เดินหน้ายกระดับความร่วมมือทรัพย์สินทางปัญญา ไทย-เกาหลีใต้

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ได้หารือทวิภาคีกับ Mr. JUNG Yeonwoo ปลัดกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญา (Ministry of Intellectual Property: MOIP) แห่งสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเดินหน้าจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านทรัพย์สินทางปัญญาฉบับใหม่ ให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านต่างๆ ได้แก่ การสร้างสรรค์การคุ้มครอง การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้ง AI และ IP Finance เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจในด้านการค้าและการลงทุนกับไทยให้กับผู้ประกอบการสาธารณรัฐเกาหลี
ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการไทย ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยในตลาดต่างประเทศ โดยกรมฯได้นำนโยบายดังกล่าวมาขับเคลื่อนการดำเนินงานและบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ผ่านกิจกรรมความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าและหน่วยงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาในระดับสากล รวมถึงสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยและมีความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา (MOU) ฉบับใหม่ เพื่อยกระดับกรอบความร่วมมือให้เท่าทันบริบทการค้าและเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยจะต่อยอดจาก MOU ฉบับเดิมที่จัดทำไว้ตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งในขณะนั้น MOIP ยังมีสถานะเป็นสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (Korean Intellectual Property Office: KIPO) ก่อนจะได้รับการยกระดับเป็นกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญาในปัจจุบัน
โดย MOU ฉบับใหม่จะครอบคลุมประเด็นที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคดิจิทัลมากขึ้น ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีเกิดใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา (IP Valuation) และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (IP Finance) ซึ่งจะช่วยต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์ของทั้งสองประเทศ และเปิดทางให้นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจได้มากขึ้น ทั้งนี้ฝ่ายไทยและสาธารณรัฐเกาหลีจะเร่งหารือในรายละเอียด เพื่อเตรียมการลงนาม MOU ฉบับใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนหรือการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำระดับสูงของสาธารณรัฐเกาหลี
นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังหารือที่จะขยายความร่วมมือในมิติอื่นๆ เพื่อลดอุปสรรคและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุด อาทิ การส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นรูปธรรม การป้องกันปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ (Online Piracy) ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติในการแยกแยะสินค้าจริงและสินค้าปลอม เพื่อยกระดับความสามารถในการตรวจจับและปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในโอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือแนวทางความร่วมมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบสิทธิบัตร ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของผู้ตรวจสอบสิทธิบัตร เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคำขอเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และส่งเสริมให้ผลงานนวัตกรรมสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ยังได้หารือถึงการแก้ไขปัญหาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยไม่สุจริต (Bad-Faith Trademark Filing) ซึ่งเป็นกรณีที่บุคคลอื่นฉวยโอกาสนำแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงไปยื่นจดทะเบียนในต่างประเทศไว้ก่อน ส่งผลกระทบต่อเจ้าของแบรนด์ที่แท้จริงในการทำตลาดหรือขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ และจะเร่งดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิของภาคธุรกิจไทยในตลาดต่างประเทศ
ด้าน Mr. JUNG Yeonwoo ปลัดกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เห็นด้วยกับฝ่ายไทยว่า MOU ดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสานต่อความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยอย่างเต็มที่ และส่งเสริมระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่าจะทำงานร่วมกับฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถลงนาม MOU ฉบับใหม่ได้ภายในกำหนดเวลาที่ตั้งเป้าหมายร่วมกัน
ทั้งนี้กรมฯเชื่อมั่นว่า การยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลีในครั้งนี้ จะช่วยให้กรอบความร่วมมือของทั้งสองประเทศก้าวทันต่อโจทย์เศรษฐกิจและเทคโนโลยีในยุคใหม่ พร้อมวางรากฐานด้านนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง ตั้งแต่การสร้างมูลค่าและเข้าถึงแหล่งทุน ไปจนถึงการยกระดับการคุ้มครองสิทธิและการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อันจะช่วยอำนวยความสะดวก สร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศสามารถขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกันได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

