาคเหนือ ซึ่งสภาพัฒน์ฯ ทักท้วงว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
เมื่อถามว่าหาก ครม.สัญจรครั้งนี้อนุมัติจะมีความคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจในภาคใต้อย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สามเส้นทางดังกล่าวจะต่อเนื่องกับที่นายกรัฐมนตรีได้มีการพูดมาโดยตลอดเกี่ยวกับ Missing Link ซึ่งหากโครงการไม่สมบูรณ์เราก็จะนำทางรถไฟนี้มาเชื่อมโยงให้ครบลูปให้ได้ เพราะฉะนั้นต่อไปในอนาคตภาคใต้จะมีท่าเรือหรือไม่มีท่าเรือ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การขนส่งจากจีนตอนใต้ผ่าน สปป.ลาว ต้องลงถึงภาคใต้ให้ได้ และที่สำคัญการขนส่งทุเรียนเพื่อนำไปขายจีนตอนใต้ ก็จะสามารถขนส่งผ่านเส้นทางรถไฟดังกล่าวโดยไม่เสียเวลา ซึ่งคิดว่านี่เป็นประโยชน์สูงสุดในการขนส่งสินค้าเพื่อไปสู่มหาสมุทรอินเดีย เพราะขณะนี้เราไม่มีท่าเรือฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ตะวัตออกกลาง หรือยุโรป ฉะนั้น เราก็จะใช้เส้นทางการขนส่งรถไฟ เพื่อไปสู่รัฐปีนัง ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นระบบการขนส่งที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ และคิดว่านี่เป็นสิ่งที่เราได้ประโยชน์อย่างแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

