อาเซียนวิกฤตหนัก ควันไฟป่าอินโดนีเซียพัดข้ามพรมแดน กระทบแล้ว 3 ชาติ เสี่ยงลามถึงตอนใต้ของไทย

3 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์หมอกควันปกคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ไฟป่าในอินโดนีเซียยังคงลุกลามอย่างรุนแรง ซึ่งหมอกควันพิษจากไฟป่าและการเผาพื้นที่ในอินโดนีเซียกำลังแผ่ขยายข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน กระแสลมแรงพัดข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน
ตามข้อมูลของกระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติฟิลิปปินส์ (DENR) เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 กันยายน สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 7 แห่งทั่วเขตมหานครมะนิลา เมืองหลวงฟิลิปปินส์ ตรวจพบฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ในระดับ "ไม่ดีต่อสุขภาพ"
กระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติฟิลิปปินส์ (DENR) รายงานว่า หมอกควันที่พบอาจเกี่ยวข้องกับควันไฟ และหมอกควันข้ามพรมแดนจากไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นในจังหวัดกาลิมันตัน ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งกระแสลมพัดพามายังฟิลิปปินส์
โดยสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นที่ฝ่ายบริหารของเมืองเกซอนซิตี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมากที่สุดในเขตมหานครมะนิลา ประกาศเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ให้ระงับการเรียนการสอนแบบเข้าเรียนในโรงเรียนทั้งรัฐและเอกชน และเปลี่ยนไปจัดการเรียนการสอนทางไกลจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
นอกจากกรุงมะนิลาแล้ว คุณภาพอากาศยังเลวร้ายลงในหลายพื้นที่ของฟิลิปปินส์ เช่น เซ็นทรัลลูซอน คาลาบาร์ซอน มิมาโรปา และ เซ็นทรัลวิซายัส

นักอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ รายงานว่า หมอกควันไฟป่ากำลังถูกพัดจากอินโดนีเซียขึ้นไปทางเหนือสู่ฟิลิปปินส์โดย 'ฮาบากัต' (ชื่อที่ชาวฟิลิปปินส์ใช้เรียกลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดจากบริเวณทางตะวันตกเฉียงใต้ของเส้นศูนย์สูตร) โดยการกระจายของ การแพร่กระจายของหมอกควันไฟป่า ไปยังฟิลิปปินส์เกิดขึ้นหลังระบบติดตามสภาพบรรยากาศของ 'โคเปอร์นิคัส' (CAMS) คาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนตัวของมลพิษจากไฟป่าในอินโดนีเซียว่ามีแนวโน้มพัดข้ามทะเลจีนใต้ไปยังฟิลิปปินส์
'มาร์ก พาร์ริงตัน' นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของโคเปอร์นิคัส ระบุว่า แบบจำลองการพยากรณ์บางส่วนยังชี้ว่า หมอกควันอาจเคลื่อนตัวไปถึงพื้นที่ ทางตอนใต้ของไทย กัมพูชา และเวียดนาม และเตือนว่า หากการปล่อยควันจากไฟป่ายังคงเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายน ถึง ตุลาคมเลยก็เป็นได้ ผลกระทบจากควันไฟและคุณภาพอากาศอาจดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์ทั่วภูมิภาค
ข้อมูลจากระบบติดตามการปล่อยก๊าซจากไฟป่า ประเมินว่า ระหว่างเดือนสิงหาคม ไปจนถึง กันยายน อินโดนีเซียจะมีการปล่อยคาร์บอนจากไฟป่ารวมประมาณ 46 ล้านตัน หรือเทียบเท่ากับการปล่อยคาร์บอนต่อปีของโรงไฟฟ้าถ่านหินราว 45 แห่ง ระดับดังกล่าวถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2003 โดยเฉพาะพื้นที่กาลิมันตัน ซึ่งเพียงแห่งเดียวมีการปล่อยคาร์บอนจากไฟป่าประมาณ 38 ล้านตัน
กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย ออกมารายงานว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานั้น พบผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจมากกว่า 50,000 ราย ที่เชื่อมโยงกับไฟป่าและการเผาพื้นที่ โดยกว่า 12,000 รายเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ทางด้าน 'มาเลเซีย' รายงานว่าจำนวนผู้ป่วยโรคหอบหืด และเยื่อบุตาอักเสบเพิ่มขึ้น ท่ามกลางคุณภาพอากาศที่เลวร้ายลงทั่วประเทศ หลังควันไฟจากอินโดนีเซียเคลื่อนข้ามพรมแดนเข้ามา

กระทรวงป่าไม้อินโดนีเซีย ระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกรกฎาคม มีพื้นที่มากกว่า 200,000 เฮกตาร์ ถูกไฟเผาผลาญทั่วประเทศ โดยประมาณ 100,000 เฮกตาร์ถูกเผาเพียงในเดือนกรกฎาคม ไฟป่าส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากการจุดไฟเพื่อบุกเบิกพื้นที่ทำการเกษตร ประกอบกับสภาพภูมิอากาศแบบเอลนีโญที่ทำให้ฤดูแล้งของหมู่เกาะอินโดนีเซียแห้งแล้งกว่าปกติ
ขณะที่วันนี้ตามข้อมูลของ IQAir บริษัทติดตามคุณภาพอากาศของสวิตเซอร์แลนด์ เมืองกูชิง เมืองหลวงของรัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก โดยดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 277 จัดอยู่ในระดับสีแดง 'อันตราย'
โดยหลายประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหมอกควันไฟป่า 'อินโดนีเซีย' นั้นได้เริ่มออกมาออกมาตรการณ์ป้องกันเพื่อลดผลกระทบ โดยรัฐบาลมาเลเซียเตรียมปฏิบัติการทำฝนเทียมเพื่อเพิ่มปริมาณฝน โดยเฉพาะในรัฐซาราวัก ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันหนักที่สุด
ทางด้าน 'สิงคโปร์' ก็เริ่มจับตาสถานการณ์เช่นกัน สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ เตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่หมอกควันจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า หลังพบฝนตกในระดับต่ำและจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น
กระทรวงสาธารณสุขบรูไน ออกคำแนะนำด้านสาธารณสุข หลังสถานการณ์หมอกควันในประเทศเลวร้ายลง โดยระบุว่ากระแสลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้าสู่บรูไนเป็นตัวนำควันจากไฟป่าในกาลิมันตันเข้ามายังกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน เมืองหลวงของบรูไน คุณภาพอากาศเมื่อช่วงบ่ายวันพุธอยู่ในระดับ 'ไม่ดีต่อสุขภาพ'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

