แฉรายงานเพนตากอน สงครามอิหร่านผลาญยุทโธปกรณ์เกลี้ยงคลัง สวนทางคำพูด ทรัมป์ โวอาวุธเพียบ

15 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานว่า สหรัฐฯกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนยุทโธปกรณ์จากการทำสงครามกับอิหร่าน โดยระบุว่า OPERATION EPIC FURY ซึ่งเป็นชื่อที่สหรัฐฯ ใช้เรียกปฏิบัติการร่วมกับอิสราเอล เพื่อทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการใช้กำลังทางทหาร มีค่าใช้จ่ายประมาณ 33,400 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 1.11 ล้านล้านบาท
ซึ่งรายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดของสภาคองเกรสและถือเป็นรายงานลักษณะนี้ฉบับแรก โดยระบุว่า ในจำนวนดังกล่าวเป็นค่าใช้ยุทโธปกรณ์ประมาณ 22,300 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 7.42 แสนล้านบาท อีกทั้งมีการเตือนการใช้ยุทโธปกรณ์จำนวนมากทำให้คลังยุทโธปกรณ์สำรองเชิงยุทธศาสตร์ลดลง และเผยให้เห็นข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งทำให้การเติมยุทโธปกรณ์กลับเข้าสู่คลังล่าช้า
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังเร่งปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อ ลดระยะเวลาการผลิต และสะสมวัตถุดิบ ชิ้นส่วน รวมถึงยุทโธปกรณ์สำคัญบางประเภท แต่การเพิ่มกำลังการผลิตต้องใช้เวลานาน
สถานการณ์ดังกล่าวอาจสร้างความกังวลให้กับประเทศที่พึ่งพาอาวุธจากสหรัฐฯ อาทิ ยูเครน ไต้หวัน โดยยูเครนต้องการขีปนาวุธสกัดกั้นการโจมตีทางอากาศที่ใช้รับมือรัสเซีย ขณะที่ไต้หวันพึ่งพาข้อตกลงซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ เพื่อยับยั้งภัยคุกคามจากจีน
รายงานฉบับดังกล่าวนี้สวนทางกับคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่เคยปฏิเสธข้อกังวลเรื่องคลังอาวุธลดลง 'ทรัมป์' บอกว่าสหรัฐฯมียุทโธปกรณ์แทบไม่จำกัด โดยเมื่อวันที่ 14 กันยายน 'ทรัมป์' ยังโพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียลว่า สหรัฐฯ กำลังผลิตอาวุธชั้นยอดในจำนวนมากกว่าช่วงใดๆ ในประวัติศาสตร์ รายงานระบุด้วยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของสงคราม สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่านมากกว่า 1,000 แห่ง แต่ไม่ได้กลับมาใช้ปฏิบัติการโจมตีในระดับดังกล่าวอีกในช่วงหลายเดือนต่อมา
ความสูญเสียของกองทัพสหรัฐฯ ที่มีระบุในรายงาน ได้แก่ เครื่องบินขับไล่ F-15 ถูกทำลาย 4 ลำ เครื่องบินขับไล่ F-35 เสียหาย 1 ลำ เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135 เสียหาย 7 ลำ และโดรน MQ-9 Reaper ถูกทำลายมากถึง 30 ลำ นอกจากนี้ ฐานส่งกำลังบำรุงหลักของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่งตั้งอยู่ในบาห์เรน ยังถูกอิหร่านโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธนำวิถี
การโจมตีของอิหร่านยังสร้างความเสียหายหรือทำลายอาคารและสิ่งปลูกสร้างหลายร้อยแห่งในฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อิรัก โอมาน และจอร์แดน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมยังไม่รวมอยู่ในการประเมิน 33,400 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าฐานทัพทั้งหมดจะได้รับการบูรณะหรือไม่และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
โดยสงครามครั้งนี้มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตจากการปฏิบัติการรบ 7 นาย และเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบอีก 7 นาย ขณะที่มีทหารได้รับบาดเจ็บจากการรบ 417 นาย
นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเร่งเพิ่มการผลิตอาวุธ โดยผู้บริหารบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ระบุว่า การเร่งผลิตในขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเร่งด่วนและความวุ่นวายที่ต้องควบคุม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

