สภาท่วมท้น 414 เสียง ไม่เห็นชอบ‘ร่างพ.ร.บ.ฯอากาศสะอาด’ ที่ ‘วุฒิสภา’แก้ไข

‘สภาฯ’ 414เสียง! ไม่เห็นชอบ ‘ร่างพ.ร.บ.ฯอากาศสะอาด’ ที่ ‘วุฒิสภา’แก้ไข ตั้ง ’กมธ.ร่วม‘ ศึกษายึดรอบคอบ ด้าน ‘สส.ภูมิใจไทย‘ โพสต์ย้ำ ’รักษากติกา‘ ไม่ใช่ ’ปิดกั้นเสียงประชาชน‘ ชี้ทุกฝ่ายได้เวลาอภิปราย
2ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... (เป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ตามข้อบังคับการประชุม
สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 137)
ซึ่งภายหลังการอภิปราย สมาชิกฯ เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันของทั้งสองสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดในประเด็นที่มีการแก้ไขอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ PRTR สิทธิในการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การดำเนินคดีแบบกลุ่ม ความรับผิดของสถาบันการเงิน โครงสร้างและการกระจายอำนาจ บทกำหนดโทษ และกลไกการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.มีความเหมาะสม ครอบคลุม และสามารถคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากนั้นที่ประชุมมีมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ด้วยคะแนน 414 เสียง จึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรกำหนดจำนวนและตั้งกรรมาธิการร่วมกันจำนวน 20คน สัดส่วนของ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน 10 คน สัดส่วนของวุฒิสภา จำนวน 10 คน
โดยนายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ... โดยย้ำว่า “อย่าเอาการรักษากติกา ไปตีความเป็นการปิดกั้นเสียงประชาชน” โดยระบุว่า วันนี้ ส.ส.แทบทุกฝ่ายได้อภิปรายไปในทิศทางเดียวกัน และท้ายที่สุดสภาผู้แทนราษฎรมีมติ 414 ต่อ 2 เสียง ไม่เห็นชอบกับการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดของวุฒิสภา พร้อมตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวต่อไป
นายฤทธิรงค์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครถูกปิดปาก แต่อยู่ที่ว่า เมื่อสมาชิกทุกคนได้รับการจัดสรรเวลาในการอภิปรายแล้ว ก็จำเป็นต้องเคารพเวลาของสมาชิกคนอื่นด้วย การทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมต้องรักษากติกาอย่างเท่าเทียม เพราะหากปล่อยให้สมาชิกคนหนึ่งใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนด ย่อมหมายความว่าอีกคนหนึ่งอาจต้องสูญเสียโอกาสในการอภิปรายเช่นกัน
“เสียงประชาชนมีความสำคัญทุกจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะเสียงประชาชนที่ ส.ส.คนใดคนหนึ่งเป็นตัวแทน” นายฤทธิรงค์ ระบุ
นายฤทธิรงค์ กล่าวด้วยว่า ประชาธิปไตยต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน การอภิปรายก็ต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน เพื่อให้สมาชิกทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและมีโอกาสทำหน้าที่แทนประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งมี สส.บางส่วนวิพากษ์วิจารณ์การควบคุมเวลาอภิปรายของประธานในที่ประชุม โดยมองว่าอาจทำให้การสะท้อนปัญหาของประชาชนไม่เต็มที่ ขณะที่อีกมุมมองย้ำถึงความจำเป็นในการรักษากติกาและกรอบเวลาของการประชุมสภา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

