แก้ผ้าลุงแซม : ความเชื่อเรื่องมังกรในอเมริกา

ในโลกนี้มีสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดหรอกที่เพียงแค่เอ่ยถึงก็นึกถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกร มังกรคือสัตว์ชนิดที่ว่านั้น คนส่วนใหญ่เชื่อว่ามังกรเป็นสัตว์ในเทพนิยายที่มีอยู่ในเรื่องเล่าปรัมปรา แต่น่าแปลกว่าหากมังกรเป็นเพียงสัตว์ในตำนาน เหตุใดจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับมังกรปรากฎทั่วโลกทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก จึงกลายเป็นความสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่มังกรมีตัวตนจริง ไม่ใช่เพียงแค่ในตำนาน
ตำนานมังกรของจีนนับว่าเก่าแก่กว่าประเทศอื่นๆ คือราวสี่พันกว่าปีมาแล้ว เชื่อว่าฮ่องเต้คือมังกรกลับชาติมาเกิด ด้วยเหตุนี้สัญลักษณ์ของฮ่องเต้จึงใช้รูปมังกร 5 เล็บ และใช้สีเหลืองอันเป็นสีประจำองค์ฮ่องเต้เป็นหลัก
ตำนานมังกรเก่าแก่ถัดมาคือมังกรในตำนานของชนสุเมเรียนแห่งบาบิโลน ซึ่งก่อตั้งขึ้นราว 2,000 ปีก่อน ในคัมภีร์ไบเบิลมีการบันทึกถึงมังกรไว้เช่นกัน กล่าวคือเมื่อพระเจ้าทรงสร้างโลกในวันที่ 5 พระองค์ได้เสกมังกรทะเลขึ้นมาชื่อว่าเลเวียธาน อันเป็นอสุรกายที่มีพละกำลังน่าเกรงขาม อาวุธใดๆ ไม่อาจระคายเคือง นอกจากนี้ยังมีตำนานในคัมภีร์ไบเบิลอีกตำนานหนึ่งคือประวัติของนักบุญจอร์จ เล่าว่ามีมังกรยักษ์สร้างความทุกข์แสนสาหัสแก่ชาวบ้าน เพราะต้องส่งลูกหลานไปสังเวยแก่มังกรตัวนี้เป็นประจำ

ความเชื่อเรื่องมังกรแพร่กระจายทั่วยุโรป แต่มังกรยุโรปแตกต่างจากมังกรจีนหรือมังกรทิเบตมาก ตามความเชื่อโบราณของชาวจีน มังกรเป็นสัตว์กึ่งเทพเจ้ามีอิทธิฤทธิ์ดลบันดาลให้เกิดฝน เกิดความอุดมสมบูรณ์ได้ แต่มังกรของยุโรปเป็นตัวแทนความชั่วร้าย
หันมาดูทางฝั่งอเมริกาบ้าง มังกรในตำนานแห่งอเมริกาใต้ชื่อว่าเควทซาลโคลท์ ในตำนานของชนเผ่าแอสเท็กส์แห่งนครเตโอติฮัวคันช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 ถึง 8 มังกรของแอสเท็กส์รูปร่างแปลกกว่าของชาติอื่น คือเป็นงูยักษ์ที่มีขน ในตำนานกล่าวว่ากลุ่มปีศาจจับเอามังกรเควทซาลโคลท์มอมเหล้าแล้วนำไปเก็บไว้ใต้สมุทร
ส่วนอเมริกาก็ไม่น้อยหน้ากัน แม้จะเป็นประเทศเกิดใหม่ ได้เพียง 250 กว่าปี แต่มีตำนานเกี่ยวกับพญามังกรไม่แพ้ชนชาติอื่น ๆ ที่น่าสังเกตคือมีหารบันทึกว่าชาวอเมริกันพบเห็นมังกรบ่อยครั้งและล่าสุดมีการรายงานว่ามีการพบมังกรสีทองเมื่อ 3 กันยายน ค.ศ.2009
ในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ เบลคคีย์วิลล์ในรัฐแคนซัส ขณะที่เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ชื่อ เคนท์ รัดเดิล วัย 54 ปี กำลังให้อาหารหมูตอนเช้า เหลือบเห็นสัตว์รูปร่างประหลาด เหมือนม้ามีปีกกำลังบินอยู่ ได้ยินเสียงปีกกระทบอากาศดังพึ่บพับเป็นระยะ
"ผมไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เจ้าสิ่งนั้นเคลื่อนตัวราวกับก้อนเมฆที่กำลังลอยข้ามหัวผมไป เป็นตัวอะไรบางอย่างที่ลำตัวสีเทาเข้ม เมื่อลอยผ่านหัวไปจึงรู้ว่ามันเป็นงูยักษ์มีปีก มีหัวเหมือนม้า มีเขาสองข้างบนหัว ความยาวลำตัวกว่า 50 ฟุต ขณะบินอยู่กลางอากาศ ลำตัวของงูยักษ์มีปีกเลื้อยไปมาเหมือนกับงูกำลังเลื้อย ต่างกันตรงที่มันมีปีกขนาดใหญ่ ตีปีกแต่ละครั้งเหมือนการสะบัดผ้าอย่างแรง ผมเป็นคนไม่ดื่มเหล้า คงไม่เมาจนตาฝาดแน่ๆ อีกอย่างเป็นช่วงเช้าตรู่ด้วย ผมสาบานกับพระเจ้าว่าจะไม่โกหก สาบานได้ว่าผมเห็นมังกรยักษ์จริง ๆ"
นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่ามีการพบมังกรครั้งล่าสุดเมื่อไม่กี่ปีมานี้เช่นกัน บริเวณนอกเมืองคีย์เวสต์ รัฐฟลอริดา บาทหลวงหนุ่มชื่อ จอห์น โอ" มอลลีย์ วัย 34 ปี เดินทางท่องเที่ยวกับพ่อแม่ นางลูซี่ และนาย จีราลด์ โอ มอลลีย์ โดยพักที่บังกะโลริมหาดแห่งหนึ่ง บาทหลวงผู้เจอสิ่งประหลาดเล่าว่า
"ขณะที่ผมอ่านหนังสืออยู่ในบ้านพัก ส่วนพ่อแม่ออกมานอนตากแดดริมชายหาด ผมได้ยินเสียงแม่หวีดร้อง จึงรีบวิ่งออกไปนอกบ้าน เมื่อมาถึงชายหาด พ่อกับแม่ชี้ให้ดูบนท้องฟ้า ผมตะลึง ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนความฝันมากกว่า เพราะภาพที่มองเห็นช่างเหลือเชื่อ บนท้องฟ้าสูงราว 500 เมตร ผมมองเห็นงูยักษ์มีปีก ลำตัวสีเหลืองมีลายดำบนหลังเป็นปล้อง ๆ ลอยตัวอยู่กลางอากาศ เมื่อฝูงนกนางนวลทะเลบินผ่านมาโดยไม่ทันระวังตัว สัตว์ขนาดมหึมาตัวนั้นฉกใส่ฝูงนก เพียงการฉกครั้งเดียวก็ได้นกในปากถึง 2 ตัว ”
ก่อนหน้านี้มีบันทึกอย่างเป็นทางการที่มีการพบเห็นมังกรสีทองนับแต่ปี ค.ศ.1800 หรือ 200 ปีกว่ามาแล้ว นักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญสัตว์โลก ดึกดำบรรพ์ เวลโน เดรช กล่าวอธิบายว่า
"สำหรับความเห็นส่วนตัวแล้ว การพบมังกรยักษ์ที่สร้างความฮือฮา เห็นจะเป็นเหตุการณ์ต้นศตวรรษที่ 19 ที่แคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1882 นั่นเอง ครั้งนั้นมังกรยักษ์โจมตีขบวนรถไฟเส้นทางเซาธ์เฮิร์น แปซิฟิก นอกจากพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องเห็นมังกรทองอย่างถนัดชัดแจ้งแล้ว ผู้โดยสารนับร้อยบนขบวนรถไฟต่างก็เห็นกันถ้วนหน้า"
"รถไฟรุ่นหัวจักรไอน้ำลากตู้โดยสาร 12 โบกี้ แล่นตัดผ่านทะเลทรายโมเจฟในตอนบ่าย ช่างเครื่องเหลือบตามองท้องฟ้าเพื่อดูว่าจะมีฝนตกหรือไม่ แต่กลับเห็นเมฆดำรูปร่างประหลาดลอยจากที่สูงลงต่ำอย่างรวดเร็ว ทีแรกช่างเครื่องคิดว่าเป็นพายุทอร์นาโด แต่เมื่อกลุ่มเมฆดำลอยมาใกล้ขบวนรถไฟจึงรู้ว่าไม่ใช่ทอร์นาโด แต่เป็นงูยักษ์มีปีกที่มีขนาดลำตัวยาวราว 30 ฟุต กวักปีกแต่ละครั้งดังพึ่บๆ มังกรตัวนั้นบินต่ำราวกับกำลังค้นหาอะไรตามพื้นดิน และบินผ่านขบวนรถไฟในระยะประชิดจึงหลบไม่พ้น ปลายทางฟาดกับหลังคโบกี้เสียงดังสนั่น ซึ่งทำให้โกรธจนเปลี่ยนมากวดไล่ตามขบวนรถไฟไปติด ๆ พร้อมทั้งจู่โจมส่วนหัวรถจักรทันที ฟันคมกริบราวใบเลื่อยกัดทะลุผ่านหลังคาโบกี้โดยสารทำให้ผู้โดยสารกรีดร้อง แต่มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ปลายปีกพาดโดนปล่องไฟทำให้ไฟไหม้ปีก สัตว์ประหลาดแผดร้องแล้วบินหนีไป"
แม้ว่าตำนานมังกรจะปรากฎอยู่ทุกหนแห่งในโลก แต่ไม่เคยมีใครเจอฟอสซิลของมังกรเลย เรื่องราวของมังกรจึงยังคงเป็นปริศนาต่อไป จนกว่าจะมีหลักฐานมายืนยันถึงความมีอยู่ของสัตว์อันแสนยิ่งใหญ่ในตำนานชนิดนี้

