เปิดเส้นทางบ้านใหญ่'เดชเดโช' จากสนามสจ.สู่การเมืองใหญ่ ท่ามกลางมรสุมคดี 'ชัยชนะ' ตบบ้องหูรองผกก.ทุ่งใหญ่

เครือข่ายตระกูลการเมืองใน จ.นครศรีธรรมราช มีความหลากหลาย ต่างกับหลายๆ จังหวัดที่มีตระกูลบ้านใหญ่แค่ 1-2 ตระกูล อย่างไรก็ตามระยะหลังตระกูลที่โดดเด่นขึ้นมาอย่างมาก ท่ามกลางความถดถอยของตระกูลการเมืองอื่นในพื้นที่นครศรีธรรมราช ก็คือ ตระกูลบ้านใหญ่ “เดชเดโช”
ตระกูล “เดชเดโช” ปรากฏขึ้นในสนามการเมืองระดับจังหวัดครั้งแรก โดย “วิฑูรย์ เดชเดโช” สมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) อ.ร่อนพิบูลย์ 2 สมัย ชนะโหวตในสภาจังหวัดขึ้นเป็นนายก อบจ. นครศรีธรรมราชสมัยแรก และต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้งนายก อบจ. โดยตรง “วิฑูรย์” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก “ชำนิ ศักดิเศรษฐ์” และ “ชินวรณ์ บุณยเกียรติ” ก็ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ. สมัยที่ 2
แม้ต่อมาในการเลือกตั้งนายก อบจ. ปี 2551″ชินวรณ์” จะส่ง “พิชัย บุณยเกียรติ” น้องชาย ซึ่งเป็นรองนายก อบจ. ในทีมของ “วิฑูรย์” ลงสมัคร แต่ “วิฑูรย์” ที่ยังได้รับการสนับสนุนจาก “ชำนิ” ก็สามารถเอาชนะ เป็นนายก อบจ. สมัยที่ 3 ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตามเส้นทางการเมืองของตระกูล “เดชเดโช” เหมือนจะสะดุดลงในปี 2552 เมื่อ “วิฑูรย์” เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง แต่ปรากฏว่าบุคคล 2 คนที่ทำให้ตระกูล “เดชเดโช” เดินต่อและเติบโตได้บนถนนการเมืองจากนครศรีธรรมราช สู่การเมืองระดับชาติ คือ “กนกพร เดชเดโช” ภรรยาของ “วิฑูรย์” และ “ชัยชนะ เดชเดโช” บุตรชายคนโต
ขณะที่ “กนกพร” มีชื่อเสียงในด้านงานพัฒนาสตรีของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดนครศรีธรรมราช “ชัยชนะ” ก็เริ่มย่างเท้าเข้าสู่ถนนการเมืองเต็มตัว ด้วยการเป็นสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) นครศรีธรรมราช
กระทั่งการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 “ชัยชนะ” สวมเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ลงแข่งขันในเขตเลือกตั้งที่ 6 (อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ลานสะกา อ.ช้างกลาง อ.นาบอน) และได้รับการเลือกตั้ง เป็น สส. สมัยแรก
เส้นทางการเมืองของตระกูล “เดชเดโช” ถูกเสริมให้มั่นคงขึ้น เมื่อ “กนกพร” ตัดสินใจลงสมัครเป็นนายก อบจ. ในปี 2563 ในนามของ “ทีมพลังเมืองนคร” และได้รับการเลือกตั้ง
เป็นครั้งแรกที่ “ตระกูลเดชเดโช” สามารถผงาดได้ทั้งในเวทีระดับชาติและท้องถิ่นไปพร้อมกัน
และเมื่อการเลือกตั้ง สส. 14 พฤษภาคม 2566 ฐานการเมืองก็ขยายกว้างขึ้น เมื่อ “เดชเดโช” ได้รับเลือกตั้งเข้ามาถึง 2 เก้าอี้ คือ “ชัยชนะ” เป็น สส. เขต 5 (อ.จุฬาภรณ์ อ.ร่อนพิบูลย์ และ อ.ลานสกา) พร้อมพา “พิทักษ์เดช เดชเดโช” น้องชายคว้าเก้าอี้ สส. เขต 3 (อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร) ได้ด้วย
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมรัฐบาลหลัง “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกฯ และเมื่อมีการปรับ ครม. ในเดือนมิถุนายน 2568 “ชัยชนะ” ก็ได้รับตำแหน่ง รมช.สาธารณสุขด้วย
อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งนายก อบจ. นครศรีธรรมราช ปี 2567 ปรากฏว่า “กนกพร” พ่ายแพ้ให้กับ “วาริน ชิณวงศ์”
กระนั้นในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตระกูล “เดชเดโช” กลับประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยครั้งนี้ “กนกพร” ได้ก้าวสู่การเมืองระดับชาติ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. นครศรีธรรมราช เขต 4 (อ.ชะอวด, อ.จุฬาภรณ์, อ.ร่อนพิบูลย์ [ยกเว้นเสาธง, หินตก]) เคียงคู่ลูกชายทั้ง 2 คน โดย “พิทักษ์เดช” เป็น สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 (เชียรใหญ่, หัวไทร, เฉลิมพระเกียรติ, ปากพนัง [เฉพาะขนาบนาก, ท่าพยา, บางตะพง, บางพระ, บางศาลา, บ้านเพิง, ปากแพรก, หูล่อง]) ส่วน “ชัยชนะ” ขยับเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมกับเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลพื้นที่ภาคใต้
กระนั้นในช่วงเวลาไม่กี่เดือนหลังเลือกตั้ง บทบาทของ “ชัยชนะ” กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของรัฐมนตรี ในลักษณะเกินเลย อาทิ การวิจารณ์ไปถึงทรงผมของ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ การวิจารณ์นโยบายข้าวแกงจานละไม่เกิน 40 บาทว่าแพงเกินไป หรือว่าเป็นข้าวราดแกงกุ้งมังกร หรือการบอกให้ “ศุภจี” กับ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง ไปซื้อน้ำมันตับปลามากิน
กระทั่งล่าสุด “ชัยชนะ” ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย รองผู้กำกับ สภ.ทุ่งใหญ่ ในงานศพแม่นักการเมืองท้องถิ่นที่นครศรีธรรมราช จนถูกดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งต้องรอพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริง หรือเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองสกัดดาวรุ่งอย่างที่ “ชัยชนะ” ออกมายืนยัน
ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

