ถล่มทุกสถิติ! ปิดตลาดพรีเมียร์ลีก2026

หลังจากปิดตลาดนักเตะ เมื่อตี 5 เมืองไทย เช้าวันที่ 2 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา ปรากฎว่า 20 สโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมใจกันร่วมกันซื้อนักเตะ จนทำลายสถิติการซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์สูงสุดตลอดกาล ด้วยยอดใช้จ่ายสูงถึง 3,460 ล้านปอนด์
เฉพาะยอดรวมที่ใช้ไปในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายอยู่ที่ 475 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นจาก 391 ล้านปอนด์เมื่อปีที่แล้ว ตามตัวเลขที่ Paul Macdonald ผู้ก่อตั้ง FootballTransfers.com ให้ข้อมูลกับ BBC Sport
เมื่อเทียบกับ การย้ายทีมของ ยาน ดิโอมองเด้ จาก ไลป์ซิก ไปอยู่กับ เรอัลมาดริด และการย้ายทีมของ แอนโทนี กอร์ดอน จากนิวคาสเซิลไปบาร์เซโลนา เป็นเพียงดีลเดียวที่เสร็จสิ้นไปแล้วในซัมเมอร์นี้โดยสโมสรนอกพรีเมียร์ลีกที่มีค่าธรรมเนียมเกิน 60 ล้านปอนด์
ในวันสุดท้ายของการซื้อขายนั้น ดีลที่ทำให้เกิดสถิติใหม่ขึ้น เมื่อการย้ายทีมของ อิลิมาน เอ็นดิเย จากเอฟเวอร์ตัน ไป แมนเชสเตอร์ซิตี้ ด้วยค่าตัวเริ่มต้น 60 ล้านปอนด์ ทำให้ยอดรวมที่ใช้ไปสูงกว่าสถิติเดิมที่ 3.14 พันล้านปอนด์เมื่อ 12 เดือนก่อน
จากนั้นไม่นาน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ซื้ออีกด้วยการคว้าตัว เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า จาก เชลซี ด้วยค่าตัวสถิติการย้ายทีมสูงสุดของอังกฤษร่วมที่ 125 ล้านปอนด์
น่าสนใจว่า ในซีซั่นนี้เกิดสถิติการซื้อนักเตะแพงที่สุดติดอันดับท็อป 10 ถึง 3 ครั้งในฤดูร้อนนี้ โดยทั้งหมดเป็นการซื้อตัวจากพรีเมียร์ลีก นั่นคือ เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดซ 125 ล้านปอนด์, ขณะที่เชลซีจ่าย 117 ล้านปอนด์เพื่อเซ็นสัญญากับมอร์แกน โรเจอร์สจากแอสตันวิลลา และ 116 ล้านปอนด์ที่แมนเชสเตอร์ซิตี้ใช้ไปก่อนหน้านี้ในการเซ็นสัญญากับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์จากน็อตติงแฮมฟอเรสต์
ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล จ่ายเงิน 106 ล้านปอนด์ ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเป็น 123 ล้านปอนด์ในอนาคต สำหรับ บรัดเลย์ บาร์โคลา แนวรุกของปารีส แซงต์ แชร์แมง และทีมชาติฝรั่งเศส ทำให้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ “หงส์แดง” ซื้อนักเตะค่าตัวเกิน 100 ล้านปอนด์ และเป็นคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ทีม
ยังมี ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สร้างความฮือฮา คว้าตัว ซานโดร โตนาลี มานั้นเป็นค่าตัวสูงสุดเป็นสถิติของสโมสร ซึ่งอาจสูงถึง 100 ล้านปอนด์ พร้อมด้วย มาเตอุส เฟอร์นันเดส (85 ล้านปอนด์) จากเวสต์แฮม และซาวิโอจากแมนเชสเตอร์ซิตี้ (75 ล้านปอนด์ ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเป็น 85 ล้านปอนด์)
การย้ายทีมอื่นๆ ในช่วงราคาใกล้เคียงกัน ได้แก่ ดีล 85.6 ล้านปอนด์ที่แมนเชสเตอร์ซิตี้ทำได้เพื่อคว้าตัวอายยูบ บูอัดดี จากลีลล์, บรูโน กิมาไรส์ ย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล มาอยู่ อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคว้าตัวคาร์ลอส บาเลบา มิดฟิลด์ชาวแคเมรูนจากไบรท์ตันด้วยค่าตัว 70 ล้านปอนด์
ดังนั้นจึงอาจไม่น่าแปลกใจที่ในการจัดอันดับ 20 การย้ายทีมที่แพงที่สุด มีเพียง 6 ทีมเท่านั้นที่ไม่ใช่สโมสรในลีกสูงสุดของอังกฤษ
หลังจากตลาดปิด ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นหัวแถวสำหรับการใช้เงินอยู่แทบจะทุกปี
“เรือใบสีฟ้า” มียอดใช้จ่ายในช่วงซัมเมอร์พุ่งสูงสุดถึง 458 ล้านปอนด์ โดยเอ็นโซ มาเรสกา ผู้จัดการทีมคนใหม่ได้รับการสนับสนุนอย่างดีในการสร้างทีมของตัวเองหลังจากเข้ามาแทนที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา
นั่นเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีกสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะครั้งเดียว แซงหน้าลิเวอร์พูลที่ใช้เงินไป 415 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว แต่ก็เหมือนกับเคสของหงส์เมื่อปีก่อน แม้ว่าจะใช้เงินไปมาก แต่ซิตี้ก็ได้กำไรจากการขายผู้เล่นถึง 304 ล้านปอนด์
เชลซี เป็นทีมที่ใช้เงินมากเป็นอันดับ 2 โดยจ่ายไปทั้งหมด 349 ล้านปอนด์ แต่ในทางกลับกัน ก็ขายผู้เล่นได้มูลค่า 382 ล้านปอนด์ ทำให้มีกำไรสุทธิ 33 ล้านปอนด์

ท็อตแนม ใช้เงินมากเป็นอันดับ 3 ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ด้วยยอด 302 ล้านปอนด์ โดยหวังที่จะหลีกเลี่ยงฤดูกาลที่ยากลำบากอีกครั้ง หลังจากหนีตายมา 2 ปีติด ๆ
อิปสวิช ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา ทุ่มเงินก้อนโตเพื่อหลีกเลี่ยงการตกชั้นกลับไปแชมเปี้ยนชิพในทันที โดยใช้เงินไปทั้งหมด 171 ล้านปอนด์ มากกว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จ่ายไป 148 ล้านปอนด์สำหรับการซื้อตัวผู้เล่นใหม่
ที่จริงแล้ว อิปสวิช ทาวน์ ใช้เงินในการซื้อตัวผู้เล่นใหม่มากกว่าทีมอย่างบาร์เซโลนา, เอซี มิลาน, ยูเวนตุส และปารีส แซงต์-แชร์แมง แชมป์ยุโรปปัจจุบัน รวมกันด้วยซ้ำ โดยใช้เงินมากสุดในประวัติศาสตร์น้องใหม่บอลอังกฤษ
ขณะเดียวกัน ฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เช่นกัน ก็มีช่วงตลาดซื้อขายที่คึกคักมาก โดยได้ผู้เล่นใหม่ทั้งหมด 18 คน ซึ่ง 6 คนในจำนวนนั้นย้ายมาในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย
มีถึง 11 จาก 20 สโมสรทำลายสถิติการซื้อขายของตัวเอง และ 6 สโมสรทำลายสถิติมากกว่าหนึ่งครั้ง โดย โคเวนทรี ทำลายสถิติตัวเองไปมาถึง 4 ครั้ง พวกเขาเซ็นสัญญาคว้าตัว ออเรล อเมนดา ด้วยค่าตัวเริ่มต้น 15.4 ล้านปอนด์ ก่อนที่ค่าตัวนั้นจะถูกทำลายโดย ลูม ชาอูนา ที่ราคา 20 ล้านปอนด์, ผู้รักษาประตู คาร์ล รัชเวิร์ธ ย้ายมาอยู่ถาวรด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ ก่อนจะจบที่ คาเลบ ยีเรนกี ด้วยค่าตัว 23.1 ล้านปอนด์
แอสตัน วิลลา กับ อิปสวิช ทำลายสถิติของตัวเองมากกว่าหนึ่งครั้งเช่นกัน ขณะที่ เจมส์ แทรฟฟอร์ด (ลีดส์), มามาดู ซานกาเร (เบรนท์ฟอร์ด), ลูกา วุสโควิช (ไบรตัน) และ เลียม เดแลป (น็อตติงแฮม ฟอเรสต์) ต่างก็เป็นนักเตะที่ซื้อมาด้วยค่าตัวมากกว่า 40 ล้านปอนด์
ในฤดูร้อนนี้ 35% ของการซื้อขายที่มีค่าธรรมเนียมการโอนย้ายนักเตะระหว่างสโมสรในพรีเมียร์ลีกด้วยกัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 30% และมีการซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 44% ในกรณีที่สโมสรในพรีเมียร์ลีก ซื้อนักเตะจากลีกระดับล่างของอังกฤษ
บีแหลมสิงห์

TOP10
1.เนย์มาร์ 200 ล้านปอนด์ ปี 2017
2.คีลิยัน เอ็มบัปเป้ 166 ล้านปอนด์ ปี 2017
3.เฟลิปเป้ คูตินโญ่ 142 ล้านปอนด์ ปี 2018
4.อุสมาน เดมเบเล่ 136 ล้านปอนด์ ปี 2017
5.อเล็กซานเดอร์ อิซัค 125 ล้านปอนด์ ปี 2025
เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดซ 125 ล้านปอนด์ ปี 2026
7.มอร์แกน โรเจอร์ส 117 ล้านปอนด์ ปี 2026
8.เอลเลียต แอนเดอร์สัน 116 ล้านปอนด์ ปี 2026
9.จู๊ด เบลลิงแฮม 115 ล้านปอนด์ ปี 2023
10.ชูเอา เฟลิกซ์ 113 ล้านปอนด์ ปี 2019
Source : BBC ราคารวมเฉพาะแอด-ออนส์ที่จ่ายครบแล้ว

