DIP-แพลตฟอร์มออนไลน์ ยกระดับสกัดละเมิดบนอินเทอร์เน็ต

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้หารือกับภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ์และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อยกระดับการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่า สถานการณ์และรูปแบบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และมีความซับซ้อนมากขึ้นตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จึงจำเป็นต้องพัฒนากลไกการทำงานให้มีความรวดเร็ว เชื่อมโยงข้อมูล และสามารถรับมือกับรูปแบบการละเมิดที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ได้ร่วมกันกำหนดแนวทางความร่วมมือ 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.การปิดกั้นเว็บไซต์ (Site Blocking) และการถ่ายทอดสด (Live Streaming) ที่มีเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ โดยกรมฯจะประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อเร่งดำเนินการด้านการระงับการเผยแพร่หรือลบข้อมูลที่เป็นความผิดตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการลักลอบเผยแพร่ภาพยนตร์ เพลง หรือเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่สามารถเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว
2.การเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญากับแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมฯกับแพลตฟอร์มออนไลน์โดยอัตโนมัติ ผ่าน API แบบ Real-Time เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญา เช่น เลขคำขอ ชื่อเจ้าของสิทธิ์ สถานะคำขอ และรายการสินค้า เป็นต้น และนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการตรวจสอบและคัดกรองร้านค้าและสินค้าบนแพลตฟอร์ม
3.การรับรองร้านค้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ ในการติดเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ “IP Verified” ให้กับร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยใช้เป็นจุดสังเกตในการเลือกร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
4.การยกระดับการดำเนินคดีผู้กระทำผิดและขยายผลเครือข่ายการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิดไปสู่การดำเนินคดีความผิดฐานฟอกเงิน และสืบสวนขยายผลไปยังผู้จัดหา ผู้นำเข้า ผู้รับผลประโยชน์ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อตัดวงจรการละเมิดตั้งแต่ต้นทาง
“กรมฯให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเจ้าของสิทธิ์และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพราะการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ และเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย”นางอรมน กล่าว
โดยกรมฯจะเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ตให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบการละเมิด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้บริโภค เจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ประกอบการทั้งคนไทยและต่างประเทศในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ที่ผ่านมากรมฯได้จัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต นำมาตรการ Notice and Takedown มาใช้ในการแจ้งและระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออกจากระบบ ซึ่งช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้กระทำผิดและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องในขบวนการ โดยในช่วง 7 เดือนของปี 2569 สามารถจับกุมผู้กระทำผิด 140 คดี ยึดของกลางรวม 322,077 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 104,344,850 บาท และสามารถระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมทั้งหมด 1,471 รายการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

