คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

‘คดีฮั้ว สว.’ส่งฟ้อง 77 คน
ผลการประชุมชี้ขาด“คดีฮั้ว สว.”ของ กกต. ซึ่งมีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เป็นประธานการประชุมเมื่อวันที่ 14 กันยายนวานนี้ ก็เป็นไปตามคาดในทางเลือกที่ 3 คือส่งฟ้องบางส่วนต่อศาลฎีกา โดยมติเสียงข้างมากเห็นควรส่งฟ้อง 77 คน จากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 427 คน แยกเป็น สว. 26 คน, ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน ทั้งนี้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง สว. 26 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เมื่อศาลฎีกา รับคำฟ้อง
สรุปก็คือ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย นั้น นอกจากนายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณในฐานะ“ครูใหญ่”ของพรรคภูมิใจไทยแล้ว อีก 21 คนที่เป็นรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย “รอดบ่วง”หมดทุกคน ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล,นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นายไชยชนก ชิดชอบ, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์, นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์, นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล,นางสาวศุภมาส อิศรภักดี, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์,นายชลัฐ รัชกิจประการ, นายธนยศ ทิมสุวรรณ, นายจักรกฤษณ์ ทองศรี,นายกิตติ กิตติธรกุล, นายนภินทร ศรีสรรพางค์, นายพิชัย ชมภูพล,นางสุขสำรวย วันทนียกุล, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย และนายสมเจตน์ ลิมปะพันธ์
ส่วน สว.ที่รอดไม่ถูกส่งฟ้องที่สำคัญก็มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา, พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา และระดับประธานคณะกรรมาธิการ (ปธ.กมธ.) อีกจำนวนหนึ่งก็มี อาทิ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ปธ.กมธ.การคมนาคม และเลขานุการวิปวุฒิสภา, นายพรเพิ่ม ทองศรี ปธ.กมธ.การพลังงาน ซึ่งเป็นพี่ชายนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ปธ.กมธ.กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฯ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และเป็นมือกฎหมายคนสำคัญของ“สว.สายน้ำเงิน” เป็นต้น
สำหรับมหากาพย์ “คดีฮั้ว สว.” ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในคดีประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 จนกระทั่งมาถึงขั้นตอนวันชี้ขาดครั้งสำคัญของคณะกรรมการ “กกต. 7 คน” เมื่อวันที่ 14 กันยายนวานนี้ รวมแล้วยาวนานถึง 2 ปี ซึ่งสามารถไล่เรียงไทม์ไลน์ได้ตามลำดับดังนี้
เริ่มจากมีการเปิดรับสมัคร สว. ระหว่างวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2567 เพื่อให้กลุ่มอาชีพ 20 กลุ่มเลือกกันเองในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับชาติ ตามกติกาของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ซึ่งเป็นวิธีพิสดารแห่งเดียวในโลก ที่นายแก้วสรร อติโพธิ นักกฎหมายอิสระ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า เป็นวิธีที่“ให้กลุ่มผู้สมัครเข้าสมาธินั่งทางในมองหน้าเลือกกันเองว่าใครทรงคุณวุฒิบ้าง” และหลังจาก กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สว. 200 คน ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ฝ่ายพ่ายแพ้ ทั้ง“สีแดง”
และ“สีส้ม” รวมทั้ง“ไอลอว์” ก็เริ่มขบวนการ “เขย่า”และ“ขย่ม” สว.“สายสีน้ำเงิน” ที่เป็นผู้ชนะ อย่างเป็นขบวนการ
ทั้งนี้ ระหว่างเดือนกันยายน 2567 – กุมภาพันธ์ 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย ภายใต้กำกับดูแลของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในขณะนั้น ได้รับลูกโดยรับคำร้องเรียนจาก“อดีตผู้สมัคร สว.” เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานตามที่ได้มีการร้องเรียนมาตั้งแต่แรกโดยเครือข่าย “iLaw” และกลุ่ม “We Watch” รวมถึงผู้สมัคร สว. ที่ตกรอบ อันถือได้ว่าเป็นที่มาของปฐมบท “คดีฮั้ว สว.”
วันที่ 6 มีนาคม 2568 คณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) มีมติรับคดีนี้เป็น “คดีพิเศษ” ในความผิดฐาน“อั้งยี่และการฟอกเงิน” ส่งผลให้เกิดการสอบสวนของ“DSI”คู่ขนานพร้อมไปกับ กกต.ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง
โดยบอร์ดชุดนี้มีนายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นประธานกรรมการ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นรองประธานกรรมการ ซึ่งจากผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 18 คน ที่ประชุมได้มีมติให้รับคดี“ฮั้ว สว.” เป็นคดีพิเศษ 11 เสียง ในจำนวนนี้มีนายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ มีมติไม่รับ 4 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง
จากมติดังกล่าวส่งผลให้ในวันที่ 18 มีนาคม 2568 กกต.ก็ได้มีมติแต่งตั้งเจ้าพนักงานร่วมกับ DSI จัดตั้ง“คณะสืบสวน และไต่สวนส่วนกลางคณะที่ 26“ โดยในวันที่ 25 เมษายน 2568 ในส่วนที่เป็น “คดีพิเศษ” ทาง“DSI”ได้ดำเนินการแจ้งข้อหา “อั้งยี่ฮั้วเลือกตั้ง สว.”กับผู้ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ขณะที่“คณะสืบสวนไต่สวน ชุดที่ 26” ได้มีการสรุปสำนวนเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 สั่งฟ้องและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 427 คน
แต่ก็ได้เกิดจุดเปลี่ยนเมื่อ“คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดและข้อโต้แย้งคณะที่ 36” หรือ“คณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 36” ซึ่ง กกต. แต่งตั้งขึ้นมาอีกชุดหนึ่งเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ได้มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียงจากทั้งหมด 7 เสียง เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 โดยมีความเห็นแย้งกับ “คณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26” ไม่ส่งฟ้อง “ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 427 คน” ด้วยเห็นว่าหลักฐานในทางอาญายังไม่เพียงพอและพยานบางปากมีการกลับคำให้การ
อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ไปอีก 60 กกต.จะต้องทำสำนวนคำวินิจฉัยกลางให้เสร็จก่อนส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาตัดสินผู้ถูกกล่าวหา 77 คน เพื่อปิดฉาก “คดีฮั้ว สว.” และระหว่างนี้ก็ต้องจับตาดูว่า“ม็อบ”ที่มี “พรรคส้ม”และ“ไอลอว์” เป็นแกนหลักจะจุดติดหรือไม่ ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

