ราคายางเพี้ยนไม่ใช่ปัญหา! เกษตรกรเปลี่ยนสวนยางเป็นฟาร์มไก่เนื้อ-ฟันรายได้ปีละกว่า 3 แสน

ยางพาราผันผวนไม่ใช่ปัญหา! เกษตรกรเมืองตรังเปลี่ยนสวนยางเป็นฟาร์มไก่เนื้อระบบเปิด ทำสัญญาประกันราคา-ฟันรายได้เสริมปีละกว่า 3 แสน
วันที่ 17 ก.ย. 2569 นางจิราวรรณ เต็งรัง เจ้าของจิราวรรณฟาร์ม เลขที่ 198 หมู่ 4 ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า เดิมประกอบอาชีพทำสวนยางพารา แต่เนื่องจากราคายางพารามีความผันผวน จึงมองหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้และช่วยดูแลค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน ก่อนตัดสินใจสร้างโรงเรือนในพื้นที่สวนยางพาราเพื่อเลี้ยงไก่เนื้อ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี
การเลี้ยงไก่เนื้อของฟาร์มเป็นระบบเปิด โดยมีรั้วล้อมรอบโรงเรือนอย่างมิดชิด ให้ไก่อยู่ภายในโรงเรือนเพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรค พร้อมติดตั้งพัดลมเพื่อระบายอากาศและลดความร้อน รวมทั้งจัดเตรียมอาหารและน้ำให้ไก่อย่างเพียงพอ
นางจิราวรรณ และนายวรพงศ์ บุรีศรี บุตรชาย ซึ่งช่วยดูแลฟาร์ม กล่าวว่า การเลี้ยงไก่เนื้อไม่ยุ่งยากหากมีการจัดการโรงเรือนที่ดี โดยในแต่ละรุ่นจะรับลูกไก่เนื้อจากบริษัทประมาณ 3,000 ตัว ราคาตัวละ 20 บาท ขณะที่บริษัทกำหนดราคารับซื้อแบบประกันราคา ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนรายได้ได้ชัดเจน แม้ราคาไก่ในตลาดจะปรับขึ้นหรือลง
ปัจจุบันราคารับซื้อประกันอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 42 บาท และบางช่วงอาจสูงถึงกิโลกรัมละ 45 บาท เมื่อไก่มีอายุประมาณ 38 วัน สามารถเริ่มจับขายได้ และจะเลี้ยงไม่เกิน 45 วัน โดยบริษัทจะเข้ามารับซื้อไก่ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้
หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ฟาร์มมีรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อเฉลี่ยรุ่นละประมาณ 70,000 บาท สามารถเลี้ยงได้ปีละ 5–6 รุ่น คิดเป็นรายได้รวมกว่า 300,000 บาทต่อปี นอกจากนี้ มูลไก่ยังสร้างรายได้เพิ่มเติม โดยจำหน่ายได้กระสอบละ 40 บาท และไก่หนึ่งรุ่นให้มูลไก่ประมาณ 100 กระสอบ
นางจิราวรรณ กล่าวอีกว่า ระบบประกันราคาช่วยให้เกษตรกรลดความกังวลเรื่องความผันผวนของตลาด เพราะทราบราคาขายล่วงหน้าตามข้อตกลง อีกทั้งยังเป็นอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้ครอบครัว ควบคู่ไปกับการทำสวนยางพาราได้เป็นอย่างดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง







