ผอ.รร. จี้ ผอ.สพม.นครศรีธรรมราช แจงปมคำพูด “ไม่ได้เรื่อง-แต่ละตัว” กลางวง ITA

ผอ.รร.นครศรีฯ จี้ ผอ.สพม.นครศรีธรรมราช แจงปมคำพูด “ไม่ได้เรื่อง-แต่ละตัว” กลางวง ITA
17 ก.ย.69 ผู้อำนวยการโรงเรียนโศภนคณาภรณ์ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำหนังสือถึง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช เพื่อขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีมีการกล่าวอ้างถึงถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมต่อผู้อำนวยการสถานศึกษาในระหว่างการประชุมภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช
ในหนังสือระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมเกี่ยวกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) เมื่อประมาณสัปดาห์ก่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่ฯ เข้าร่วมประชุมประมาณ 20 คน และมีการสอบถามถึงรายชื่อโรงเรียนที่เป็นหน่วยเบิกจ่าย
ในหนังสือระบุว่า เมื่อมีการกล่าวถึงโรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา ได้ยินผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯ กล่าวถึงผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวในลักษณะว่า “ผอ.คนนี้ก็ไม่ได้เรื่อง” จากนั้น ในช่วงหนึ่งของการประชุม มีการกล่าวพึมพำผ่านไมโครโฟนในลักษณะว่า “ผอ.โรงเรียนแต่ละตัวก็ไม่ได้เรื่อง”
หนังสือดังกล่าวตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการใช้ถ้อยคำและสรรพนามดังกล่าว โดยเฉพาะการเรียกผู้อำนวยการโรงเรียนว่า “ตัว” พร้อมขอให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช ชี้แจงว่า ได้กล่าวถ้อยคำดังกล่าวจริงหรือไม่
การสอบถามครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความชัดเจนและทราบข้อเท็จจริง ไม่ได้มีเจตนาปรักปรำหรือหาเรื่อง และระบุว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวมาก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ จึงได้พิจารณาและไตร่ตรองก่อนทำหนังสือสอบถาม
ทั้งนี้ ในหนังสือยังระบุว่า หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าไม่ได้กล่าวถ้อยคำดังกล่าว ก็พร้อมกล่าวขอโทษ ขณะที่หากมีการกล่าวถ้อยคำดังกล่าวจริง ก็ขอให้ชี้แจงและขอโทษเช่นกัน โดยขอให้ตอบข้อเท็จจริงเพื่อคลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภายหลังข้อความและเนื้อหาการสอบถามดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง ประเด็นที่ถูกจับตามองจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องถ้อยคำที่ถูกกล่าวอ้างเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษา หากข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบและพบว่ามีการกระทำที่ไม่เหมาะสม ก็ควรดำเนินการตามข้อเท็จจริงและมาตรฐานเดียวกัน โดยไม่ควรมีข้อยกเว้นเพียงเพราะผู้เกี่ยวข้องเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งหรือมีผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าใครจะมีตำแหน่งสูงเพียงใด หรือมีผู้สนับสนุนมากน้อยแค่ไหน หากข้อเท็จจริงปรากฏว่ากระทำผิด ก็ควรต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรับผิดชอบต่อการกระทำอย่างเท่าเทียมกัน ขณะที่หากข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง ผู้ถูกกล่าวหาก็ควรได้รับโอกาสชี้แจงเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

