‘รุทธพล’ขีดเส้นสิ้นก.ย.เชือดยิวเทา แฉพัทยาเครือข่ายใหญ่ ดอดยึดครองที่ดินไทย

‘รุทธพล’ขีดเส้นสิ้นก.ย.
เชือดยิวเทา
แฉพัทยาเครือข่ายใหญ่
ดอดยึดครองที่ดินไทย
“รมว.ยุติธรรม”เผยเตรียมปฏิบัติการเครือข่ายอิสราเอลยึดครองที่ดินไทย ขณะที่อิสราเอลสับขาหลอกคนไทย! ปีใหม่ยิว จัดที่ อ.ปาย คึกคัก มีผู้เข้าร่วมงานราว 700 คน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสื่ออิสราเอล ตีข่าว“ชาบัดป่าตอง”จ.ภูเก็ต ประกาศแจ้งยกเลิกการจัดปีใหม่“Rosh Hashanah”หลังภาคประชาชนออกมาคัดค้าน
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” เรื่องการยกระดับแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ว่า กระทรวงยุติธรรมมีหน่วยงานหลัก คือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และมีการบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทหารการป้องกัน ได้ดำเนินการตั้งแต่ภายนอกประเทศ เพื่อเป็นการสกัดกัน ทั้งเมียนมาและลาว
ส่วนการปราบปรามเน้นผู้ค้าและผู้มีอิทธิพล ยึดอายัดทรัพย์สิน ที่ผ่านมา 1 ปี สามารถปราบปราม ยึดสารตั้งต้นได้จำนวนมาก ซึ่งหากปล่อยให้หลุดรอดไปจะสามารถนำไปผลิตยาบ้าได้กว่า 1,000 ล้านเม็ด รวมทั้งใช้กลไกท้องถิ่นเข้ามาบริหารการแก้ปัญหา
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวถึงการแก้ปัญหาแสกมเมอร์และบัญชีม้า นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้ตนเป็นประธานอนุกรรมการฯ ในการตรวจสอบและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติ เรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แบ่งออกเป็น 7 ชุดย่อย ซึ่งการหลอกลวงออนไลน์ ปัจจุบันไม่ใช่เป็นบัญชีบุคคลแล้วแต่ใช้บัญชีนิติบุคคล ซึ่งติดตามค่อนข้างยาก
สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกสแกมเมอร์หลอกลวงเงินไป สิ่งที่เหยื่อต้องการที่สุด คือ การได้เงินคืน ตำรวจจึงตั้งศูนย์ ACSC เป็นวอร์รูม มีตำรวจ ปปง.และธนาคารอยู่ร่วมกัน เมื่อแจ้งเหตุจะเร่งสกัดเส้นทางเงิน จากบัญชีม้าแถวแรกไปถึงแถวต่อไป รวมถึงจุดกดเงินสด โดยในคดีที่ยึดทรัพย์ได้แล้ว ตำรวจและ ดีเอสไอ ประสาน ปปง.ขายทอดตลาดทรัพย์สิน เช่น รถหรู เพื่อนำเงินเฉลี่ยคืนผู้เสียหาย ทำแล้วเกือบ 700 ราย ผู้เสียหาย เกือบ 600 คน วงเงินกว่า 130 ล้านบาท
รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเช่น กรณีชาวอิสราเอลที่เข้ามาและถือครองที่ดิน ในประเทศไทย ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเบื้องต้นได้ลงพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี รวบรวมหลักฐานได้พอสมควร พบว่าเป็นเครือข่ายรายใหญ่ ภายในเดือนนี้จะมีปฏิบัติการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านแก้หนี้ครัวเรือน กระทรวงยุติธรรมใช้กรมคุ้มครองสิทธิฯ ช่วยก่อนฟ้อง และกรมบังคับคดีช่วยหลังศาลมีคำสั่งปีงบประมาณ 2569 จัดไกล่เกลี่ย 23 ครั้งทั่วประเทศ มีผู้เข้าร่วมกว่า 60,000 ราย ขอแก้หนี้กว่า 40,000 ราย ทุนทรัพย์กว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งการไกล่เกลี่ยช่วยลดภาระประชาชนได้กว่า 5,000 ล้านบาท หลายกรณีจากต้องผ่อนเดือนละ 10,000-15,000 บาท เหลือ 1,500 บาท หนี้บัตรเครดิตหลักแสนเหลือ 15,000 บาท
“เงินที่เหลือเขาก็เอาไปดูแลครอบครัวได้ และปีหน้าจะเริ่มจัดไกล่เกลี่ยหนี้รอบใหม่ช่วงเดือนมกราคม เพื่อให้คนเดือดร้อนมีโอกาสตั้งหลัก เลี้ยงลูกหลาน และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าว
ที่จังหวัดภูเก็ต หลังจากที่ภาคประชาชนออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการจัดกิจกรรมงานปีใหม่ชาวยิว ที่ชาบัดป่าตอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไม่มีความเคลื่อนไหวจากหน่วยงานใดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ขณะที่ The Times of Israel สื่ออิสราเอล รายงานว่า ชาบัดป่าตอง จ.ภูเก็ต ประกาศแจ้งชาวยิวยกเลิกการจัดปีใหม่ โดยให้ข้อมูลว่า ชาบัดป่าตอง ได้ส่งข้อความถึงชาวอิสราเอลที่กำลังจะมาเข้าร่วมงานว่า ชาวบ้านชาวไทยกว่า 500 คน รวมตัวกันประท้วงใกล้กับศูนย์ชาบัด โดยมีป้าย เขียนว่า “ปกป้องภูเก็ต ไม่เอาอิสราเอล” และมีการตะโกนว่า “ปลดปล่อยปาเลสไตน์”
รายงานข่าวดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลและความเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าชาบัดป่าตองที่ปิดเงียบผิดปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการแจ้งว่า จะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 700 - 800 คน ขณะที่ความเคลื่อนไหวจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ยังไม่มีออกมาให้ข้อมูลแต่อย่างใด สำหรับงานฉลองปีใหม่ชาวยิวกำหนดให้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 - 13 กันยายน
ด้านผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า หลังเกิดกระแสจับตาการจัดงานเทศกาลปีใหม่ยิว หรือ “Rosh Hashanah” ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ล่าสุดพบว่าเมื่อคืนวันที่ 11 กันยายน การจัดกิจกรรมทั้งในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ โดยมีชาวยิวและชาวอิสราเอลพร้อมครอบครัวเข้าร่วมรวมกันมากกว่า 1,000 คน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
โดยที่ อ.ปาย มีการจัดงานภายในชาบัดเฮาส์ปาย เริ่มตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ โดยมี เมนดี ซายันตซ์ แรบไบ เป็นผู้นำประกอบพิธีทางศาสนา มีผู้เข้าร่วมประมาณ700 คน พร้อมกิจกรรมพบปะ พูดคุย และรับประทานอาหารร่วมกัน
ขณะที่ จ.เชียงใหม่ การจัดงานไม่ได้ใช้พื้นที่ชาบัดเฮาส์ตามปกติ แต่ย้ายไปจัดภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนลอยเคราะห์ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชาบัดเฮาส์ โดยมีการประกอบพิธีทางศาสนา พบปะ และรับประทานอาหารร่วมกันเช่นเดียวกัน เมื่อรวมผู้ร่วมงานในเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนแล้วมีมากกว่า 1,000 คน
ที่น่าสนใจคือ การจัดกิจกรรมอยู่ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดก่อนเข้าสถานที่ พร้อมเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าระวังและดูแลความสงบโดยรอบ
อย่างไรก็ตาม คำว่า “สับขาหลอกคนไทย” ในพาดหัว เป็นการตั้งข้อสังเกตเชิงวิพากษ์ หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวการยกเลิกงานที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต ขณะที่กิจกรรมปีใหม่ยิวในพื้นที่อื่นยังคงจัดขึ้น
ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ปรากฏยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า งานที่ปายหรือเชียงใหม่เป็นการโยกย้ายมาจากงานที่ป่าตอง

