'เรวัช' เปิดใจ ลงสนามการเมือง หลังมีผู้ใหญ่ยกพรรคให้ ลั่น ผมเป็นดาบ ไม่ใช่ไม้ถูส้วม

วานนี้ 2 ก.ย. 2569 เรวัช กลิ่นเกษร อดีต ผบ.ปส. และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้เปิดใจในรายการ "จับตาประเทศไทย" ทางช่อง TOP NEWS ONLINE ถึงทิศทางทางการเมือง หลังเจ้าตัวประกาศเตรียมลงสนามการเมืองอย่างเป็นทางการ
ซึ่ง เรวัช กลิ่นเกษร ยอมรับว่า ตลอด 10-11 ปีที่ผ่านมา ปฏิเสธการเข้าสู่การเมืองมาโดยตลอด แม้จะมีผู้ใหญ่ทาบทามก็ตาม แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจ ไม่เปลี่ยนใจ ในครั้งนี้ เกิดจากความผิดหวังเรื่องการปราบปรามยาเสพติด และข้อเสนอของตนไม่ได้รับการตอบรับจากผู้มีอำนาจ

ย้อนกลับไปในอดีต สมัยดำรงตำแหน่ง ผบ.ปส. ตนเคยลุยจับกุม “เล่าต๋า ราชายาเสพติด” จนถูกจำคุก 8 ปี 3 เดือน แต่สุดท้ายเมื่อพ้นโทษออกมา ก็กลับมาทำแบบเดิม สะท้อนว่าผู้ค้ายาไม่เกรงกลัวกฎหมาย ที่ผ่านมาตนเคยพยายามเสนอแนวทางปราบปรามยาเสพติดแก่ผู้ใหญ่ในพรรคน้ำเงิน เพื่ออาสาเข้าไปดูแลปัญหาผู้ต้องขังและผู้ติดยา แต่ก็ไร้สัญญาณตอบรับ
เรวัช กลิ่นเกษร ยังมองอีกว่า แนวทางที่ได้ผลจริงคือ สงครามยาเสพติด ในยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เพราะทำให้ผู้ค้าหยุด และลูกหลานไม่กล้าเสพ แต่รัฐบาลต่อๆ มากลับไม่มีใครกล้าทำเพราะกลัวถูกเปรียบเทียบ

สำหรับรัฐบาลปัจจุบัน ตนรู้จักกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และเมื่อเห็นว่าขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้นำเสนอแนวทางแก้ปัญหา โดยเฉพาะกลุ่มผู้ติดยาที่มีอาการคลุ้มคลั่งก่อเหตุรุนแรงสะเทือนขวัญในสังคม ซึ่งมีอยู่ในระบบล็อตแรกราว 2,000 กว่าคน ตนเสนอให้นำตัวคนกลุ่มนี้ออกจากสังคมไปเข้ากระบวนการดูแลและรักษาทันที เพื่อคืนความปลอดภัยให้ประชาชน ส่วนกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยืนยันว่าต้องใช้มาตรการที่เด็ดขาดและรุนแรงต้องทำให้มันกลัว
นอกจากปัญหายาเสพติดแล้ว เรวัช กลิ่นเกษร ยังเสนอตัวทำงานด้านกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะ กระทรวงยุติธรรม โดยมองว่ากลุ่มทุจริตต้องไม่ได้รับการลดโทษ และ DSI ต้องทำงานเชิงรุกฟาด สั่งฟ้อง สั่งฟ้อง สั่งฟ้อง พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องตัวเรือนพรรคการเมืองว่า ขณะนี้มีผู้ใหญ่ได้ทำการยื่นจัดตั้งพรรคและยกพรรคมาให้แล้ว ซึ่งอาจนำพรรคนั้นมาเปลี่ยนชื่อเพื่อใช้งานได้ทันที เนื่องจากขั้นตอนการตั้งพรรคใหม่ในปัจจุบันทำได้ยาก

ส่วนรูปแบบการทำงาน มองว่าพร้อมร่วมมือกับบุคคลฝ่ายคุณธรรมที่มีอุดมการณ์ตรงกัน อย่าง พลเอกรังสิโรจน์, พลเอกเสรี และหมอวรงค์ โดยอาจใช้กลยุทธ์ “สงครามกองโจร” ขับเคลื่อนงานทั้งในและนอกสภา ควบคู่กับการแฉข้อมูลทุจริตให้ สส. ไปแจ้งความดำเนินคดี
ทั้งนี้ เมื่อผู้ดำเนินรายการถามถึงกรณีหาก ชาดา ไทยเศรษฐ์ เข้ามาทาบทามให้ร่วมงาน
พล.ต.ท.เรวัช ตอบว่า "ชาดา น้องรักผม" ก่อนจะพูดปฏิเสธว่า “ไม่ไป ไม่ไป” พร้อมทิ้งท้ายประโยคเด็ดเน้นย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “ผมเป็นดาบ ไม่ใช่ไม้ถูส้วม”

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก TOP News
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

