ทรัมป์ จ่อประกาศให้ 'ช่องแคบฮอร์มุซ' เป็น 'ดินแดน' ของสหรัฐฯ ในเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 (เวลาประมาณ 05:38 น. ตามเวลาญี่ปุ่น) สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง japantoday.com รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เตรียมประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็น "ดินแดน" ของสหรัฐอเมริกาในเร็วๆ นี้ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ท่ามกลางสงครามระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาเกือบหกเดือนโดยไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง ทรัมป์กล่าวระหว่างการปราศรัยที่โรงเรียนตำรวจในรัฐนิวยอร์กว่า สหรัฐฯ สามารถเอาชนะอิหร่านได้อย่างยับเยิน พร้อมทั้งระบุว่าการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพและเป็น "กำแพงเหล็ก" ที่หยุดยั้งไม่ได้ พร้อมทั้งขอให้ชาวอเมริกันยอมรับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น โดยก่อนที่สงครามจะปะทุขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ น้ำมันดิบส่งออกของโลก 1 ใน 5 ส่วนต้องอาศัยเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบนี้ ขณะที่ทางการอิหร่านยืนกรานว่าจะยังคงปิดกั้นเส้นทางเดินเรือดังกล่าวต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล นายคาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถถูกยึดครองได้ด้วยการโพสต์ข้อความ เรือบรรทุกเครื่องบิน หรือสุนทรพจน์หาเสียง และอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่

ข้อมูลการวิเคราะห์จากบริษัทติดตามเรือ Kpler ระบุว่า ในวันศุกร์มีเรือเพียงสองลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้แก่ เรือบรรทุกธัญพืชและเรือบรรทุกสินค้าแห้งเปล่า รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันปิโตรเลียมเหลวเปล่าอีกหนึ่งลำ โดยไม่มีการขนส่งน้ำมันดิบแต่อย่างใด ซึ่งลดลงอย่างมากจากเดิมที่มีเรือกว่า 130 ลำแล่นผ่านในแต่ละวันก่อนเกิดสงคราม นอกจากนี้ เรือที่พยายามแล่นผ่านยังเผชิญความเสี่ยงถูกโจมตี โดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานว่ามีเรือถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ในด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 4.08 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 29% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อและอาจกลายเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอมของพรรคเดโมแครต ทางด้านประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน แห่งอิหร่าน ยอมรับว่าภาวะเงินเฟ้อสูงในประเทศเกิดจากการปิดล้อมท่าเรือและมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของสหรัฐฯ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อกดดันทับถมอิหร่านในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ สถานการณ์ในภูมิภาคยังมีความเสี่ยงขยายวงกว้าง หลังมีรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในเยเมนและซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ความพยายามในการเจรจาสันติภาพผ่านผู้ไกล่เกลี่ยอย่างกาตาร์และปากียังคงหยุดชะงักและไม่มีความคืบหน้า

ขอขอบคุณข้อมูล japantoday.com
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Donald J. Trump, google

