งานเข้า'ภรรยาเนทันยาฮู' โดนฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท หลังปล่อยทฤษฎีสมคบคิดใส่ร้าย กลบเกลื่อนความล้มเหลวรัฐบาลสามี

1 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซารา เนทันยาฮู ภรรยาของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทาง Channel 14 สื่อของรัฐบาลอิสราเอล ตั้งข้อสงสัยต่อการเคลื่อนไหวของ 'นายยาอีร์ โกลัน' นักการเมืองฝ่ายค้านและอดีตรองเสนาธิการกองทัพอิสราเอล ในเช้าวันวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ว่าเขาแต่งตัวเตรียมพร้อม และเดินทางไปถึงพื้นที่ทันทีในเวลาที่เร็วมาก ขณะที่คนอื่นรวมถึงนายกรัฐมนตรีกลับไม่รู้อะไรเลย และช่วยเหลือผู้คนซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องชมเชยจากการกระทำของเขา
ซึ่งเธอตั้งคำถามในเชิงชี้นำว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีถึงไม่ได้รับแจ้งเตือนว่าสงครามกำลังจะเกิดขึ้น การตอบสนองอย่างรวดเร็วของเขาต่อการสังหารหมู่ครั้งนี้ หมายความว่าเขาได้รับคำเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่อย่างไร
แต่ในความเป็นจริง 'นายยาอีร์ โกลัน' ขับรถไปยังพื้นที่สังหารหมู่ในเทศกาลดนตรีโนวาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเอง ได้ชี้แจงมาโดยตลอดว่าเขามุ่งหน้าไปทางใต้ในเวลาประมาณ 08.00 น. ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่การโจมตีเปิดฉากขึ้นไปแล้วราว 1 ชั่วโมงครึ่ง
คำถามในเชิงชี้นำ ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองทันที 'นายยาอีร์ โกลัน'ออกมาแสดงความไม่พอใจพร้อมทั้งยืนยันว่าจะยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อภรรยาของนายกรัฐมนตรีในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากเธอไม่ได้คุ้มกันโดยเอกสิทธิ์ทางกฎหมาย

ด้านพรรคเดโมแครตของ 'นายยาอีร์ โกลัน' ออกแถลงการณ์ประณามคำพูดของภรรยาเนทันยาฮูอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าเป็นคำพูดที่ใส่ร้ายและเป็นเท็จ พร้อมระบุว่าการเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดต่อ 'นายยาอีร์ โกลัน' และการทำลายภาพลักษณ์ความกล้าหาญของเขาในวันที่ 7 ตุลาคม เป็นการ ข้ามเส้นแดงที่ใกล้เคียงกับความวิกลจริต ขณะที่ 'เนทันยาฮู' มัวแต่แต่งหน้าและหาข้อแก้ตัว แต่ 'นายยาอีร์ โกลัน' กลับเดินหน้าไปช่วยชีวิตผู้คนยังพื้นที่สังหารหมู่แล้ว
ส่วนอดีตผู้บัญชาการทหารและคู่แข่งคนสำคัญในการเลือกตั้ง และ อดีตนายกรัฐมนตรี ต่างออกมาประณาม 'ตระกูลเนทันยาฮู' ว่า กำลังใช้ทฤษฎีสมคบคิดอันเป็นเท็จและอันตรายเพื่อปลุกระดมความเกลียดชัง ปัดความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติและพยายามรักษาอำนาจทางการเมืองไว้
โดยข้อกล่าวหานี้ของภรรยา 'เนทันยาฮู' เกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงทางการเมืองของอิสราเอลเกี่ยวกับสาเหตุที่ประเทศไม่สามารถป้องกันการโจมตีครั้งใหญ่ของฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ไว้ได้ โดยมีการกล่าวโทษว่าเกิด "การทรยศจากคนใน" ได้แพร่กระจายในกลุ่มการเมืองบางส่วนของอิสราเอล
ผลสำรวจที่จัดทำให้สถานีโทรทัศน์อิสราเอล เมื่อเดือนสิงหาคมพบว่า ชาวอิสราเอล 40% และผู้สนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายขวา 63% เชื่อว่าการทรยศจากภายในมีส่วนทำให้เกิดเหตุโจมตีครั้งนั้น ซึ่งถือเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล
จนถึงขณะนี้รัฐบาลอิสราเอลยังไม่ได้จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนระดับรัฐเพื่อตรวจสอบความล้มเหลวที่นำไปสู่เหตุโจมตีแม้เหตุการณ์จะผ่านมากว่า 3 ปีแล้ว และได้ทำให้สังคมอิสราเอลเกิดความแตกแยกทางการเมืองอย่างรุนแรงและการกล่าวหากันเรื่องความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตี 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งเรื่องนี้ได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 27 ตุลาคมนี้
ซึ่งเหตุการณ์ฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลดังกล่าวนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนราว 1,221 ราย และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน 251 ราย ขณะที่การตอบโต้ทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 73,454 ราย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

