ชิงตลาด 1 ล้านล้าน ดัน‘เอสเอ็มอี’เจาะจัดจ้างรัฐ

นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) กล่าวว่า ส.อ.ท. ในฐานะคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs ครั้งที่ 2/2569 โดยที่ประชุมได้หารือแนวทางส่งเสริม SMEs ให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่านระบบ e-GP พร้อมพิจารณาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดของผู้ประกอบการ ทั้งด้านองค์ความรู้ ศักยภาพ เงินทุน และขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง
นายวีรชัย กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียน THAI SME-GP กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กว่า 41,000 ราย และมีผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรอง Made in Thailand (MiT) 1,284 ราย โดยมีข้อเสนอให้พัฒนาระบบ SME ONE ID เพื่อยืนยันสถานะผู้ประกอบการและช่วยป้องกันการสวมสิทธิ์โดยผู้ประกอบการรายใหญ่
นายวีรชัย กล่าวว่า ส.อ.ท. ได้ร่วมผลักดัน SMEs ให้เข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ช่วยสร้างโอกาสและรายได้ให้ผู้ประกอบการไทย โดยปี 2569 มีงบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกว่า 1.17 ล้านล้านบาท และจัดซื้อจาก SMEs แล้ว 570,000 ล้านบาท หรือ 40% สูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 30% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดภาครัฐมีศักยภาพในการเป็น “ตลาดตั้งต้น” ให้ SMEs ขยายธุรกิจ แต่โจทย์สำคัญคือการทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูล ระบบจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขการแข่งขันได้ง่ายขึ้น รวมถึงเพิ่มแต้มต่อให้สินค้าที่ผลิตในประเทศ เพื่อให้เม็ดเงินภาครัฐหมุนเวียนกลับสู่ผู้ประกอบการไทยมากขึ้น
“ข้อเสนอสำคัญ คือ การเพิ่มแต้มต่อสำหรับ SMEs ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียน Thai SME-GP และมีสินค้าที่ได้รับการรับรอง MiT จะได้รับแต้มต่อเพิ่มจาก 10% เป็น 15% เพื่อสนับสนุนสินค้าไทยและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่” นายวีรชัย กล่าว
นายวีรชัย กล่าวว่า สำหรับ ส.อ.ท. การผลักดันให้ SMEs เข้าถึงตลาดภาครัฐได้มากขึ้น จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการนำมาตรฐานและศักยภาพการผลิตของ SMEs มาเชื่อมกับความต้องการของภาครัฐ พร้อมส่งเสริมให้เม็ดเงินจากการจัดซื้อจัดจ้างเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่ง ส.อ.ท. พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้กลไกสนับสนุน SMEs เชื่อมโยงกันมากขึ้น ลดขั้นตอนและอุปสรรคในการเข้าถึงตลาด และเปลี่ยน “ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ให้เป็นโอกาสในการสร้างยอดขาย เพิ่มขีดความสามารถ และต่อยอดการเติบโตของ SMEs ไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านนายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นตลาดสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และโอกาสเติบโตให้ SMEs โดย สสว. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง ผลักดันมาตรการ THAI SME-GP มาตั้งแต่ปี 2536 เพื่อใช้กำลังซื้อของภาครัฐเป็นกลไกสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงตลาดภาครัฐและสามารถแข่งขันได้มากขึ้น ที่ผ่านมามาตรการดังกล่าวมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสทางตลาดให้ SMEs อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดๆได้ยกระดับ THAI SME-GP โดย สสว.ร่วมกับกรมบัญชีกลาง นำแนวทางการตรวจสอบความเชื่อมโยงหรือความเกี่ยวข้องด้านการกำกับ ดูแล หรือการเป็นเจ้าของที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Ownership: UBO) มาใช้ประกอบการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้สิทธิประโยชน์ ลดความเสี่ยงจากการใช้แต้มต่อที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมาตรการ และสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

