เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา ผู้ถูกขนานนาม เจ้าหญิงผู้กอบกู้ราชวงศ์นอร์เวย์ ล้างมลทินคดีฉาวสะเทือนโลก

3 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีที่ สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ เสด็จพระราชดำเนินไปยังรัฐสภา เพื่อทรงประกอบพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นขั้นตอนเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญในการเสด็จขึ้นครองราชย์ หลังจากที่ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 พระราชบิดา เสด็จสวรรคต
'เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา' มกุฎราชกุมารีและพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ พระชนมายุ 22 พรรษา เข้าร่วมพิธีและยืนเคียงข้างกษัตริย์โฮกุนที่ 8 เพื่อทรงประกอบพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ด้วย ซึ่ง 'เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา' จะเป็นรัชทายาทในการสืบราชบัลลังก์แห่งนอร์เวย์ต่อไปเช่นกัน

ซึ่งในการนี้ 'เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา' มกุฎราชกุมารี ได้ลงนามทรงสาบานตนเป็นลายลักษณ์อักษรต่อรัฐธรรมนูญ คำสาบานนั้นลงนาม ณ พระราชวัง และส่งมอบให้แก่รัฐสภา ซึ่งบันทึกความมุ่งมั่นขององค์รัชทายาทต่อนอร์เวย์ลงบนกระดาษ ซึ่ง การลงนามสาบานตนต่อรัฐธรรมนูญเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ "ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์" ได้ในกรณีที่พระราชาจะไม่สามารถปฏิบัติพระกรณียกิจได้
'เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา' มกุฎราชกุมารี ทรงก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในฐานะรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์นอร์เวย์ พระองค์มักถูกขนานนามว่าเป็น 'เจ้าหญิงผู้ช่วยกอบกู้' สถาบันพระมหากษัตริย์ที่กำลังเผชิญวิกฤต หลังจากที่พระมารดาของพระองค์มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของ 'เจฟฟรีย์ เอปสตีน' มหาเศรษฐีนักค้ากามชาวอเมริกันผู้ล่วงลับ และพระอนุชา (มาริอุส บอร์ก เฮยบี) ของพระองค์ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาข่มขืน 2 กระทง โดยศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี ซึ่งขณะนี้พระองค์ได้ถูกกักบริเวณในบ้านพักในระหว่างการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา
ด้วยเหตุนี้ พลเมืองทั้งประเทศนอร์เวย์ จึงหันมาให้มุ่งสนใจไปที่ 'เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา' มกุฎราชกุมารี คาดหวังให้เป็นผู้นำสถาบันพระมหากษัตริย์นอร์เวย์องค์ต่อไป และถึงแม้ว่า 'เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา' จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในราชวงศ์นอร์เวย์ในฐานะ 'มกุฎราชกุมารีผู้สืบราชบัลลังก์' แต่เธอก็ดำเนินชีวิตตามเส้นทางปกติธรรมดา และได้รับการยกย่องว่ามีความเป็นกันเองอย่างน่าชื่นชมสำหรับผู้ที่จะเป็น 'ควีน' ในอนาคต


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

