ครม.เคาะรถไฟทางคู่ ทุ่มแสนล้าน ชุมพรถึงปาดังเบซาร์

ครม.เคาะรถไฟทางคู่
ทุ่มแสนล้าน
ชุมพรถึงปาดังเบซาร์
พัฒนา5จว.ชายแดนใต้
ไฟเขียวประกันภัยพิบัติ
เดินหน้าลุย‘นิคมจะนะ’
นายกฯนำถกครม.สัญจรนัดแรกสงขลา ดันพัฒนาเศรษฐกิจ-มั่นคง-สังคม-ป้องกันภัยพิบัติ ดัน “รถไฟทางคู่สายใต้ เฟส 2” ชุมพร-สุราษฎร์-ปาดังเบซาร์ วงเงิน 1 แสนล้าน ยกระดับเยียวยา ไฟเขียว“ประกันภัยพิบัติ” 30 ล้านครัวเรือน ใช้งบ 1.5 หมื่นล้านต่อปีคุ้มครอง 7.5 หมื่นล้าน ทั้ง“อุทกภัย-วาตภัย-แผ่นดินไหว”ใช้เงินน้อยกว่า แต่ดูแลปชช.ดีขึ้น เล็งครม.สัญจรรอบหน้าอีสานที่อุดรฯพร้อมดันโครงการ 5จังหวัดชายแดนใต้สู่แผนปฏิบัติจริง เดินหน้า 44 โครงการเร่งด่วน 1,269 ล้านบาท‘พิพัฒน์’รับหนังสือกลุ่มจะนะต้นแบบ เห็นด้วยพัฒนาพื้นที่ ย้ำชัดไม่มี”แลนด์บริดจ์-SEC”แน่นอน แต่เดินหน้านิคมฯจะนะ ยึดตามกรอบผลศึกษาSEA
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ นอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1 / 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ในพื้นที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่เป็นพื้นที่หน่วงน้ำและป้องกันน้ำท่วมสำคัญในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
เมื่อนายกฯเดินทางมาถึงแก้มลิง มีนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ พร้อมด้วยนายสมยศ พลายด้วง สส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย พร้อมส่วนราชการให้การต้อนรับ
ติดตามแผนป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่
จากนั้นนายกฯจะรับฟังรายละเอียด การจัดการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำ ที่นายณรงค์พรได้ของบประมาณเพิ่มจากรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ำ หรือการขุดลอกคูคลอง เพื่อเป็นการเตรียมรับน้ำของปี 2569 และ รองรับหากเกิดเหตุอุทกภัยในอนาคตซึ่งรายละเอียดของอ่างเก็บน้ำแก้มลิงนี้ นายณรงค์พร รายงานต่อนายกฯว่าจะสามารถเพิ่มการกักน้ำจาก 500,000 ลูกบาศก์เมตร เป็นประมาณ 1,300,000 ลูกบาศก์เมตรซึ่งเตรียมขออนุญาตใช้ที่ดินว่างของเทศบาลเมืองคอหงส์ 25 ไร่ เป็นพื้นที่ในการทำอ่างเก็บน้ำเฟส 2 รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้ในฤดูแล้ง และเป็นพื้นที่เก็บกับน้ำในฤดูฝน เพื่อไม่ให้เกิดอุทกภัยเข้าไปใน อำเภอหาดใหญ่ช่วงหนึ่งมีเจ้าหน้าที่แนะนำตัวเพื่อรายงานรูปแบบการดำเนินการโครงการนี้ที่จะขอเสนองบต่อรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า “ที่อยู่ตรงนี้ไม่เห็นมีใคร Say no สักคน ไม่ต้องดูแล้ว เห็นหน้านายกฯ ก็มั่นใจได้แล้ว”
นายกฯนำถกครม.สัญจรนัดแรก
จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางด้วยรถบัสไฟฟ้ามาเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งแรกของรัฐบาลนายอนุทิน
ครม.สวมเสื้อผ้าทอลายราชวัตร
โดยนายกฯและครม.สวมชุดผ้าทอลายราชวัตรสีฟ้าแกมเทา ซึ่งเป็นผ้าทอด้วยมือเป็นลายดอกเล็กๆ ที่คณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายจัดเตรียมเครื่องแต่งกาย ของที่ระลึก และการจัดนิทรรศการจังหวัดสงขลา ได้จัดเตรียมให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่
ทั้งนี้ นายกฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการหน่วยงานในพื้นที่ ช่วงหนึ่งที่เยี่ยมชมบูธ เสน่ห์ไทยเสน่ห์สงขลา ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งมีมาสคอตอุลตร้าแมนมาโปรโมทการท่องเที่ยว โดยนายกฯได้เข้าไปถ่ายรูปและทำท่าปล่อยพลังกับอุลตร้าแมนซึ่งเป็นท่าเดียวกับท่าพลัสของพรรคภูมิใจไทยและททท.ยังได้มอบภาพถ่าย รูปนายกฯถ่ายคู่กับน้องเนเน่รอยัล ให้นายกฯด้วย ก่อนที่นายกฯจะพบปะกับนักศึกษาที่มาต้อนรับและร่วมถ่ายภาพเซลฟี่อย่างเป็นกันเอง จากนั้นนายกฯถ่ายภาพร่วมกับครม. ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และผู้แทนภาครัฐ
ชูดันศก.-ท่องเที่ยว-ความมั่นคง
จากนั้นนายกฯกล่าวเปิดการประชุมครม.ตอนหนึ่งว่า การประชุมครม.ที่จังหวัดสงขลาเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ขอบคุณในการเตรียมงานที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครอบคลุมในทุกประเด็นและสามารถทำให้รัฐมนตรีทุกท่านสามารถลงพื้นที่ปฎิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่ในจังหวัดสงขลาพร้อมรับทราบถึงปัญหาของพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องความมั่นคง เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องของคุณภาพชีวิตและที่สำคัญที่สุดเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและการป้องกันภัยจากธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งการประชุมครม.สัญจรในวันนี้ถือเป็นการประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกของรัฐบาล เดิมรัฐบาลตั้งใจจะมาประชุมที่นี่ตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาเพื่อมาติดตามการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหา แต่ด้วยเหตุหลายประการทำให้การประชุมต้องเลื่อนออกไป
ลุยป้องกันรับมือภัยจากธรรมชาติ
นายกฯ กล่าวต่อว่าเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ครม.ได้แยกกันไปลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและการรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่และได้กลับมาร่วมกันประชุมกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ซึ่งเราได้ข้อมูลมามากพอสมควรที่จะทำให้เราเกิดมโนภาพที่เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจทำให้จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยได้รับการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นในทุกมิติ สิ่งที่เราได้ติดตามโครงการสำคัญหลายๆโครงการที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ทำไปเพื่อการป้องกันและบรรเทาภัยจากธรรมชาติทั้งหลายให้คลี่คลายลงและถ้าเป็นไปได้คือไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป โดยต้องมีการตรวจสภาพความพร้อมของหน่วยงาน ความคืบหน้าของโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว การฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนในด้านต่างๆ
จัดเมนูซอฟต์พาวเวอร์เสิฟครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเมนูอาหารนำเสิร์ฟให้ครม.เป็นอาหารท้องถิ่นจังหวัดสงขลา เมนูอาหารว่าง (หรอยหนัด) ประกอบด้วย ต้มสามเหลี่ยมไส้ไก่หยองไข่แดงเค็ม ขนมไข่เตาถ่าน และเมล่อนทองระโนด ขณะเมนูอาหารเช้า (หรอยแรงใต้แรงอก) ประกอบด้วย ข้าวต้มปลากะพง 3 น้ำ จากกลุ่มแม่น้ำทะเลสงขลา ปลาท๋องโก๋ สังขยาหรือนมข้น และเค้กสะหวา ส่วนเมนูอาหารกลางวัน (หรอยจังฮู้) ประกอบด้วย แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ มะม่วงเบาสำรับสงขลา 2 วัตถุดิบ GI ขนานแท้ ปลากระบอกทองหอม ใบเหลียงผัดไข่ ก๋วยเตี๋ยวถนัดศรี ไก่ทอดหาดใหญ่ ข้าวมันไก่เบตงสำรับรสแห่งไก่สายพันธุ์ใต้ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท และมีเมนูฮาลาล ประกอบด้วย ซุปเนื้อฮาลาล ข้าวมันไก่ฮาลาล ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสูตรต้นตำรับ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท
นายกฯแถลงผลครม.สัญจรสงขลา
ต่อมาเวลา12.25น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่าวันนี้คณะรัฐมนตรีกำหนดแนวทางเร่งด่วนหรือควิกวินเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการอย่างเต็มที่ทันทีครอบคลุม4เรื่องสำคัญคือเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการบริหารจัดการภัยพิบัติ
ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล เติบโตจากศักยภาพของพื้นที่ด้วยตัวเองทั้งภาคเกษตร การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยจะเร่งปลดล็อกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำ และผู้สนับสนุนไปพร้อมกัน นอกจากนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเช่นกระทรวงการคลังที่ให้พิจารณาด้านการเงินและภาษีโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเฉพาะกิจซอฟต์โลน บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมรวมถึงกระทรวงคมนาคมให้ดำเนินการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำปัตตานีและร่องน้ำสงขลา เป้าหมายของรัฐบาลคือต้องการให้คนในพื้นที่มีโอกาส มีรายได้ และสามารถเติบโตไปกับเศรษฐกิจของภูมิภาค
ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาความยากจนดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และการประกอบอาชีพ โดยรัฐบาลมอบหมายให้ออกแบบและก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่แห่งที่ 2 วงเงินเบื้องต้น 250 ล้านบาท และจะได้หารือกับประเทศมาเลเซียเพื่อให้แรงงานไทยได้ได้รับการคุ้มครอง และดูแลอย่างเหมาะสม พร้อมลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ
จ่อใช้AIช่วยตรวจคนเข้าเมือง
ด้านความมั่นคง รัฐบาลจะเดินหน้าความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนา หัวใจสำคัญคือรัฐต้องทำงานร่วมกับประชาชน ไม่ใช่ทำงานแยกกับประชาชน ต้องเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่รวมถึง AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย และการบริหารจัดการจุดผ่านแดน เป้าหมายคือสร้างความสงบสร้างความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตทำมาหากินเพื่อประกอบธุรกิจได้อย่างมั่นคง
เร่งจัดสรรงบป้องกันภัยพิบัติ
ด้านการป้องกันและบริหารจัดการภัยพิบัติ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเร่งด่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติวงเงินรวมกว่า142ล้านบาท ทำการก่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ปัตตานี โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำของเทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองควนรัง จังหวัดสงขลา
นอกจากนี้รัฐบาลเห็นชอบการดำเนินการปรับปรุงโครงการแก้มลิงคลองเรียนอีกด้วย ที่สำคัญการประชุมวันนี้ได้เห็นชอบหลักการให้ปรับรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการรอรับเงินเยียวยาไปสู่ระบบการประกันภัยแบบครัวเรือนแนวทางนี้จะช่วยให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยเร็วกว่าและมากกว่าระบบเดิมเมื่อเกิดอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้ายครัวเรือนทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้
ดัน‘รถไฟทางคู่สายใต้เฟส2กว่า1แสนล.
นายกฯกล่าวว่านอกจากมาตรการเร่งด่วนดังกล่าวรัฐบาลยังเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาภาคใต้ในระยะยาว คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการที่เกี่ยวกับการคมนาคมขนส่งในรูปแบบของรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 วงเงิน 106,798.32 ล้านบาท ซึ่งระยะระยะที่ 2 มีเส้นทางภาคใต้ช่วงชุมพร - สุราษฎร์ธานี , สุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่และชุมทางหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์
นอกจากนี้ ตนได้ขอให้สภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พิจารณาเร่งการศึกษาในการเชื่อมต่อจากชุมทางหาดใหญ่ไปยังอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ด้วยเพื่อให้การคมนาคมขนส่งระบบเป็นไปไปด้วยความสมบูรณ์เป็นการเชื่อมสิ่งต่างๆตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และการขนส่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้กับภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย
ดันสะพานข้ามเชื่อมเพิ่มมูลค่าศก.
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังเดินหน้าโครงการสำคัญ เช่น สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาซึ่งเมื่อวาน(31ส.ค.)ได้เป็นสักขีพยานในการเร่งดำเนินการระหว่างกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม และผู้รับจ้าง ทำให้ภาคใต้ของประเทศไทยจะมีสะพานเชื่อมแผ่นดินใหญ่ที่จังหวัดกระบี่ไปยังเกาะลันตาน้อย และลันตาใหญ่ จากนี้ไปประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางโดยรถยนต์หรือแม้แต่การขับขี่จักรยานไปเที่ยวจากจังหวัดกระบี่ไปยังเกาะลันตาและเกาะลันตาน้อยได้ซึ่งถือเป็นของการเดินทางที่ไม่ใช่ทางเรือเพียงอย่างเดียวและยังมีสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาที่จะทำให้เกิดความเชื่อมระหว่างจังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง จากเดิมที่ต้องเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่งลดเหลือเพียง20นาทีซึ่งจะเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่ง ที่จะทำให้ต้นทุนการดำรงชีวิตการขนส่งสินค้า ลดลงจำนวนมาก และจะเป็นการยกระดับเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น
เดินหน้าพัฒนา5จว.ชายแดนใต้
นายกฯกล่าวว่าการมาประชุมครม.ภาคใต้ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการประชุมในพื้นที่ แต่เป็นการนำปัญหาของประชาชนเข้าสู่การตัดสินใจของรัฐบาลโดยตรง เราไม่ได้รับฟังแล้วจบ แต่ต้องรับฟังแล้วลงมือทำซึ่ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีศักยภาพเป็นอย่างมากทางด้านเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว การค้าชายแดน ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรม สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือการสนับสนุนศักยภาพเหล่านี้ และเร่งแก้ไขข้อจำกัด ที่ทำให้ประชาชนที่ยังไม่ไม่สามารถใช้ศักยภาพตรงนี้ของพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งรัฐบาลทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เศรษฐกิจดีขึ้น ความปลอดภัยต้องมีเพิ่มมากขึ้น โอกาสต้องมีเพิ่มมากขึ้นและคุณภาพชีวิตของประชาชนต้องดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตนและคณะรัฐมนตรีพร้อมรับฟังสนับสนุนและทำงานกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลังความสามารถ เราจะเดินหน้าพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างโอกาสสร้าง ความมั่นคง สร้างคุณ และภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชน
ครม.สัญจรรอบหน้าอีสานไปอุดรฯ
นายกฯกล่าวว่าเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ครั้งนี้ ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้ตนคิดว่าคงต้องมีรูปแบบของการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ไปตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ขณะนี้กำหนดอย่างไม่เป็นทางการไว้ว่าในการประชุม ครม.สัญจรครั้งต่อไปคงไปภาคอีสานน่าจะเริ่มจากศูนย์กลางธุรกิจเศรษฐกิจในภาคอีสานโดยอาจเริ่มที่จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดต่อไป และพยายามไปให้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากที่สุด ตอนนี้เป็นระดับภาคก่อนแล้วค่อยเป็นระดับจังหวัด หรือกลุ่มจังหวัดตามที่เวลาจะอำนวยในแต่ละช่วง
ชูประกันภัยถ้วนหน้า30ล้านครัวเรือน
นายกฯยังกล่าวถึงโครงการประกันภัยถ้วนหน้าว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้ปรับรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้การคุ้มครองประชาชนประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยคุ้มครองภัย 3 แบบ คืออุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งเป็นความคุ้มครองที่อยู่อาศัยวงเงินสูงสุด 100,000 บาท ต่อหลังคาเรือน/ต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อไปและคุ้มครองชีวิต กรณีเสียชีวิตจ่ายผลประโยชน์รายละ 2 ล้านบาท โดยความช่วยเหลือเบื้องต้นสามารถจ่ายได้ภายใน 15 วัน และช่วยเหลือเพิ่มเติมภายในอีก 15 วัน
โดยภาครัฐจะเป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันประมาณ 15,500 ล้านบาทต่อปี ถ้าเทียบแล้วน้อยกว่าจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายเรื่องของการเยียวยา ทั้งค่ารักษาพยาบาลค่าถุงยังชีพค่าตั้งศูนย์พักพิง ถือว่าเป็นการประกันความเสี่ยงถ้าไม่เกิดพายุเลยก็ถือว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้าไม่ให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้ ทั้งนี้ วงเงินที่คุ้มครองประมาณ 75,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งที่ผ่านมาเราใช้ 45,000 ล้านบาทต่อปี ถ้าเป็นไปตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังคำนวณมาเบื้องต้น เราจะใช้จ่ายเงินที่น้อยลง แต่การคุ้มครองประชาชนจะเป็นจำนวนที่มากขึ้นซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า
ดัน44โครงการเร่งด่วน5จว.ใต้1.2พันล.
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ(Workshop)ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี) ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ
โดยที่ประชุมครม.มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาข้อเสนอโครงการสำหรับ5จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอรับการจัดสรรงบฯ ตามขั้นตอนต่อไป ดังนี้1.โครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน (พร้อมดำเนินการได้ทันที) รวมทั้งสิ้น 44 โครงการ งบประมาณ 1,269.02 ล้านบาท 2. ข้อเสนอเชิงนโยบายของพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน รวมทั้งสิ้น 59 โครงการ งบประมาณ 62,336.44 ล้านบาท
พร้อมขับเคลื่อนพัฒนา 4ด้านสำคัญ
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบในหลักการข้อเสนอมาตรการเร่งด่วนที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อน (Quick win)และข้อเสนอเพื่อดำเนินการในระยะยาว 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ เช่น ปรับปรุงเงื่อนไข Soft Loan ลดขั้นตอนด่าน ตม. ศุลกากร พัฒนาระบบออนไลน์ และตั้ง One Stop Service การประกอบธุรกิจ 2. ด้านสังคม เช่น ออกแบบโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 และทำ MOU แรงงาน ไทย - มาเลเซีย 3. ด้านความมั่นคง เช่น ยกระดับ ชรบ. เป็นเครือข่ายความปลอดภัย และติดตั้ง CCTV ให้ครอบคลุม 4. ด้านภัยพิบัติ เช่น เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ สร้างศูนย์พักพิง ผู้ประสบภัย จ.ปัตตานี และเร่งฟื้นฟูถนนเสียหาย
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ 5 จังหวัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว สำหรับโครงการที่เห็นควรขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินรวม 67 ล้านบาท
นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานชายแดนใต้ ต่ออีก 5 ปี ลดภาระผู้ประกอบการ รักษาฐานการผลิต–การจ้างงานในพื้นทีทั้งนี้ครม.เตรียมปรับกฎกระทรวงขอใช้ประโยชน์ในเขตป่า เพิ่มกิจกรรมจาก 10 เป็น 16 ประเภท เปิดยื่นคำขอออนไลน์ ลดขั้นตอนตรวจพื้นที่ อำนวยความสะดวกประชาชน–หน่วยงานรัฐ
‘พิพัฒน์’เผยแผนพัฒนาถนนลงใต้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ร่วมแถลงผลประชุมครม.สัญจร จ.สงขลา หลัง ครม.อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ สายใต้ 3 เส้นทางว่าในส่วนเส้นทางจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไป อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)จะมีการออกแบบเสร็จเดือนมกราคมจากนั้นจะทำอีไอเอแล้วจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ส่วนประเด็นที่จะตอบสนองประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม ได้มีการเปิดให้บริการมอเตอร์เวย์M82 เพิ่มเติม ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว รวมระยะทางเปิดทดลองให้บริการ 25 กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะลงมาทางภาคใต้
ขยายถนนปราณบุรีถึงสงขลา
นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า อีกส่วนคือโครงการที่กำลังพัฒนา ถนนสาย N 8(นครปฐม-ชะอำ)ซึ่งเป็นถนนที่จะคู่ขนานถนนเพชรเกษม หรือสายใต้เดิมที่จะผ่านทางนครปฐมและมาเชื่อมเข้าสู่เพชรบุรีโดยเราจะมีถนนคู่ขนานอีกเส้น จากนครนครปฐมไปเขาย้อย แล้วจากนั้นจะวิ่งไปทางแก่งกระจาน แล้วจะมาทะลุที่อำเภอปราณบุรี ซึ่งเป็นถนนคู่ขนานกับสายเพชรเกษม ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มศักยภาพการเดินทางและขนส่ง โดยแผนต่อไป กระทรวงคมนาคมจะมีการยกระดับมอเตอร์เวย์ปราณบุรีไปถึงจ.สงขลาก่อนที่จะแยกไปยังจ.นราธิวาสโดยรูปแบบจะให้เลนขวาเป็นมอเตอร์เวย์ทั้งขาไปขากลับและทางเดิมจะขยาย2เลนทั้งซ้ายและขวา
‘พิพัฒน์’รับหนังสือกลุ่มจะนะต้นแบบ
วันเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคมและนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคมพร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย รับยื่นหนังสือจากกลุ่มชุมชนจะนะต้นแบบ ที่มารวมกลุ่มกันมี่บริเวณ สำนักงานเทศบาลคอหงษ์ จังหวัดสงขลา โดยนายพิพัฒน์ กล่าวภายหลัวได้รับหนังสือตามข้อเสนอของกลุ่มจะนะต้นแบบพร้อมให้การยืนยันว่าจะรับข้อเสนอนำไปพิจารณาร่วมกับนายกรัฐมนตรี
ยันครม.สัญจรมุ่งแก้อุทกภัยถาวร
จากนั้นนายพิพัฒน์ เปิดเผยว่าตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นการประชุม ครม.สัญจร ครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้ เมื่อปีที่แล้วจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างหนัก นายกฯจึงมีเจตนามาเพื่อรับทราบปัญหาต่างๆโดยเฉพาะปัญหาที่ได้รับจากอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา ซึ่งการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นมีการมอบงบประมาณเพื่อที่จะลอกคูคลอง ไปยังอบต. ท้องถิ่น ก่อนที่จะถึงฤดูน้ำหลาก จากการหารือกันก็มีหลายแนวทาง รวมไปถึงยังมีการดูแลสตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ซึ่งในพื้นที่สงขลาก็มีการพูดคุยถึงการป้องกันอย่างถาวรด้วย ซึ่งเราไม่สามารถทำเสร็จได้ภายใน 1 ปีหรือ 5 ปี แต่ต้องใช้ระยะเวลา 7 - 10 ปี มีการเข้ามาศึกษา โดยกระทรวงคมนาคม และกระทรวงอื่น ให้มีการประสานมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) หาดใหญ่ ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะเป็นพื้นที่แอ่งกระทะ แต่สิ่งที่สามารถทำได้เลย ในเบื้องต้นคือการซักซ้อมดูแลอุปกรณ์และเมื่อเกิดการเตือนภัยในระยะ 3 วันสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ การโยกย้ายผู้สูงอายุ คนป่วย เด็กเล็ก สุภาพสตรี จะทำอย่างไร ขณะที่รถที่จมน้ำ เจ้าของก็ยอมขายซาก แต่ก็ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไร ส่วนบ้านพี่เลี้ยงในพื้นที่หาดใหญ่ คือ บ้านที่แข็งแรง และมีความพร้อม มีน้ำดื่มและอาหารแห้งพร้อม และต้องมาดูต่อที่ศูนย์อพยพว่าเป็นอย่างไร และจะทำอย่างไรไม่ให้โรงพยาบาลเกิดความล้มเหลวเหมือนปีที่ผ่านมา
“ย้ำว่ารัฐบาลไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ หลังจากนี้ก็กระจายไปยัง3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดยะลาไม่มีทางออกสู่ทะเล ดังนั้นน้ำทั้งหมดที่ไหลมาจากยะลา ต้องผ่านปัตตานี ซึ่งก็จะต้องมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมครม. เพื่อหาทางออก”
เดินหน้านิคมฯจะนะ-ยึดกรอบSEA
ส่วนโครงการในพื้นที่อำเภอจะนะ จะเข้าครม.ในรูปไหนนั้น เพราะมีการศึกษา SEA อยู่แล้ว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเข้ามาศึกษาร่วมกับม.อ.ที่มาศึกษาการตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่จะนะและมีนักลงทุนมาจากเอกชนแล้ว ซึ่งที่ดินไม่เกี่ยวกับรัฐ แต่รัฐเพียงแต่ออกใบอนุญาตให้สิ่งอำนวยความสะดวก เรารับข้อเรียกร้องจากชุมชนต้นแบบ ซึ่งข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อ ตนเองได้บอกไปแล้วว่ารัฐบาลไม่ได้ขัดข้อง แต่รัฐบาลคงไม่ใช่ผู้ลงทุน ดังนั้น ต้องหาและประสานภาคเอกชนในการลงทุนโรงไฟฟ้า แต่รัฐบาลจะเป็นคนกลางในการต่อรองสิทธิประโยชน์ที่ชาวจะนะ ควรจะได้รับ ซึ่งเมื่อมีอุตสาหกรรมเกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาจะมีอีกมากมาย ทั้งสาธารณสุข การจ้างงาน
ส่วนผลการศึกษา SEA ที่มีการศึกษามา 5 ปีแล้ว การพัฒนาจะยึดกรอบผลการศึกษาหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ ระบุว่า ตอนนี้ SEAคัดค้านอย่างเดียว คือ ท่าเรือน้ำลึกที่จะนะ แต่อย่างอื่นไม่ได้คัดค้าน เขาพร้อมแต่เรื่องสีผังเมือง เรากำลังปรับกันอยู่ ทำสีผังเมืองใหม่และจะยึดหลักตามกรอบการศึกษา เราต้องการสร้าง
ย้ำชัดไม่มีแลนด์บริดจ์-SECแล้ว
เมื่อถามถึงโครงการแลนบริดจ์ ที่มีการเรียกร้องให้นำเข้า ครม. นั้น นายพิพัฒน์ย้ำว่าไม่มีการทำโครงการดังกล่าว ซึ่งนายกฯได้ประกาศล้มเลิก ยกเลิก SEC ก็ไม่มี ตนเองประกาศไปหลายครั้งแล้ว แต่การที่มาบอกว่าจะให้นำเข้า ครม.นั้น มันไม่มีเหตุจะนำเข้าไปเพื่ออะไร ทุกคนประกาศชัดเจน ว่าเรายกเลิก และยุติคำว่าแลนด์บริดจ์ เพราะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราไม่สามารถหยุดการพัฒนาได้ อะไรที่เป็นโอกาสที่ทำให้ไทยมีเศรษฐกิจดีขึ้น
“ส่วนตัวคิดว่าจะต้องทำการศึกษาต่อ เราจะไม่ยุติเพียงเท่านี้ ไม่อยากให้ลูกหลานในอนาคตบอกว่า รัฐมนตรีชุดนี้ไปรับประทานหญ้ามา หรือรับประทานอะไรมา ไม่รู้จักคิด เราต้องคิดต่อ โดยเฉพาะตนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ในภาคใต้ ดังนั้นตนก็ต้องพยายาม ประเทศอื่นเขาพยายามแย่งชิงท่าเรือฝั่งทะเล ฝั่งมหาสมุทร แต่ประเทศไทยกลับเป็นประเทศที่ปฏิเสธตลอดเวลาว่าเราไม่ต้องการมีกิจกรรมในฝั่งมหาสมุทรอินเดีย หรือทะเลอันดามัน ซึ่งขณะนี้ประเทศมาเลเซีย มีการสร้างท่าเรือที่รัฐปีนังและสร้างรถไฟความเร็วสูงจากปีนังข้ามไปยังกวนตัน เป็นระยะทาง 640กิโลเมตร ก็คล้ายกับแลนด์บริดจ์ของประเทศไทยซึ่งมีความยาว 90 กิโลเมตร แต่เมื่อเป็นความประสงค์ของคนภาคใต้ ว่าไม่เอา กลัวจะไปเหมือนกับEEC ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราก็ไม่เอา แต่เราต้องคิดเพื่อการพัฒนาต่อไป ที่เราคิดวันนี้เพื่ออนาคตของลูกหลานของเรา ยังศึกษาต่อ แต่แลนด์บริดจ์และSECไม่มีแน่นอน”นายพิพัฒน์ ระบุ
ลั่นพยายามลุยพัฒนานิคมฯจะนะ
ส่วนนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จะเกิดขึ้นแน่นอนใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ ระบุว่า เราพยายามทำ เพราะในพื้นที่ภาคใต้มีเศรษฐกิจที่ค่อนข้างใหญ่ในอดีต แต่ปัจจุบันเราหากินได้กับการท่องเที่ยวอย่างเดียว ซึ่งอยู่ในชายฝั่งทะเลอันดามัน ฝั่งอ่าวไทย มีแค่เกาะสมุยเกาะเดียวที่รับนักท่องเที่ยว และพยุงเศรษฐกิจอยู่ อย่างในจังหวัดสงขลา ก็มีเพียงแค่อำเภอหาดใหญ่ และจังหวัดใกล้เคียง หากในอนาคตเสน่ห์ส่วนนี้หายไป ลูกหลานเราจะอยู่อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องฮาลาล ที่มีการทำนายว่า ในอนาคตพี่น้องชาวมุสลิมจะมีอยู่หนึ่งในสามของโลก ประเทศไทยมีวัตถุดิบพร้อม ทำไมถึงไม่พัฒนาในสิ่งที่เรามีความเชี่ยวชาญ และมีโอกาสสูง เราบอกว่าเราต้องการเป็นครัวโลก ก็จะทำอาหารฮาลาลเพื่อส่งให้คนทั่วโลกชิมซึ่งยังไม่เข้าครม.ภายในวันนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

