โจชัว หว่อง รับสารภาพสมคบต่างชาติ คดีความมั่นคงฮ่องกง โทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต

โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยชื่อดังของฮ่องกง วัย 29 ปี รับสารภาพเมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน ในข้อหา “สมคบกับหน่วยงานต่างชาติ” ซึ่งเป็นความผิดภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกง และมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต
หว่อง ซึ่งกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกตั้งแต่วัยรุ่นจากบทบาทนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจากโทษในคดีความมั่นคงแห่งชาติอีกคดีหนึ่ง โดยคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อหาสมคบกันเพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐ จากกรณีที่เขาและนักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยหลายคนเข้าร่วมการเลือกตั้งขั้นต้นอย่างไม่เป็นทางการในปี 2020
ในการพิจารณาคดีที่ศาลสูงฮ่องกงในย่านแอดมิรัลตี เมื่อวันที่ 2 กันยายน หว่องสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มและแว่นตากรอบดำ โดยเขาโบกมือและพยักหน้าให้ผู้คนจากบริเวณจำเลย ก่อนสูดหายใจลึกเป็นระยะ จากนั้นจึงให้การรับสารภาพต่อผู้พิพากษาคดีความมั่นคงแห่งชาติที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลฮ่องกง
การพิจารณาคดีครั้งนี้มีนักการทูตจากชาติตะวันตกหลายประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์
ฝ่ายอัยการกล่าวถึงสิ่งที่ระบุว่าเป็นการรณรงค์ผ่านสื่อและช่องทางการเมืองในระดับนานาชาติของ Demosisto อดีตพรรคการเมืองที่ถูกยุบไปแล้ว และเคยมีแนวคิดสนับสนุนการจัดประชามติเกี่ยวกับสถานะอธิปไตยของฮ่องกง โดยหว่องเคยเป็นหนึ่งในผู้นำของกลุ่ม
อัยการกล่าวหาว่า การรณรงค์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ต่างประเทศใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อฮ่องกงและจีนในช่วงปี 2019-2020
เอกสารข้อกล่าวหาที่รอยเตอร์เคยเห็นก่อนหน้านี้ ระบุว่า หว่องถูกกล่าวหาว่าสมคบกับ นาธาน หลอว์ นักเคลื่อนไหวที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ และบุคคลอื่น เพื่อเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ รวมถึงสถาบัน องค์กร หรือบุคคลที่อยู่นอกจีน ใช้มาตรการคว่ำบาตรหรือปิดกั้นต่อฮ่องกงและจีน
เหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหาเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 23 พฤศจิกายน 2020
สำหรับหว่อง ปัจจุบันยังคงรับโทษจำคุกจากคดีความมั่นคงแห่งชาติที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานสมคบกันเพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐ จากการเข้าร่วมการเลือกตั้งขั้นต้นอย่างไม่เป็นทางการของฝ่ายประชาธิปไตยในปี 2020
โทษจำคุกในคดีดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดในปีหน้า ขณะที่คดีล่าสุดที่เขารับสารภาพเมื่อวันที่ 2 กันยายน มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต
คดีของหว่อง รวมถึงคดีของนักเคลื่อนไหวคนอื่นๆ กำลังได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิดจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและรัฐบาลชาติตะวันตก ซึ่งติดตามการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกง
คดีของหว่องเกิดขึ้นหลังจากเมื่อเดือนที่ผ่านมา นักเคลื่อนไหวอีก 2 คน ได้แก่ หลี่ จื้อเหยิน (Lee Cheuk-yan) วัย 69 ปี และ โจว ฮังตุง (Chow Hang-tung) วัย 41 ปี ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานยุยงให้เกิดการโค่นล้มอำนาจรัฐ หลังใช้วลี “ยุติระบอบเผด็จการพรรคเดียว” ในกิจกรรมทางการเมือง
ทั้งสองคนเป็นสมาชิกของกลุ่มที่มีบทบาทจัดพิธีรำลึกเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่งเมื่อปี 1989 เป็นประจำทุกปี
กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2020 โดยรัฐบาลจีนระบุว่า กฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายส่วนหนึ่งเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพ หลังฮ่องกงเผชิญการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่และมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะในปี 2019
อย่างไรก็ตาม องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและรัฐบาลชาติตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายฉบับนี้ว่าเข้มงวดเกินไป โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากระดับการปกครองตนเองในระดับสูงที่ฮ่องกงได้รับคำมั่นว่าจะคงไว้หลังการส่งมอบฮ่องกงจากอังกฤษคืนให้จีนในปี 1997
ด้านรัฐบาลฮ่องกงและรัฐบาลจีนยืนยันว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเป็นสิ่งจำเป็นในการฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพของฮ่องกง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

