เงินบริจาคลด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง พระญี่ปุ่นปรับตัว ลงทุน 'หุ้น-พันธบัตร' เพิ่มรายได้
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศอย่าง japantimes รายงานว่า ปัญหาค่าครองชีพและภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงในประเทศญี่ปุ่น ไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วไปเท่านั้น แต่กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสถานะทางการเงินของวัดพุทธทั่วประเทศ ส่งผลให้เจ้าอาวาสและพระสงฆ์หลายแห่งต้องสลัดภาพความเชยแบบเดิม ๆ หันมาศึกษาการลงทุนในตลาดหุ้น พันธบัตรรัฐบาล และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อหาทางรอดท่ามกลางศรัทธาและจำนวนศาสนิกชนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
โคคิว โยเนดะ พระสงฆ์วัย 46 ปี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรุ่นที่ 5 ของวัดคองโงจิ ในฮอกไกโด เปิดเผยว่า หลังจากที่เขารับช่วงดูแลวัดต่อจากผู้เป็นพ่อเมื่อปี 2018 เขาต้องเผชิญกับภาระค่าซ่อมแซมวัดแมกไม้อายุกว่าร้อยปีที่สูงถึง 25 ล้านเยน คิดเป็นเงินไทยประมาณราว 5.8 ล้านบาท แต่เนื่องจากรายได้จากเงินบริจาคและพิธีศพหดหายไปตามยุคสมัย เขาจึงตัดสินใจนำความรู้จากการเคยเป็นพนักงานขายในบริษัทหลักทรัพย์ ไดวา มาปรับใช้ ด้วยการนำเงินกองทุนของวัดไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น รวมถึงหุ้นของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่อย่าง BYD และ Hyundai

ผลปรากฏว่าภายในระยะเวลา 2 ปี พอร์ตการลงทุนของวัดสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่า 10% ต่อปี ทำให้มีเงินเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าซ่อมแซม และยังเหลือมากพอที่จะขยายแผนการบูรณะวัดเพิ่มเติมได้อีกด้วย โดยโยเนดะมองว่า ในยุคที่งานจัดพิธีศพและพิธีกรรมทางศาสนาหดตัวลง วัดต่างๆ ไม่สามารถนั่งรอเงินบริจาคได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องสะสมเงินสำรองและบริหารจัดการนำไปลงทุนเพื่อความอยู่รอด
วิกฤตการเงินของวัดพุทธในญี่ปุ่นเป็นผลมาจากวิกฤตโครงสร้างประชากร โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จำนวนพุทธศาสนิกชนลดลงไปแล้วกว่า 14% จากการที่กลุ่มผู้สูงอายุเสียชีวิต ขณะที่คนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่เริ่มห่างเหินจากศาสนา ผลสำรวจของนิกายโจโด ชินชู ฮงกวันจิฮา พบว่าวัดเกือบครึ่งหนึ่งมีรายได้ต่ำกว่า 4 ล้านเยนต่อปี คิดเป็นเงินไทยราว 9.3 แสนบาท ทำให้พระสงฆ์ในพื้นที่ชนบทจำนวนมากต้องถือศีลไปพร้อมๆ กับการประกอบอาชีพเสริม เช่น ครูโรงเรียน หรือเจ้าหน้าที่รัฐ

ความพยายามหารายได้จากการลงทุน นำมาซึ่งคำถามด้านจริยธรรมในหมู่พระสงฆ์เช่นกัน เนื่องจากหลักธรรมคำสอนมุ่งเน้นการละวางจากความโลภ พระยูโช โคโน รองเจ้าอาวาสวัดไดอันจิ ในจังหวัดนารา ยอมรับว่าตำแหน่งของพระสงฆ์ในปัจจุบันมีความขัดแย้งในตัวเอง เพราะตามหลักการแล้วพระไม่ควรแสวงหากำไร แต่หากไม่ทำอะไรเลย วัดก็อาจจะต้องปิดตัวลง อย่างไรก็ตาม วัดของเขาเลือกใช้วิธีเน้นการตั้งรับโดยแบ่งเงินประมาณ 10% ไปใส่ไว้ในประกันภัยสกุลเงินต่างประเทศที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาเรื่องความโลภ
วิกฤตราคาสินค้าและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นยังส่งผลกระทบไปถึงรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่กำลังเผชิญกับคะแนนนิยมที่ร่วงลงมาใกล้ระดับต่ำสุด หลังจากบริหารประเทศมานาน 11 เดือน เนื่องจากถูกมองว่าไม่สามารถแก้ปัญหาค่าครองชีพที่เป็นเรื่องปากท้องของประชาชนได้อย่างตรงจุด

ขณะเดียวกัน ภาพรวมขององค์กรไม่แสวงหากำไร รวมถึงสถานศึกษาและองค์กรทางศาสนาในญี่ปุ่น ได้กลายมาเป็นกลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ในตลาดตราสารหนี้ โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า ณ เดือนมีนาคม กลุ่ม NPO ถือครองหุ้นกู้ภาคเอกชนสูงถึง 5 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากปี 2023 ขณะที่การถือครองพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.9 ล้านล้านเยน
สำหรับวัดคองโงจิในฮอกไกโด นอกจากเจ้าอาวาสโยเนดะจะบริหารพอร์ตการลงทุนของวัดแล้ว เขายังจัดงานสัมมนาให้ความรู้ด้านการลงทุนแก่ชาวบ้านและลูกศิษย์ที่เดินทางมาวัดเป็นประจำ โดยเขาทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "ยุคสมัยที่วัดและพระสงฆ์เคยมีอภิสิทธิ์เหนือใครได้จบลงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว เรื่องการวางแผนการเงินและการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่เราไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป"
ขอขอบคุณข้อมูลจาก japantimes.co.jp
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

